หุ้นเด่นวันนี้

DELTA กำไรฟื้นเด่นปี 65 แต่ราคาทะลุพื้นฐานไปไกล!

DELTA กำไรฟื้นเด่นปี 65 แต่ราคาทะลุพื้นฐานไปไกล!

DELTA ปิดเช้าลบ 2.62% หลังงบ Q3/64 ต่ำกว่าตลาดคาด 14% ขณะที่โบรกฯมองธุรกิจพ้นจุดต่ำสุดแล้ว คาด Q4/64 เป็นจุดเริ่มต้นฟื้นตัว หลังโรงงานผลิตปกติ ก่อนปี 65 กำไรพลิกโต 21.6 - 45.9% YoY ตามอุตสาหกรรม EV Car โตต่อเนื่อง แต่พื้นฐานน่าสนใจลงทุนหรือไม่ ต้องติดตาม!
 

*** ปิดเช้าลบ 2.62% หลังงบ Q3/64 ต่ำกว่าตลาดคาด 14%
 

ราคาหุ้น บริษัทเดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DELTA ช่วงเช้าวันนี้ (27 ต.ค.64) ร่วงไปทำจุดต่ำสุดที่ราคา 438 บาท ก่อนปิดซื้อขายภาคเช้าด้วยราคา 446 บาท ลดลง 12 บาท หรือ -2.62% มีปริมาณการซื้อขายเพิ่มขึ้น 117.31% จาก 5 วันทำการก่อนหน้า

บทวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ซีจีเอส ซีไอเอ็มบี (ประเทศไทย) ระบุสาเหตุที่ทำให้ราคาหุ้น DELTA ปิดซื้อขายภาคเช้าในแดนลบ เนื่องจากกำลังได้รับปัจจัยลบ จากกำไรสุทธิไตรมาส 3/64 ที่เพิ่งประกาศออกมา จำนวน 1.19 พันล้านบาท ลดลง 54% เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งกำไรสุทธิดังกล่าว ต่ำกว่าตลาดคาดไว้ 14%
 

*** กูรูชี้พ้นจุดต่ำสุดแล้ว คาด Q4/64 ฟื้นหลังโรงงานผลิตปกติ
 

บล.เอเซีย พลัส ประเมินว่า ผลการดำเนินงานปี 64 ของ DELTA ได้ผ่านจุดต่ำสุดในช่วงไตรมาส 3/64 ไปแล้ว โดยคาดว่าในช่วงไตรมาส 4/64 จะเห็นกำไรสุทธิฟื้นตัวขึ้นจากไตรมาสก่อน โดยมีเหตุผลหลัก จากโรงงานสามารถกลับมาเดินเครื่องผลิตได้ตามปกติ ไม่ต้องปิดชั่วคราวเหมือนไตรมาสก่อน จากผลกระทบการแพร่ระบาดโควิด-19

นอกจากนี้ ความต้องการชิ้นส่วนในช่วงดังกล่าว คาดว่ายังคงทรงตัวอยู่ในระดับสูง ซึ่งจะเป็นปัจจัยสนับสนุนให้รายได้รวมของ DELTA กลับมาเติบโตเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนได้ ประกอบกับ อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Margin) มีแนวโน้มฟื้นตัว ตามทิศทางเงินบาทที่ยังอ่อนตัว

สอดคล้องกับ บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ที่ประเมินว่า ผลการดำเนินงานไตรมาส 4/64 ของ DELTA มีแนวโน้มฟื้นตัวขึ้นจากไตรมาสก่อน โดยมีปัจจัยหนุนจากยอดขายฟื้นตัวขึ้นจากไตรมาสก่อน ตามความต้องการชิ้นส่วนที่ยังทรงตัวในระดับสูง ประกอบกับ การแพร่ระบาดโควิด-19 เริ่มคลี่คลาย ทำให้โรงงานสามารถเดินเครื่องผลิตได้ตามปกติ ประกอบกับ ค่าขนส่งเริ่มลดลง ทำให้อัตราการทำกำไร มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อน
 

*** แต่กำไรปีนี้เสี่ยงหดตัว ก่อนพลิกโตเด่นปี 65 รับอานิสงส์ EV
 

บล.เอเซีย พลัส ประเมินกำไรสุทธิปี 64 ของ DELTA ไว้ที่ 6.5 พันล้านบาท ลดลง 7.4% เมื่อเทียบกับปีก่อน มีสาเหตุหลักจากการขาดแคลนวัตถุดิบ และ น้ำท่วม กดดันให้ Gross Margin ลดลง แต่คาดปี 65 จะพลิกกลับมาทำกำไรสุทธิได้ราว 7.9 พันล้านบาท เติบโตขึ้น 21.6% จากปีก่อน หลังปัญหาวัตถุดิบขาดแคลนจบลง ขณะที่ ความต้องการชิ้นส่วน ยังทรงตัวในระดับสูง

ขณะที่ บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ประเมินกำไรสุทธิปี 65 ของ DELTA ไว้ที่ 8.9 พันล้านบาท เติบโตขึ้น 45.9% เมื่อเทียบกับปีก่อน เนื่องจากยอดขายรถยนต์ไฟฟ้า (EV Car) เพิ่งเริ่มต้นรอบขาขึ้น ทำให้คาดว่ายอดขายของ DELTA ในปี 65 จะอยู่ในทิศทางขาขึ้นตามอุตสาหกรรมดังกล่าว

เช่นเดียวกับ บล.โนมูระ พัฒนสิน ที่เสริมว่า ภาพรวมของอุตสาหกรรม EV car และ Data Center ยังคงเติบโตโดดเด่น ทำให้ยอดขายในปี 65 ของ DELTA มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตาม 2 อุตสาหกรรมดังกล่าว ประกอบกับ ปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบจะค่อยๆคลี่คลายขึ้น เพราะที่ผ่านมาอุตสาหกรรม EV car เข้ามาแย่งวัตถุดิบ ที่เป็นเซมิคอนดักเตอร์ จำนวนมาก 
 

*** แต่โบรกฯมอง Valuation ไม่น่าสนใจ - เสี่ยงหลุด SET50–SET100
 

บล.เอเซียพลัส มองว่า แม้ธุรกิจของ DELTA จะมีแนวโน้มเติบโตโดดเด่นในระยะยาว แต่มูลค่า (Valuation) ณ ปัจจุบันค่อนข้างแพง และ เกินมูลค่าพื้นฐานไปมากแล้ว จนล่าสุดมีค่า PER สูงถึง 72 เท่า นอกจากนี้ DELTA ยังมีความเสี่ยงถูกนำออกจากดัชนี SET50 และ SET100 หากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เพิ่มเกณฑ์ Cash Balance เข้ามาร่วมคำนวณดัชนีใหม่

ทั้งนี้ DELTA เป็นหนึ่งในหุ้นที่มีโอกาสสูง ที่จะไม่ผ่านเกณฑ์คำนวณดัชนีใหม่ของ ตลท. และจะถูกนำออกจากทั้ง 2 ดัชนีดังกล่าว เนื่องจาก DELTA เคยถูกขึ้นเครื่องหมาย Cash Balance และ Trading Alert มานานถึง 7 เดือน จากรอบการคำนวณสภาพคล่องทั้งหมด 12 เดือน กดดันให้กองทุนที่ลงทุนอิงตามดัชนี มีโอกาสลดน้ำหนักในการลงทุนลง

เช่นเดียวกับ บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) ที่ระบุว่า ราคาหุ้น DELTA ปัจจุบันมีค่า PER ปี 65 สูงถึง 61 เท่า ซึ่งนับว่าแพงมาก และยังมีปัญหาขาดแคลนชิป ประกอบกับ มีความเสี่ยง ถูกตลท.ใช้เกณฑ์ใหม่ ในการคัดเลือกหุ้นเข้าดัชนี SET50 โดยไม่ให้นำมูลค่าซื้อขายช่วงติด Cash balance มาคำนวณ และนำเกณฑ์ Free-float มาใช้เลือกหุ้นเข้าดัชนี SET50 ซึ่งหุ้น DELTA มี Free float ค่อนข้างต่ำ เพียง 22.4% เท่านั้น

ส่วน บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) เสริมว่า การเข้าลงทุนในหุ้น DELTA ช่วงนี้ ยังไม่มีความน่าสนใจมากนัก สะท้อนจากราคาหุ้นที่แพงเกินพื้นฐานไปมาก จนไม่เหลืออัพไซด์ ที่น่าดึงดูดใจมากนัก
 

*** ส่วนใหญ่ แนะนำ"ขาย" เหตุราคาหุ้นเกินพื้นฐาน
 

จากการสำรวจความคิดเห็นนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ยังคงแนะนำ"ขาย" แม้จะมองว่าผลการดำเนินงานของ DELTA ได้ผ่านจุดต่ำสุดในช่วงไตรมาส 3/64 แล้วก็ตาม แต่สิ่งที่นักวิเคราะห์ยังเป็นกังวล คือ ราคาหุ้นที่แพงเกินพื้นฐาน จนไม่เหลืออัพไซด์ ประกอบกับ มีความเสี่ยงถูกถอดออกจากดัชนี SET50 และ SET100 ด้วย
 

บล.  คำแนะนำ ราคาเหมาะสม (บ.)
ซีจีเอสฯ ขาย     435.00
หยวนต้า ขาย     380.00
โนมูระฯ Reduce     345.00
เคจีไอ ขาย     320.00
ดีบีเอสฯ ขาย     300.00
เอเซียพลัส ขาย     190.00
ราคาเฉลี่ย 328.33


หากอ้างอิงข้อมูลของนักวิเคราะห์ ดูเหมือนว่าการเข้าลงทุนในหุ้น DELTA ขณะนี้ ยังไม่ค่อยน่าสนใจมากนัก แม้จะเริ่มเห็นการฟื้นตัวของผลการดำเนินงานในระยะถัดไปก็ตาม เนื่องจากราคาหุ้น DELTA ที่ซื้อขาย ณ ปัจจุบัน นอกจากจะมีระดับ P/E ที่ค่อนข้างสูงแล้ว ราคาหุ้นยังเกินพื้นฐานสูงถึง 28.93% เมื่อเทียบกับราคาเหมาะสมเฉลี่ยของโบรกฯ...







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh




LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด