เปิดโผ 14 บจ. เตรียมเสนอขายหุ้นกู้เดือน ส.ค.นี้ มูลค่ารวมกว่า 4 หมื่นล้านบาท ชูดอกเบี้ยสูงสุด 7.4% ต่อปี ส่วนใหญ่มีวัตถุประสงค์นำเงินโรลโอเวอร์หุ้นกู้เดิม ขณะที่ กลุ่มอสังหาฯเสนอขายมากสุด 5 บริษัท วงการแนะลงทุนหุ้นกู้ช่วงนี้ ควรมองหากลุ่มเรทติ้งสูงระดับ “A-” ขึ้นไป และต้องเป็นบริษัทที่มีเงินสดล้นมือ ซึ่งเป็นคุณลักษณะของบริษัทที่มีความสามารถในการชำระหนี้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุนได้เป็นอย่างดี !
14 บจ.เตรียมขายหุ้นกู้เดือน ส.ค. รวมกว่า 4 หมื่นลบ.
“สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย” สำรวจข้อมูลบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ที่เตรียมเสนอขายหุ้นกู้ในช่วงเดือน ส.ค.นี้ ผ่านสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (Thai Bma) พบ 14 บริษัท เตรียมเสนอขายหุ้นกู้มูลค่ารวม 39,064 ล้านบาท โดยมี 9 บริษัท ที่กำหนดมูลค่าหุ้นกู้ที่จะเสนอขายแล้ว ส่วนอีก 5 บริษัท ยังไม่กำหนดมูลค่าหุ้นกู้ที่จะเสนอขาย ดังนี้
| 14 บจ.เตรียมขายหุ้นกู้เดือน ส.ค.นี้ มูลค่ารวม 4 หมื่นลบ. |
| ชื่อย่อหุ้น | มูลค่า (ลบ.) [%ดอกเบี้ย] | เครดิต เรทติ้ง | ระยะเวลา (ปี) | เปิดขาย | วัตถุประสงค์ |
| TRUE | 17,500 [2.15 – 3.20] | A+ | 3 – 7 | 30 ก.ค. – 3 ส.ค.69 | คืนหุ้นกู้เดิม/ทุนหมุนเวียน |
| BGRIM | 7,300 [2.60 – 3.60] | A- | 4 – 10 | 31 ก.ค. – 4 ส.ค.69 | คืนหนี้สถาบันการเงิน/ใช้ลงทุน |
| STECON | 5,000 [3.30] | BBB+ | 3 | 3 – 5 ส.ค.69 | ใช้ลงทุน/ทุนหมุนเวียน |
| SPALI | 3,865 [n/a] | A | 1.6 – 2.5 | 31 ก.ค. – 3 ส.ค.69 | คืนหุ้นกู้เดิม |
| ANAN | 2,000 [6.50 – 7.20] | BB | 1.3 – 2.6 | 3 – 5 ส.ค.69 | คืนหุ้นกู้เดิม |
| TIPH | 1,500 [n/a] | AA | 3 | 5 – 6 ส.ค.69 | คืนหุ้นกู้เดิม/คืนหนี้สถาบันการเงิน/ใช้ลงทุน |
| NOBLE | 1,500 [6.15] | BBB- | 2.11 | 4 – 6 ส.ค.69 | คืนหุ้นกู้เดิม |
| MUD | 250 [7.35] | BB- | 2 | 4 – 6 ส.ค.69 | คืนหุ้นกู้เดิม |
| RML | 149 [7.35] | n/a | 1.6 | 30 ก.ค. – 4 ส.ค.69 | คืนหุ้นกู้เดิม |
| SAWAD | n/a [2.75 – 4.10] | A-(tha) | 3 – 10 | 25 – 27 ส.ค.69 | คืนหุ้นกู้เดิม/ใช้ลงทุน |
| KUN | n/a [7.40] | B+ | 2.3 | 20 – 24 ส.ค.69 | คืนหุ้นกู้เดิม/คืนหนี้สถาบันการเงิน/ทุนหมุนเวียน |
| NTF | n/a [6 – 6.95] | n/a | 1 – 1.6 | 18 – 20 ส.ค.69 | ใช้ลงทุน |
| SAK | n/a [5.60 – 5.80] | BBB | 3 | 24 – 27 ส.ค.69 | ใช้ลงทุน/ทุนหมุนเวียน |
| AURA | n/a [4.60 – 4.90] | BBB- | 1.6 – 2.6 | 25 – 27 ส.ค.69 | ใช้ลงทุน/คืนหนี้สถาบันการเงิน |
| ที่มา : สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (Thai BMA) ณ 27 ก.ค.69 |
14 บริษัทที่เตรียมเสนอขายหุ้นกู้ในข่วงเดือน ส.ค.นี้ ส่วนใหญ่เป็นบริษัทนอกดัชนี SET100 จำนวน 9 บริษัท โดยมีบริษัทในดัชนี SET100 จำนวน 5 บริษัท กลุ่มอุตสาหกรรมพัฒนาอสังหาริมทรัพย์มีบริษัทเสนอขายหุ้นกู้มากที่สุดจำนวน 5 บริษัท รองลงมา คือ เงินทุนและหลักทรัพย์ และเกษตรและอุตสาหกรรม จำนวน 2 บริษัท เท่ากัน
การเสนอขายหุ้นกู้ของทั้ง 14 บริษัทดังกล่าว ส่วนใหญ่ 5 บริษัท มีวัตุประสงค์เสนอขายหุ้นกู้ เพื่อนำเงินไปชำระคืนหุ้นกู้เดิมที่จะครบกำหนดเพียงอย่างเดียว รองลงมา คือ ต้องการนำเงินไปใช้ลงทุนทางธุรกิจ และใช้เป็นทุนหมุนเวียน จำนวน 2 บริษัท
“TRUE” เสนอขายหุ้นกู้ 4 ชุด มูลค่าสูงสุด 1.7 หมื่นลบ.
บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น (TRUE) เป็นบริษัทที่ในช่วงเดือน ส.ค.นี้ เตรียมเสนอขายหุ้นกู้คิดเป็นมูลค่ามากสุด 17,500 ล้านบาท จกจำนวนหุ้นกู้ทั้งหมด 4 ชุด ให้อัตราดอกเบี้ย 2.15 – 3.20% ต่อปี มีระยะเวลาการถือครองหุ้นกู้ 3 – 7 ปี ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือจาก “ทริสเรทติ้ง” ระดับ “A+” โดยจะเปิดขายตั้งแต่ 30 ก.ค. – 3 ส.ค.2569 เงินที่ได้บริษัทจะนำไปคืนหุ้นกู้เดิม และใช้เป็นทุนหมุนเวียน
รองลงมา คือ บมจ.บี.กริม เพาเวอร์ (BGRIM) ที่เตรียมเสนอขายหุ้นกู้ทั้งหมด 3 ชุด คิดเป็นมูลค่า 7,300 ล้านบาท ให้อัตราดอกเบี้ย 2.60 – 3.60% ต่อปี มีระยะเวลาการถือครองหุ้นกู้ 4 – 10 ปี ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือจาก “ทริสเรทติ้ง” ระดับ “A-” โดยจะเปิดขายตั้งแต่ 31 ก.ค. – 4 ส.ค.นี้ เงินที่ได้บริษัทจะนำไปคืนหนี้สถาบันการเงิน และใช้ลงทุนในธุรกิจของบริษัท
อีก 5 บจ. เตรียมขายหุ้นกู้เดือน ส.ค. มูลค่าเกิน 1 พันลบ.
ยังมีอีก 5 บริษัท ที่จะเสนอขายหุ้นกู้ในช่วงเดือน ส.ค.นี้ มูลค่ามากกว่า 1,000 ล้านบาท นำโดย บมจ.สเตคอน กรุ๊ป (STECON) เตรียมเสนอขายหุ้นกู้มูลค่า 5,000 ล้านบาท ให้อัตราดอกเบี้ย 3.30% ต่อปี มีระยะเวลาการถือครองหุ้นกู้ 3 ปี ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือจาก “ทริสเรทติ้ง” ระดับ “BBB+” โดยจะเปิดขายตั้งแต่ 3 – 5 ส.ค.นี้ เงินที่ได้บริษัทจะนำไปใช้ลงทุน และป็นทุนหมุนเวียนภายในบริษัท
ด้าน บมจ.ศุภาลัย (SPALI) เตรียมเสนอขายหุ้นกู้ทั้งหมด 2 ชุด มูลค่า 3,865 ล้านบาท แต่ยังไม่กำหนดอัตราดอกเบี้ย มีระยะเวลาการถือครองหุ้นกู้ 1 ปีครึ่ง – 2 ปี 5 เดือน ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือจาก “ทริสเรทติ้ง” ระดับ “A” โดยจะเปิดขายตั้งแต่ 31 ก.ค. – 3 ส.ค.นี้ เงินที่ได้บริษัทจะนำไปคืนหุ้นกู้เดิมที่จะครบกำหนด
ฟาก บมจ.อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ (ANAN) เตรียมเสนอขายหุ้นกู้ทั้งหมด 2 ชุด มูลค่า 2,000 ล้านบาท ให้อัตราดอกเบี้ย 6.50 – 7.20% ต่อปี มีระยะเวลาการถือครองหุ้นกู้ 1 ปี 3 เดือน – 2 ปีครึ่ง ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือจาก “ทริสเรทติ้ง” ระดับ “BB” โดยจะเปิดขายตั้งแต่ 3 – 5 ส.ค.นี้ เงินที่ได้บริษัทจะนำไปคืนหุ้นกู้เดิมที่จะครบกำหนด
ขณะที่ บมจ.ทิพย กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ (TIPH) เตรียมเสนอขายหุ้นกู้มูลค่า 1,500 ล้านบาท แต่ยังไม่กำหนดอัตราดอกเบี้ย มีระยะเวลาการถือครองหุ้นกู้ 3 ปี ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือจาก “ทริสเรทติ้ง” ระดับ “AA” โดยจะเปิดขายตั้งแต่ 5 – 6 ส.ค.นี้ เงินที่ได้บริษัทจะนำไปคืนหุ้นกู้เดิมที่จะครบกำหนด, คืนหนี้สถาบันการเงิน และใช้ลงทุนในธุรกิจของบริษัท
ต่อด้วย บมจ.โนเบิล ดีเวลลอปเมนท์ (NOBLE) เตรียมเสนอขายหุ้นกู้มูลค่า 1,500 ล้านบาท ให้อัตราดอกเบี้ย 6.15% ต่อปี มีระยะเวลาการถือครองหุ้นกู้ 2 ปี 11 เดือน ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือจาก “ทริสเรทติ้ง” ระดับ “BBB-” โดยจะเปิดขายตั้งแต่ 4 – 6 ส.ค.นี้ เงินที่ได้บริษัทจะนำไปคืนหุ้นกู้เดิมที่จะครบกำหนด
เดือน ส.ค.นี้ หุ้นกู้ “KUN” ให้ดอกเบี้ยสูงสุด 7.4%
ขณะเดียวกัน หุ้นกู้ของ บมจ.วิลล่า คุณาลัย (KUN) ที่จะเสนอขายในช่วงเดือน ส.ค.นี้ ให้อัตราดอกเบี้ยสูงสุด 7.40% แต่บริษัทยังไม่กำหนดมูลค่าหุ้นกู้ มีระยะเวลาการถือครอง 2.30% ต่อปี ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือจาก “ทริสเรทติ้ง” ระดับ “B+” โดยจะเปิดขายตั้งแต่ 20 – 24 ส.ค.นี้ เงินที่ได้บริษัทจะนำไปคืนหุ้นกู้เดิมที่จะครบกำหนด, คืนหนี้สถาบันการเงิน และใช้เป็นทุนหมุนเวียน
ส่วนอีก 2 บริษัท ให้อัตราดอกเบี้ยสูง 7.35% เท่ากัน ประกอบด้วย บมจ.มัด แอนด์ ฮาวด์ (MUD) เตรียมเสนอขายหุ้นกู้มูลค่า 250 ล้านบาท ให้อัตราดอกเบี้ย 7.35% ต่อปี มีระยะเวลาการถือครองหุ้นกู้ 2 ปี ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือจาก “ทริสเรทติ้ง” ระดับ “BB-” โดยจะเปิดขายตั้งแต่ 4 – 6 ส.ค.นี้ เงินที่ได้บริษัทจะนำไปคืนหุ้นกู้เดิมที่จะครบกำหนด
เช่นเดียวกับ บมจ.ไรมอน แลนด์ (RML) ที่เตรียมเสนอขายหุ้นกู้มูลค่า 149 ล้านบาท ให้อัตราดอกเบี้ย 7.35% ต่อปี มีระยะเวลาการถือครองหุ้นกู้ 1 ปีครึ่ง แต่ไม่่มีการจัดอันดับความน่าเชื่อถือรองรับ โดยจะเปิดขายตั้งแต่ 30 ก.ค. – 4 ส.ค.นี้ เงินที่ได้บริษัทจะนำไปคืนหุ้นกู้เดิมที่จะครบกำหนด
วงการแนะลงทุนหุ้นกู้เครดิต “A-” ขึ้นไป และต้องมีเงินสดสูง
“บดินทร์ พุทธอินทร์” ผู้อำนวยการฝ่ายกลยุทธ์ลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) อีสท์สปริง (ประเทศไทย) ระบุว่า หุ้นกู้ไฮยีลด์บอนด์เริ่มยืดหนี้เพิ่มขึ้นตั้งแต่กลางปีที่แล้ว สะท้อนว่า เริ่มเห็นสัญญาณความเปราะบางของเศรษฐกิจไทย ที่จะส่งผลเชิงลบต่อบริษัทจดทะเบียนไทย กลยุทธ์ลงทุนหุ้นกู้ช่วงนี้ จึงแนะนำเลี่ยงลงทุนหุ้นกู้กลุ่ม Investment ระดับ “BBB” ลงมา เพราะหากไม่สามารถชำระหนี้คืนได้ กลุ่มนี้เสี่ยงถูกปรับลดอันดับเครดิต เรทติ้ง เป็นหุ้นกู้ไฮยีลด์บอนด์ได้เช่นกัน
ดังนั้น ต้องเลือกหุ้นกู้ที่มีคุณภาพมากขึ้น เช่นกลุ่มที่มีอันดับเครดิตเรทติ้งระดับ “A-” ขึ้นไป รวมทั้งพิจารณาแนวโน้มการเติบโตของธุรกิจ และกำไรจากธุรกิจหลักที่ไม่ใช่กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนหรือการขายทรัพย์ และระวังกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับวัฏจักรเศรษฐกิจ
ด้าน “ณรงค์เดช จันทรไพศาล” ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ไอร่า เสริมว่า การลงทุนหุ้นกู้ช่วงนี้ต้องมองหาบริษัทที่มีความสามารถจ่ายดอกเบี้ย และเงินต้นได้จริง ไม่จำเป็นต้องมองหาบริษัทที่ผลการดำเนินงานเติบโต เพราะการลงทุนหุ้นกู้ต่างกับหุ้น เนื่องด้วยการลงทุนในหุ้นกู้ขอเพียงบริษัทจ่ายหนี้ได้ก็พอแล้ว
จึงต้องพิจารณางบกระเเสเงินสดของบริษัทให้ดี ว่ามีเงินสดสูง และมีเงินสดเข้ามาสม่ำเสมอหรือไม่ ? รวมทั้งธุรกิจของบริษัทไม่ได้เป็นประเภทอสังหาฯอย่างเดียว (Sunset) เพราะจะมีความเสี่ยงค่อนข้างมาก
ขณะเดียวกัน ไม่แนะนำนักลงทุน ตัดสินใจลงทุนโดยพิจารณาจากเครดิต เรทติ้งอย่างเดียว หรือเป็นหลัก เนื่องด้วยเครดิต เรทติ้งของบริษัท ไม่สามารถรับประกันได้ว่าในอนาคตบริษัทจะมีเงินชำระคืนหุ้นกู้หรือไม่ ? แต่เครดิต เรทติ้ง สะท้อนแค่ความสามารถชำระคืนหนี้ในอดีตเท่านั้น
ติดตามข้อมูลหุ้นที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ : https://url.in.th/w-efin-stockarticles