หุ้นเด่นวันนี้

TOP ถ้าอยากมีไว้...ต้องทำใจดีๆนะ

TOP ถ้าอยากมีไว้...ต้องทำใจดีๆนะ

    TOP เดินหน้าฟื้นตัวจากราคา 60 บาท มาทำนิวไฮรอบเกือบ 3 เดือนได้อย่างน่าสนใจในวันนี้ แต่ถ้าอยากมีหุ้นติดพอร์ตไว้ล่ะก็...ต้องทำใจให้ดีๆด้วย! เพราะกูรูเตือนกำไรสุทธิไตรมาส 2/62 จะออกมาอ่อนแอมาก จากทั้งขาดทุนสต็อก สเปรดอ่อนแอ จับตา! IMO 2020 เป็นทางรอดจริงหรือไม่?

    ราคาหุ้น บมจ.ไทยออยล์ หรือ TOP เดินหน้าทำจุดสูงสุดรอบเช้าไปที่ 72.75 บาท ทำนิวไฮรอบเกือบ 3 เดือน ก่อนปิดตลาดช่วงเช้าไปที่ 71.75 บาท เพิ่มขึ้น 0.75 บาท หรือ 1.06% ปริมาณหุ้นที่ซื้อขายเพิ่มขึ้น 147.02% เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ย 5 วันทำการก่อนหน้าที่ 18.8 ล้านหุ้น 

    TOP เป็นบริษัทย่อยของ ปตท. PTT ประกอบธุรกิจการกลั่น และจำหน่ายนํ้ามันปิโตรเลียมรายใหญ่ที่สุดในประเทศไทย มีธุรกิจหลักคือ การกลั่นนํ้ามันปิโตรเลียม และมีธุรกิจที่เกี่ยวข้องหลากหลาย เช่น ธุรกิจไฟฟ้า ธุรกิจสารทำละลาย ธุรกิจบริการการขนส่งทางเรือและทางท่อ ธุรกิจพลังงานทดแทน และอื่นๆ

    แม้ TOP จะเป็นผู้เล่นรายใหญ่สุดในไทย แต่ผลประกอบการก็ยังมีความผันผวนตามค่าการกลั่น และราคาน้ำมันดิบในแต่ละปี โดยในปี 59 - 61 มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 21,211 ล้านบาท 24,856 ล้านบาท และ 10,149 ล้านบาทตามลำดับ 

    ขณะที่ไตรมาส 1/62 ผลงานยังอ่อนแอต่อเนื่องอีก มามีกำไรสุทธิอยู่ที่ 4,408 ล้านบาท ลดลง 21.38% จากช่วงเดียวกันปีก่อน

    TOP กลับมาทำราคาหุ้นนิวไฮรอบเกือบ 3 เดือนได้อย่างน่าสนใจในวันนี้ สาเหตุก็มาจากราคาน้ำมันดิบที่เป็นขาขึ้นมาตั้งแต่เดือนมิ.ย.ถึงปัจจุบัน และข่าวพายุเตรียมถล่มอ่าวเม็กซิโกก็อาจทำให้โรงกลั่นบางแห่งต้องหยุดทำการด้วย!

    วันนี้ราคาน้ำมันดิบ Crude Oil WTI ส่งมอบเดือน ส.ค. ดีดขึ้นมาแตะจุดสูงสุดของวันที่ 60.62 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ทำนิวไฮรอบเกือบ 3 เดือนทิศทางเดียวกับราคาหุ้น TOP หลังจากราคาลงไปแตะ 51.14 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในเดือน มิ.ย.
    ซึ่งสาเหตุหลักที่ราคาน้ำมันดิบปรับขึ้นมาในช่วงนี้ มาจากกองเรือของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) ได้พยายามยึดเรือบรรทุกน้ำมันของอังกฤษในอ่าวเปอร์เซีย ส่วนปัจจัยหนุนในระหว่างวันจากข่าวพายุที่เตรียมพัดถล่มอ่าวเม็กซิโก ซึ่งส่งผลให้มีการอพยพคนงานออกจากแท่นขุดเจาะน้ำมันในบริเวณดังกล่าว อาจส่งผลให้โรงกลั่นต้องหยุดเดินเครื่อง หนุนค่าการกลั่นโดยรวมพุ่ง

    เห็นราคาหุ้นพุ่งน่าสนใจ แต่ถ้าอยากมีหุ้นไว้ครอบครองก็ต้องทำใจดีๆด้วย! เพราะกูรูเตือนกำไรสุทธิไตรมาส 2/62 จะลดลงแรงอ่วมทั้ง ขาดทุนสต็อก สเปรดอ่อนแอ ค่าใช้จ่ายซ่อมบำรุง ส่วนครึ่งปีหลังยังไม่แน่นอน เพราะอาจเจอสเปรดอะโรเมติกส์ต่ำกดดันอีก

    บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส ประเมินกำไรสุทธิไตรมาส 2/62 จะอยู่ที่ 96 ล้านบาท ร่วงแรง 98% YoY และ 98% QoQ โดยมีปัจจัยลบหลายอย่าง ได้แก่ ค่าการกลั่นลดลงต่ำกว่าระดับคุ้มทุน, Crude premium เพิ่มขึ้น, ขาดทุนสต็อก 263 ล้านบาท, สเปรดอะโรเมติกส์อ่อนแอ มีค่าใช้จ่ายซ่อมบำรุง 500 ล้านบาท และตั้งสำรองผลตอบแทนพนักงานตามกฎหมายใหม่ 380 ล้านบาท
    ซึ่งค่าการกลั่น (GIM) ที่ไม่รวมกำไร/ขาดทุนจากสต็อกในไตรมาส 2/62 คาดอยู่ที่ 4 ดอลลาร์/บาร์เรล (-32%YoY, -23%QoQ) และถ้ารวมกำไร/ขาดทุนสต็อกจะเป็น 3.66 ดอลลาร์/บาร์เรล ต่ำกว่าระดับคุ้มทุนที่ 3.75 ดอลลาร์/บาร์เรล
    ส่วนแนวโน้มครึ่งหลังปีนี้ แม้ค่าการกลั่นฟื้นตัวจาก IMO 2020 ที่จะเริ่มใช้ตั้งแต่ 1 ม.ค. 63 แต่ส่วนสเปรดอะโรเมติกส์ (PX, BZ) จะได้รับผลกระทบจากสงครามการค้า & มีกำลังการผลิตใหม่เข้ามาเพิ่ม
    แนะนำ ซื้อ ราคาพื้นฐาน 75 บาท อิง P/BV ปีนี้ที่ 1.2 เท่า โดยคาดว่า TOP จะได้ประโยชน์จาก IMO2020 มากที่สุดในกลุ่มโรงกลั่นไทย, มี Cash cost โรงกลั่นต่ำสุด และจ่ายปันผลดี คาด Yield ปี 62-63 ที่ 3.5% และ4%

    บล.ทิสโก้ ประมาณการณ์ค่าการกลั่น(GRM)ในตลาดของ TOP จะอยู่ที่ 4 ดอลลาร์/บาร์เรล ในปีนี้ ลดลงจาก 4.7 ดอลลาร์/บาร์เรล ในปีก่อน การตื่นตูมกับการฟื้นตัวของอัตรากำไรการกลั่นเป็นแค่ปัจจัยระยะสั้นเท่านั้น ซึ่งการเพิ่มโควต้าส่งออกเชื้อเพลิงกลั่นแล้วจากประเทศจีนใกล้จะเข้าสู่ตลาดแล้ว ทำให้การแข่งขันเพิ่มกำลังการผลิตจะเข้มข้นขึ้น 
    ขณะที่รายได้ของกลุ่มอะโรเมติกส์จะลดลง ทั้งพาราไซลีน (PX) และเบนซีน (BZ) จากกำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้น และผลิตภัณฑ์อะโรเมติกส์ใหม่อย่างน้อย 4 ชนิดจากจีนจะเริ่มผลิตในครึ่งหลังปีนี้ ผลิตภัณฑ์อะโรเมติกส์พวกนี้จะเพิ่มปริมาณพาราไซลีน (PX) รวม 3.6 ล้านตันต่อปีและเบนซีน (BZ) รวม 1.1 ล้านตันต่อปี จึงคาดการณ์ว่าอัตรากำไรจาก PX-naphtha จะลดลง 9% YoY ในปี 62 และ 23% YoY ในปี 63
    แนะนำ ถือ ราคาเป้าหมาย 66 บาท ทั้งนี้ผลเสียที่จะมากระทบราคาหุ้นนั้นน่าจะจำกัดแล้ว เพราะ IMO 2020 น่าจะเข้ามาช่วยลดผลกระทบได้

    บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง ระบุว่า ราคาหุ้น TOP ฟื้นตัวตามค่าการกลั่นที่ได้ผลบวกในระยะสั้น จากเหตุเพลิงไหม้โรงกลั่นในสหรัฐ รวมถึงการปรับลดการผลิตของโรงกลั่นพื้นฐาน (Hydroskimming) ในเอเชียเหนือ อย่างไรก็ตามยังคงมุมมองอุตสาหกรรมโรงกลั่นและอะโรเมติกส์ที่อ่อนแอกดดันจากอุปทานใหม่ ปัจจัยบวกที่เหลืออยู่มีเพียง มาตรการ IMO 2020 ในช่วงปลายปี 
    แนะนำ ถือ ราคาเป้าหมาย 65 บาท อ้างอิง PBV 1.1 เท่า
    
    ส่อง IMO 2020 ทางรอดของ TOP จริงๆแล้วคืออะไร? กูรูสรุปสั้นๆ อาจบวกค่าการกลั่นให้อีก 2 ดอลลาร์/บาร์เรล

    IMO 2020 หรือ มาตรการใหม่ของ International Marine time Organization ในปี 2020 จะลดเพดานสัดส่วนกำมะถันลงเหลือ 0.5% จากเดิม 3.5% บังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 63 เกณฑ์ใหม่จะทำให้สัดส่วนกำมะถันในน้ำมันเตาซึ่งเป็นเชื้อเพลิงในการเดนเรือของทั้งโลกลดลง ส่งผลให้อุปสงค์น้ำมันเตาที่มีสัดส่วนกำมะถันต่ำเพิ่มขึ้นขณะที่อุปสงค์น้ำมันเตาที่มีสัดส่วนกำมะถันสูง (high sulfur fuel oil หรือ HSFO) จะลดลงในอนาคต ทำให้ส่วนต่างราคาระหว่างผลิตภัณฑ์ทั้งสองชนิดห่างกันมากขึ้น
    ซึ่งบล.กรุงศรี ชี้ TOP จะได้อานิสงส์มากที่สุดจากมาตรการของ IMO ในปี 2020 เนื่องจากมีสัดส่วน middle distillates มากที่สุด และ GRM จะเพิ่มขึ้น 2 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล แต่ขึ้นอยู่กับว่าโรงกลั่นจะสะท้อนอุปสงค์ของ middle distillates ที่เพิ่มขึ้นได้แค่ไหนด้วย

    ทิศทางกำไรสุทธิไตรมาส 2/62 แน่นอนว่าจะต้องออกมาแย่มาก และสเปรดอะโรเมติกส์ยังถูกกดดันในครึ่งปีหลังด้วย แต่จะได้ผลบวกจาก IMO 2020 เข้ามาทดแทน ดังนั้นสิ่งที่นักลงทุนต้องคำนึงให้ดีก็คือความคาดหวังของเราเหมาะสมกับราคาหุ้นที่เท่าไหร่แค่นั้น!







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh




LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด