หุ้น DELTA ครบรอบ 35 ปีใน SET หากถือหุ้นตั้งแต่วันแรกที่เข้าตลาดถึงปัจจุบัน จะให้ผลตอบแทนสูงสุดถึง 49,500% หรือ 495 เด้ง ! ปัจจุบันเป็นหุ้นมาร์เก็ตแคปสูงสุดของตลาดหุ้นไทยระดับ 3.87 ล้านล้านบาท พบรายได้กำไรเติบโตแรงต่อเนื่องตั้งแต่ปี 65 ถึงไตรมาส 1/69 ฟากนักวิเคราะห์ฟันธงไตรมาส 2/69 พุ่งต่อ รอประกาศงบฯ วันนี้
ครบ 35 ปีในตลาดหุ้นไทย
บมจ.เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) หรือ DELTA เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) เมื่อ 24 ก.ค.2538 ซึ่งวันนี้ครบ 35 ปีพอดี
DELTA ก่อตั้งปี 2531 ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ “เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ อิ้งค์” ปัจจุบันผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ด้านการจัดการระบบกำลังไฟฟ้า (Power management solutions) รวมถึงชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์บางประเภท ได้แก่ พัดลมอิเล็กทรอนิกส์ (DC Fan) อีเอ็มไอ ฟิลเตอร์ (EMI) และโซลินอยด์ มีฐานการผลิตอยู่ในภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วโลก ได้แก่ เอเชีย ยุโรป และอเมริกาใต้
นอกจากนี้ได้ขยายธุรกิจโซลูชันทั่วภูมิภาค ได้แก่ เครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า EV ระบบอุตสาหกรรมอัตโนมัติ โครงสร้างพื้นฐานศูนย์ข้อมูล และการจัดการพลังงานอัจฉริยะ
ผลตอบแทนราคาพุ่ง 49,500% หรือ 495 เด้ง !
DELTA ขาย IPO ที่ราคา 130 บาท มูลค่าที่ตราไว้ (Par) หุ้นละ 10 บาท โดยมี บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) บัวหลวง เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน
ระหว่างทางมีการปรับลดพาร์ 2 ครั้ง ครั้งแรก 1 พ.ย.44 จาก 10 บาท เหลือ 1 บาท และล่าสุด 28 เม.ย.66 จาก 1 บาท เหลือ 0.10 บาท
หากคำนวนราคาที่เปิดการซื้อขายวันแรก (ปรับตามพาร์ปัจจุบัน) เมื่อ 35 ปีก่อน ซึ่งอยู่ที่ 0.75 บาท เทียบกับราคาสูงสุดตลอดกาล (All Time High) ที่ 372 บาท (15 มิ.ย.69) เท่ากับตั้งแต่เข้าตลาดหุ้น DELTA สร้างผลตอบแทนราคาให้กับผู้ถือหุ้นสูงสุด 49,500% หรือ 495 เด้ง !
ทั้งนี้หุ้น DELTA เริ่มทะยานช่วงกลางปี 63 โดยหากประเมินแบบพาร์เดิมที่ 1 บาท ขณะนั้น DELTA เทรดอยู่แถว 50 บาท +/- ซึ่งช่วงที่ตลาดหุ้นแพนิกการระบาดของโควิด-19 ราคาลงไปต่ำสุดแตะ 33 บาท แต่หลังจากนั้นก็ฟื้นตัวขึ้นต่อเนื่อง
29 ก.ค.63 ทะลุ 100 บาท ครั้งแรกหลังแตกพาร์เมื่อ 1 พ.ย.44 หรือรอบ 19 ปี จากนั้นเหมือนติดลมบน เพราะราคาวิ่งแบบไม่ต้องการเหตุผลและความเข้าใจใด ๆ ทั้งสิ้น ขึ้นไปสูงสุด 838 บาท ก่อนปิดปี 63 ที่ 486 บาท ซึ่งใคร ๆ ก็มองว่าอาจหมดรอบแล้ว
ปี 64 กลับผงกหัวฟื้นได้ต่อ แม้จะมีสลับย่อลงไปแรง ๆ บ้าง แต่ก็คัมแบ็คได้เสมอ โดยปี 64 ขึ้นไปสูงสุด 790 บาท ก่อนย่อมาปิดปีที่ 412 บาท
ต้นปี 65 ย่อต่ำกว่า 400 บาทพักใหญ่ แต่ครึ่งปีหลังมีแรงซื้อดันเข้ามาอีกรอบ คราวนี้ไปปิดปีสูงสุดถึง 830 บาท ซึ่งวันสุดท้ายที่ซื้อขายของปี 65 ขึ้นไปสูงสุดระดับ 876 บาท
พอเข้าปี 66 หยุดไม่อยู่แล้ว ขึ้นไปสูงสุดถึง 1,154 บาทต่อหุ้น !!! เมื่อ 31 มี.ค.66 หลังจากนั้นจึงมีการแตกพาร์อีกรอบเหลือ 0.10 บาท วันที่ 28 เม.ย.66 โดยราคาก่อนแตกพาร์รอบล่าสุดเหลือ 748 บาท และราคาเปิดพาร์ใหม่ที่ 74.75 บาท
ณ พาร์ ปัจจุบัน หุ้น DELTA เคยลงไปต่ำสุด 59.50 บาท เมื่อ 4 เม.ย.68 ซึ่งเริ่มมีการวิเคราะห์ว่าอาจจะถึงจุดอิ่มตัวของราคาแล้วหรือไม่ ? แต่ไม่นานก็ขยับขึ้นมาอีกรอบ และต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน โดยช่วงเวลากว่า 1 ปี หากนับจากระดับต่ำสุดที่ 59.50 บาท จนถึงสูงสุดของปีนี้ที่ 372 บาท ราคาบวกไปถึง 525%
ขณะที่ข้อมูลของตลาดหลักทรัพย์ฯ สรุปผลตอบแทนราคาของ DELTA ระยะ 10 ปี บวกระดับ 4,118% ระยะ 5 ปี +438% ระยะ 1 ปี +118% และตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน (YTD) +79%
เรียกได้ว่าจะซื้อตอนไหนในช่วง 10 ปีหลัง หากถือมาจนถึงวันนี้ ผลตอบแทนเป็นบวกมโหฬารแน่นอน
รายได้-กำไรโตแรง 4 ปี + 1 ไตรมาส
สำหรับผลประกอบการของ DELTA รายได้เติบโตต่อเนื่องตั้งแต่ปี 63-68 เฉลี่ย 26% ต่อปี ซึ่งปี 68 ทำสถิติสูงสุดใหม่ทะลุ 2 แสนล้านบาท
ด้านกำไรสุทธิเติบโตต่อเนื่องตั้งแต่ปี 65-68 เฉลี่ย 46% ต่อปี โดยปี 68 ทำสถิติสูงสุดใหม่เช่นกันระดับ 2.48 หมื่นล้านบาท
ขณะที่ไตรมาส 1/69 ทั้งรายได้และกำไรเติบโตแรงกว่าช่วงเดียวกันปีก่อน (YoY) อย่างมีนัยสำคัญ โดยมีรายได้ 6.23 หมื่นล้านบาท (+45%YoY) และ กำไรสุทธิ 9,081 ล้านบาท (+65%YoY)
สาเหตุสำคัญมาจากกระแสการเติบโตของ AI และ Data Center ซึ่งธุรกิจของ DELTA ได้รับอานิสงส์ทางตรงในหลายผลิตภัณฑ์

คาดกำไรไตรมาส 2/69 โตแรงต่อเนื่อง YoY
ขณะที่บทวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดการณ์ว่า กำไรไตรมาส 2/69 ของ DELTA ซึ่งจะประกาศภายในวันนี้ จะเติบโตแรงต่อเนื่องเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน
- บล.ฟินันเซีย ไซรัส คาดกำไรไตรมาส 2/69 จะอยู่ที่ 8.29 พันล้านบาท (-8.7% QoQ , +79.1% YoY)
- บล.ทิสโก้ คาดกําไรหลักอยู่ที่ 9.02 พันล้านบาท (+99% YoY และ +2% QoQ)
- บล.เอเซีย พลัส ประเมินกำไรสุทธิที่ 8.3 พันล้านบาท (-9% QoQ, +78% YoY)
- บล.หยวนต้า คาดกำไรปกติจะอยู่ที่ 8.9 พันล้านบาท (+1% QoQ, +97% YoY)
- บล.บัวหลวง คาดกำไรสุทธิอยู่ที่ 9.0-9.5 พันล้านบาท (ทรงตัวจากไตรมาสก่อน และสูงกว่าประมาณการ Bloomberg ราว 5-10%)
- บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) คาดว่ากำไรจากธุรกิจหลักจะอยู่ที่ 8.9 พันล้านบาท (+97% YoY, ทรงตัว QoQ)
- บล.เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) คาดกำไรหลักที่ 9.7 พันล้านบาท (+115% YoY, +10% QoQ)
- บล.ยูโอบีเคย์เฮียน คาดจะรายงานกำไรสุทธิที่ 9.30 พันล้านบาท (+101% YoY, +2% QoQ)
เบอร์ 1 หุ้นมาร์เก็ตแคปสูงสุดตลาดหุ้นไทย
ณ ราคาปิด 23 ก.ค.69 ที่ 310 บาท หุ้น DELTA มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Cap.) สูงสุดของตลาดหุ้นไทยระดับ 3.87 ล้านล้านบาท ซื้อขายที่อัตราส่วนราคาหุ้นต่อกำไรสุทธิต่อหุ้น (P/E) ที่ 136.12 เท่า อัตราส่วนราคาหุ้นต่อมูลค่าทางบัญชีต่อหุ้น (P/BV) ที่ 36.30 เท่า โดยมีทุนจดทะเบียนชำระแล้ว 1,247.38 ล้านบาท
ข้อมูล ณ วันปิดสมุด 27 ก.พ.69 มีผู้ถือหุ้นรายย่อย 10,607 ราย คิดเป็นสัดส่วน Free Float ที่ 23.98%
อ่านบทความเจาะลึกหุ้นรายตัวเพิ่มเติมได้ที่ : https://url.in.th/w-efin-stocknews