หุ้นเด่นวันนี้

BAM ข่าวร้ายทุบหุ้นร่วงหนัก จับตากระทบพื้นฐานแค่ไหน?

BAM ข่าวร้ายทุบหุ้นร่วงหนัก จับตากระทบพื้นฐานแค่ไหน?

BAM ไขปริศนาราคาหุ้นร่วงหนัก พบเรื่องนี้อาจเกี่ยวข้องกับการปรับอันดับเครดิตของ "ฟิทช์" นักวิเคราะห์คาดมีโอกาสถูกหั่นเรทติ้งลง 2 อันดับ จาก "AA-" เหลือ "A" ทำต้นทุนการเงินเพิ่มขึ้น 0.50% นักลงทุนจึงเทขายลดความเสี่ยง! แต่หากอันดับเครดิตคงเดิมอาจทำหุ้นพุ่ง ส่องพื้นฐานราคานี้น่าเก็บหรือไม่ ?


ราคาหุ้น บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา(14ก.พ.63)ทำนักลงทุนใจหายไปตามๆกัน หลังจากที่ขึ้นไปทำจุดสูงสุดที่ 36.25 บาท ก่อนที่ราคาหุ้นจะโดนถล่มลงมาทำจุดต่ำสุดช่วงเช้าวันนี้ที่ 29.75 บาท และมาปิดตลาดช่วงเช้าที่ 30.75 บาท ลดลง 0.75 บาท หรือ 2.38% ปริมาณหุ้นซื้อขายเพิ่มขึ้น 116.82% เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ย 5 วันทำการก่อนหน้า 


หลังจากที่ BAM เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(SET)เมื่อ 16 ธ.ค.62 ราคาหุ้นก็ปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งล่าสุด(14 ก.พ.63) ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นไปทำจุดสูงสุดที่ 36.25 บาท ก่อนที่จะปรับตัวลงแรงจนน่าใจหายในวันเดียวกัน เกิดอะไรขึ้นกับ BAM กันแน่?


*** หวั่น BAM ถูก"ฟิทช์ เรทติ้งส์" หั่นเครดิตลง 2 ระดับ ดันต้นทุนการเงินเพิ่ม 0.50%


บล.กสิกรไทย ระบุว่า ราคาหุ้น BAM ที่ปรับตัวลดลงแรงส่วนหนึ่งมาจากการปรับอันดับเครดิตเรทติ้งส์จาก ฟิทช์ เรทติ้งส์(ประเทศไทย)ที่จะเกิดขึ้นในอีก 2 สัปดาห์ข้างหน้านี้ ดังนั้นด้วยราคาหุ้นที่ปรับตัวขึ้นไปมาก ทำให้นักลงทุนตัดสินใจขายลดความเสี่ยงออกมาเพื่อรอความชัดเจนก่อน ซึ่งปัจจุบัน BAM มีประเด็นกดดันคือ อันดับเครดิตภายในประเทศน่าจะได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้ถือหุ้นใหญ่ที่ลดลง เพราะระดับความสัมพันธ์กับภาครัฐอาจเปลี่ยนแปลงไป


ซึ่งขณะนี้อันดับเครดิตของ BAM อยู่ที่ "AA-" โดยแบ่งความเป็นไปได้ของการปรับอันดับเครดิต เป็น 3 แนวทาง ดังนี้

1)ฟิทช์คงอันดับเครดิตไว้ที่ "AA-" ซึ่งหากออกมาในแนวทางนี้จะทำให้ราคาหุ้น BAM ปรับตัวขึ้นทันที 
2)ปรับลดลง 2 ระดับ (Notch) เหลือ "A" กรณีนี้มีโอกาสเป็นไปได้มากที่สุด ซึ่งการลดลง 1 ระดับจะทำให้ต้นทุนทางการเงินของ BAM เพิ่มขึ้น 25 bps จากปัจจุบันที่ 3.20%
3)ปรับลดลง 5 ระดับ (Notch) เหลือ "BBB" กรณีนี้เป็นกรณีที่เลวร้ายสุด


ทั้งนี้ ฟิทช์ เรทติ้ง ได้ระบุไว้ก่อนหน้านี้ว่า ฟิทช์น่าจะทำการพิจารณาอันดับเครดิตของ BAM จากความแข็งแกร่งทางการเงินของตัวบริษัทเอง หากสัดส่วนการถือหุ้นของภาครัฐลดลงไปต่ำกว่า 50% ระดับความสัมพันธ์กับภาครัฐอยู่ในระดับจำกัด และการสนับสนุนพิเศษที่นอกเหนือจากการดำเนินงานปรกติจากภาครัฐอาจไม่สามารถพึ่งพาได้ 

กรณีดังกล่าวอาจจะส่งผลให้อันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาวของ BAM ถูกปรับลดอันดับลงไปอยู่ในช่วงอันดับเครดิตในกลุ่ม 'BBB(tha)' (rating category) หรืออาจจะปรับลดลงไปต่ำกว่าระดับดังกล่าวได้ ในกรณีที่การยกเลิกสิทธิประโยชน์ในด้านกฎเกณฑ์มีผลกระทบในเชิงลบต่ออัตรากำไรและต้นทุนทางการเงินในระดับที่มีนัยสำคัญต่อความมีเสถียรภาพของรูปแบบในการดำเนินธุรกิจของบริษัท (business model)


*** พื้นฐานยังเด่น งบไตรมาส 4/62 พุ่ง มีโอกาสซื้อหนี้บริหารเพิ่มขึ้น


บล.เคทีบี ระบุ ราคาหุ้น BAM ที่ปรับตัวลงจากการขายทำกำไรเท่านั้น เนื่องจากราคาหุ้นได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นมาสูงตั้งแต่ช่วงต้นปี และทำสถิติสูงสุดตลอดกาล จากแนวโน้มผลการดำเนินงานที่จะขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และได้รับผลบวกจากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายในวันที่ 5 ก.พ. ที่ผ่านมาเป็นหลัก โดยตั้งแต่ต้นเดือน ก.พ. ราคาหุ้น BAM ปรับตัวขึ้น +22.3% ทั้งนี้เราคาดว่าปัจจัยพื้นฐานทางธุรกิจยังเป็นไปตามที่เราคาด จะได้รับผลบวกจากโอกาสที่จะซื้อหนี้เสียมาบริหารที่เพิ่มขึ้นในต้นทุนที่ต่ำ

ทั้งนี้ในระยะสั้นเราคาดว่าอาจจะเห็นการเคลื่อนไหวของราคาที่ปรับตัวลงจากผลการดำเนินงานที่น่าจะเป็นไปตามที่ตลาดคาด อย่างไรก็ตามในระยะยาวเราคาดว่าราคาหุ้นจะปรับตัวเพิ่มขึ้น เนื่องจากเป็นกลุ่มที่ยังสามารถขยายตัวได้ท่ามกลางสภาพเศรษฐกิจที่ชะลอตัว

แนะนำ "ซื้อ" ราคาเหมาะสม 30 บาท


บล.เคจีไอ ระบุว่า BAM ยังมีรายได้ที่ยังไม่ได้รับรู้อีกประมาณ 9 พันล้านบาท (เงินได้ที่ยังไม่ได้รับจากการประมูลสินทรัพย์ด้อยคุณภาพโดยกรมบังคับคดี) ซึ่งส่วนหนึ่งจะรับรู้เป็นรายได้ในปี 64 - 65 ซึ่งเป็นเงินที่เหลือหลังจากกรมบังคับคดีจ่ายคืนแล้ว 5 พันล้านบาทในงวด 9 เดือนปี 62

ทั้งนี้บริษัทจะได้เงินจากการขายที่ดินแปลงใหญ่ให้กับ Central Group มูลค่าประมาณ 1.5 พันล้านบาท ซึ่งรายได้ส่วนนี้จะถูกบันทึกเข้ามางบการเงินไตรมาส 4/62 ซึ่งจะทำให้รายได้และกำไรสุทธิพุ่งสูงขึ้นมากใน 4/62 ทั้งนี้ เมื่อรวมกับรายได้ประจำที่สม่ำเสมอ ทำให้เราคาดว่ากำไรสุทธิของ BAM ในไตรมาส 4/62 จะอยู่ที่ประมาณ 1.3 - 1.5 พันล้านบาท และกำไรสุทธิปี 62 จะอยู่ที่ประมาณ 6.2 - 6.4 พันล้านบาท คิดเป็น EPS ที่ 1.9-2.0 บาท


*** หุ้นทะลุราคาเหมาะสม กระตุ้นนักลงทุนตัดสินใจขายทำกำไรง่ายขึ้น


จากการสำรวจราคาเหมาะสมของ BAM จากนักวิเคราะห์หลายรายพบว่าให้ไว้สูงสุดที่ 31 บาทเท่านั้น ซึ่งราคาหุ้นในปัจจุบันเลยราคาเหมาะสมไปไกล แม้จะรวมประเด็นบวกในไตรมาส 4/62 เข้ามาแล้ว

 

บล. คำแนะนำ ราคาเหมาะสม
ยูโอบี เคย์เฮียน ขาย 25
ไทยพาณิชย์ Neutral 26
กสิกรไทย Neutral 27
ทรีนิตี้ ซื้อ 28.50
หยวนต้า ซื้อ 30
บัวหลวง ซื้อ 31


ประเด็นการปรับลดอันดับเครดิตเรทติ้ง เป็นประเด็นที่นักลงทุนต้องพิจารณาเป็นสำคัญ เพราะนอกจากจะมีผลต่อต้นทุนทางการเงินแล้ว อาจมีผลต่อจิตวิทยาการลงทุนด้วย  ซึ่งราคาหุ้นที่เกินพื้นฐานไปมากในขณะนี้น่าจะทำให้นักลงทุนตัดสินใจขายทำกำไรออกมาง่ายขึ้นด้วย ดังนั้นนักลงทุนต้องใช้ความระมัดระวังมากขึ้น!







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh




LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด