หุ้นเด่นวันนี้

WHA รอตัดริบบิ้น Business Bubble ราคานี้ยังน่าลงทุนหรือไม่?

WHA รอตัดริบบิ้น Business Bubble ราคานี้ยังน่าลงทุนหรือไม่?

หุ้น WHA พุ่งทะลุแนวต้านสำคัญที่ 3.40 บาท แม้นักวิเคราะห์คาดกำไร Q2/63 จะลดลงหนัก YoY แต่มีข่าวดีรอตัดริบบิ้น Business Bubble หลังพบนักธุรกิจต่างชาติกว่า 1 หมื่นราย เล็งไทยเป็นเป้าหมายลงทุน เพราะสามารถควบคุมโควิด-19 ได้ดี ในขณะที่คู่แข่งอย่างเวียดนาม กลับมาวิกฤตอีกรอบ จับตาราคานี้ยังน่าลงทุนอยู่หรือไม่ 


*** ราคาหุ้นยังบวกต่อ ... ทำนิวไฮรอบ 1 เดือน


ราคาหุ้น บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ WHA เปิดตลาดวันนี้ยังบวกต่อเนื่องทำจุดสูงสุดรอบเช้าไปที่ 3.58 บาท กระโดดฟื้นทำนิวไฮ (New High) รอบกว่า 1 เดือน ทะลุแนวต้านสำคัญที่ 3.40 บาทไปได้ โดยปิดตลาดรอบเช้าไปที่ 3.54 บาท เพิ่มขึ้น 0.04 บาท หรือ 1.14% ปริมาณหุ้นที่ซื้อขายเพิ่มขึ้น 107% เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ย 5 วันทำการก่อนหน้า


*** มีข่าวร้าย .. ก็คือ ผลงาน Q2/63 หดตัวหนัก YoY


แม้ราคาหุ้น WHA จะบวกขึ้นมาแรงกว่ากลุ่ม ... แต่ข่าวร้ายที่หนีไม่พ้นก็คือ กำไรสุทธิในไตรมาส 2/63 จะหดตัวหนักมาก YoY เพราะยอดโอนที่ดินในปัจจุบันทำได้น้อยมากจากผลกระทบของโควิด-19 ทำให้นักลงทุนต่างประเทศไม่สามารถเข้ามาเจรจาธุรกิจได้


โดยบริษัทหลักทรัพย์(บล.)เคทีบี ประเมินเอาไว้ว่ากำไรสุทธิในไตรมาส 2/63 ของ WHA จะอยู่ที่ 440 ล้านบาท -58% YoY จากรายได้ขายที่ดินลดลง -14% YoY เพราะยอดโอนที่ดินทำได้เพียง 120 ไร่ จากปีก่อน 480 ไร่ เนื่องจากไม่มีการโอนที่ดินขนาดใหญ่ และรายได้สาธารณูปโภคลดลง -14% จากการปิดโรงงานของกลุ่มยานยนต์ 1 - 2 เดือน


*** แต่ข่าวดีก็มีเพียบ


ราคาหุ้น WHA ที่บวกสวนขึ้นมาแม้ผลประกอบการไตรมาส 2/63 ที่จะประกาศออกมาเร็ว ๆ นี้ อาจย่ำแย่ก็มีเหตุผลอยู่ เพราะปัญหาไม่ใช่ความนิยมการลงทุนนิคมอุตสาหกรรมในไทยเสื่อมคลายลงไป แต่สาเหตุเป็นเพียงเพราะนักธุรกิจไม่สามารถเข้ามาตกลงสัญญาได้เท่านั้น


ข่าวดีแรก นักลงทุนต่างชาติต่อคิวเข้าไทยไม่ต่ำกว่า 1 หมื่นราย สะท้อนดีมานด์อั้น

 

นายกลินท์ สารสิน ปธ.กก.หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า หลังจากการหารือกับผู้บริหารของสภาหอการค้าญี่ปุ่น พบว่า ขณะนี้มีนักธุรกิจจากประเทศญี่ปุ่นแสดงความจำนงที่จะขอเข้ามาประกอบธุรกิจในไทยมากถึง 10,000 ราย

 

ซึ่งยังไม่นับรวมกับนักธุรกิจจาก จีน ไต้หวัน และเยอรมัน ที่ต้องการเข้ามาดำเนินธุรกิจในไทยด้วยเช่นกัน เนื่องจากเชื่อมั่นในระบบการดูแลป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ของทางการไทย ซึ่งนักธุรกิจต่างชาติทุกคนยืนยันว่าพร้อมที่จะกักตัวตามมาตรการของประเทศไทยเป็นเวลา14 วัน


ข่าวดีสอง กำไรไตรมาส 2/63 แม้ลดลง YoY แต่ฟื้นแรง +344% QoQ

 

บล.เคทีบี ระบุเพิ่มเติมว่า กำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้นถึง 344% QoQ ในไตรมาส 2/63 นั้นเป็นผลมาจากรายได้ขายที่ดินที่เพิ่มขึ้นถึง +69% QoQ เนื่องจากยอดโอนที่เพิ่มขึ้นจากไตรมาส 1/63 ที่ทำได้เพียง 65 ไร่ และส่วนแบ่งกำไรจากธุรกิจไฟฟ้าที่ดีขึ้นเป็น 439 ล้านบาท จากไตรมาสแรกทำได้เพียง 115 ล้านบาท จากการรับรู้กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนพลิกจากไตรมาสก่อนที่ขาดทุน และในไตรมาสนี้ไม่มีการปิดซ่อมบำรุงโรงไฟฟ้า SPP


***  ยอดขายครึ่งแรกห่างไกลจากเป้ามาก ... แต่มีลุ้นหลัง Business Bubble 


บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส ระบุว่า หากมองไปที่ยอดขายที่ดินครึ่งปีแรกที่ทำได้เพียง 81 ไร่ คิดเป็นทำได้เพียง 6.8% ของเป้าหมายทั้งปีถือว่าห่างไกลจากเป้าหมายของบริษัททั้งปีที่ 1,200 ไร่มาก จึงมีโอกาสที่บริษัทจะปรับเป้ายอดขายปีนี้ลง เพราะปัจจุบันไทยมีเกณฑ์จำกัดในการให้ต่างชาติเข้ามาคือ อนุญาตเฉพาะบางกลุ่มและต้องมีการกักตัว 14 วัน จึงยังผลให้นักลงทุนต่างชาติที่จะมาซื้อหรือโอนกรรมสิทธิ์ในนิคมฯก็ต้องเผชิญกับอุปสรรคในการเดินทางมาไทย


ทั้งนี้จากการสำรวจของผู้สื่อข่าวที่พบว่าปัจจุบันมีนักธุรกิจต่างชาติจำนวนมากที่ต้องการเข้ามาลงทุนในประเทศไทย เนื่องจากความเชื่อมั่นในการจัดการกับโควิด-19 ที่ดีกว่าหลายประเทศ ในกลุ่มประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ด้วยกัน โดยเฉพาะคู่แข่งสำคัญอย่างเวียดนามที่เกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 ซ้ำอีกระลอก


ดังนั้นด้วยความต้องการลงทุนในประเทศไทยที่อั้นมานานหลายไตรมาสเพราะไม่มีตัวเลือกประเทศอื่นที่ดีกว่าไทย ประกอบสงครามการค้าสหรัฐฯ-จีน ที่ประทุต่อเนื่องที่เร่งให้เกิดการย้ายฐานการผลิตของจีนจะทำให้ยอดขายที่ดินของ WHA พุ่งขึ้นทันทีหลังจากการเปิด Busniness Bubble นั่นเอง


*** ไม่ใช่แค่เราที่รู้ ดังนั้นอัพไซด์จึงเหลือไม่มาก


ความชัดเจนของนักธุรกิจต่างชาติที่สะท้อนว่ายอดขายที่ดินเพียงแค่เลื่อนออกไป แต่ไม่ได้หายไป เริ่มขึ้นมาสักระยะแล้วดังนั้นนักลงทุนส่วนใหญ่จึงหันมาเก็งกำไรหุ้นในกลุ่มนี้ เห็นได้จากราคาหุ้น WHA ทำนิวไฮรอบกว่า 1 เดือนไปในวันนี้ ดังนั้นอาจต้องยอมรับว่าอัพไซด์เหลือไม่มากนัก

 

บล.  คำแนะนำ ราคาเหมาะสม
ดีบีเอสวิคเคอร์ส ถือ 3.23
เคจีไอ   ถือ 3.30
เคทีบี ซื้อ 3.80
โนมูระ พัฒนสิน ซื้อ 4.00
ราคาเฉลี่ย   3.58
อัพไซด์จากจุดสูงสุดเช้านี้ 0%

 

ดีมานด์จากนักธุรกิจที่จ่อเข้าไทยจำนวนมากเป็นตัวสะท้อนว่าความนิยมของหุ้นนิคมอุตสาหกรรมของไทยยังไม่เสื่อมคลายลงไป เพียงแต่ปัญหาก็คือไม่มีใครรู้ว่ามาตรการ Business Bubble จะเกิดขึ้นได้เมื่อไหร่กันแน่ การซื้อหุ้นในตอนนี้จึงเหมือนซื้ออนาคตที่ยังไม่รู้จะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ จึงต้องใช้ความระมัดระวังในการลงทุนด้วย







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh




LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด