หุ้นเด่นวันนี้

TMB ดันราคาก่อนขึ้น XT จับตาราคาหลังควบรวมควรอยู่ที่เท่าไหร่?

TMB ดันราคาก่อนขึ้น XT จับตาราคาหลังควบรวมควรอยู่ที่เท่าไหร่?

TMB เทรดคึกคัก ดันราคาพุ่งแรงก่อนขึ้นเครื่องหมาย XT เพื่อรับ TSR วันที่ 26 ก.ย. นี้ นักวิเคราะห์ชี้ควรใส่เงินเพิ่มทุน มอง synergy จะเกิดขึ้นได้ทันทีหลังจากควบรวมเสร็จ เคาะมูลค่า New TMB ที่ 2.06 บาท ขณะที่ล่าสุดราคายังเทรดต่ำกว่า BV 
 

หุ้นธนาคารทหารไทย (TMB) ซื้อขายคึกคักเกินปกติ โดยมีปริมาณหุ้นที่ซื้อขายเพิ่มขึ้นกว่า 628% เทียบค่าเฉลี่ย 5 วันทำการก่อนหน้า จากที่ซื้อขายวันละ 60 ล้านหุ้น เพิ่มเป็น 377 ล้านหุ้น ส่งผลให้ราคาปรับขึ้นแรง ปิดที่ 1.70 บาท เพิ่มขึ้น 8.97% 
 

TMB อยู่ระหว่างกระบวนการควบรวมกับ ธนาคารธนชาต หรือ TBANK โดยการเพิ่มทุน 62,371 ล้านหุ้น หรือ 1.4 เท่าตัวจากจำนวนหุ้นเดิม 43,851 ล้านหุ้น แบ่งเป็น
 

1. จำนวนไม่เกิน 31,481,481,482 หุ้น รองรับการออก TSR ให้กับผู้ถือหุ้นเดิม TMB สัดส่วน 1.39 : 1 อายุไม่เกิน 2 เดือน ราคาใช้สิทธิ 1.35 บาท - 1.60 บาทต่อหุ้น 
 

2. จำนวนไม่เกิน 27,622,837,416 หุ้น ขายให้ผู้ถือหุ้นเดิมของธนาคารธนชาตทุกราย ราคาเสนอขายเท่ากับ 1.1 เท่าของมูลค่าตามบัญชีต่อหุ้นของธนาคารฯ โดยอ้างอิงข้อมูลทางการเงินตามงบการเงินรวม ณ วันที่ 30 กันยายน 2562 
 

3. จำนวนไม่เกิน 3,067,340,365 หุ้น ขายให้แก่บุคคลในวงจำกัด (Private Placement) ราคาเสนอขายเท่ากับ 1.1 เท่าของมูลค่าตามบัญชีต่อหุ้นของธนาคารฯ โดยอ้างอิงข้อมูลทางการเงินตามงบการเงินรวม ณ วันที่ 30 กันยายน 2562 
 

4. จำนวนไม่เกิน 200,000,000 หุ้น ให้แก่ผู้บริหาร และพนักงานของธนาคารฯ หรือบริษัทย่อยของธนาคารฯ (รวมถึงธนาคารธนชาตภายหลังการเข้าซื้อหุ้นจนเป็นผลให้ธนาคารธนชาตกลายเป็นบริษัทย่อยของธนาคารฯ)
 

หลังการประกาศเพิ่มทุนเมื่อต้นเดือน ส.ค. ที่ผ่านมา ราคาหุ้น TMB ร่วงลงแตะจุดต่ำสุดที่ 1.43 บาทในช่วงปลายเดือน ส.ค. ก่อนจะไซด์เวย์ในกรอบราว 1.40-1.50 บาท จนกระทั่งวานนี้ (11 ก.ย.) ที่ราคาพุ่งแรงแตะ 1.70 บาท 
 

เมื่อวันที่ 9 ก.ย. TMB แจ้งมติคณะกรรมการ กำหนดวันขึ้นเครื่องหมาย XT เพื่อสิทธิในการรับ TSR วันที่ 26 ก.ย. นี้ ทำให้เกิดแรงเก็งกำไรหุ้น TMB เข้ามาอีกครั้ง ซึ่งหากประเมินจากราคาแปลงสภาพที่ 1.35-1.60 บาท และบริษัทต้องการเคาะราคาในระดับสูง ราคาห้น TMB ก็ไม่ควรต่ำกว่า 1.60 บาท 
 

นอกจากนี้พบว่านักวิเคราะห์ประเมินราคาหุ้นธนาคารใหม่ (New TMB) ที่ 2.06 บาท พร้อมมอง มอง synergy จะเกิดขึ้นได้ทันทีหลังจากควบรวมเสร็จ ขณะที่ล่าสุดราคาเทรด P/BV ที่ 0.7 เท่า เท่านั้น
 

บล.เคทีบี(ประเทศไทย) ประเมินมูลค่าหุ้นใหม่ของ New TMB จะอยู่ที่ 2.06 บาทต่อหุ้น โดยอ้างอิงจากมูลค่าสินทรัพย์ใหม่ทั้งหมดที่ 1.9 ล้านล้านบาท และอิง ROE ของ TMB และ TBANK เฉลี่ยที่ 10%, P/BV ที่ 0.90x ซึ่งยังไม่รวมผลของ Synergy ที่จะทำให้ ROE ปรับตัวเพิ่มขึ้นได้ในอนาคต
 

เราคาดว่า synergy ที่เกิดขึ้นจากการควบรวมของ TMB และ TBANK จะเกิดขึ้นได้ทันทีหลังจากควบรวมเสร็จ ซึ่งเร็วกว่าดีลการควบรวมธนาคารอื่นๆในอดีต โดย 
 

1) ระยะสั้นจะเห็นการลดต้นทุนเงินฝากได้เลยทันที เพราะ TMB มีความแข็งแกร่งเรื่องเงินฝาก นอกจากนี้ ด้านเงินให้สินเชื่อจะเน้นการปล่อยสินเชื่อที่มีผลตอบแทนสูงจาก TBANK ที่มีสินเชื่อเช่าซื้อได้ทันที และเกิดการ cross-selling จากฐานลูกค้าของ TMB ที่เดิมไม่มีสินเชื่อเช่าซื้อและรถแลกเงิน (cash your car) ขณะที่สัดส่วนสินเชื่อรายย่อยและสินเชื่อ SME ของทั้ง 2 ธนาคารมีความซ้ำซ้อนกันน้อยมากเพียง 10% และ 4% ตามลำดับ 
 

2) ระยะยาว 3-5 ปี จะเห็น synergy ที่เกิดขึ้นได้อย่างชัดเจนจากการลดต้นทุน เช่น การลงทุนทางด้าน IT ที่น้อยลง เพราะเป็นการลงทุนเพียง 1 ธนาคาร, ค่าใช้จ่ายทางการตลาดที่ลดลง รวมถึงจำนวนสาขาและ ATM ที่จะทยอยลดลง
 

ส่วนราคาเป้าหมายก่อนควบรวมอยู่ที่ 1.86 บาท อิง PBV ที่ 0.79x (-1.75SD below 5-yr average PBV) ปรับลงจาก 2.12 บาท อิง P/BV ที่ 0.9x (-1.50SD below 5-yr average PBV) 

 
บล.โนมูระ พัฒนสิน ระบุ เรามีมุมมอง Neutral ต่อการประกาศวัน XT เนื่องจากใกล้เคียงกับกำหนดการเดิมที่ธนาคารแจ้งไว้

สำหรับผู้ที่มีหุ้น TMB อยู่แล้ว เราแนะนำถือเพื่อรอรับ TSR และหากผู้ถือหุ้นเดิมต้องการลงทุนระยะยาวในธนาคารใหม่ สามารถใช้สิทธิ์เพิ่มทุนได้ เนื่องจากเรายังคงมุมมองบวกระยะยาวต่อการควบรวม TMB และ TBANK โดยจะช่วยทำให้สินทรัพย์ธนาคารใหม่มีขนาดใหญ่ขึ้นเป็นอันดับ 6 ที่ 1.9 ล้านล้านบาท และมีพอร์ตสินเชื่อใหญ่เป็นอันดับ 6 เช่นกันที่ 1.4 ล้านล้านบาท 

 

ประกอบกับคาดมีประโยชน์จากการควบรวม (synergy) ที่เกิดขึ้น เนื่องจากธนาคารทั้ง 2 มีจุดเด่นที่แตกต่างกันชัดเจน โดย TMB มีจุดเด่นในด้านลูกค้าธุรกิจโดยเฉพาะลูกค้า SME และเป็นผู้นำด้านผลิตภัณฑ์เงินฝากที่แตกต่างจากท้องตลาด ในขณะที่ TBANK เด่นในด้านลูกค้ารายย่อย โดยเฉพาะสินเชื่อเช่าซื้อ แต่หากไม่ต้องการลงทุนในธนาคารใหม่ก็สามารถขาย TSR ในตลาดหลักทรัพย์ได้ ซึ่งคาดจะซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ช่วงกลางต.ค. เป็นระยะเวลา 1 – 2 สัปดาห์

 
ทั้งนี้มองว่า TMB จะไม่ปรับลงเท่ากับ dilution ที่จะเกิดขึ้น เนื่องจากการเพิ่มทุนเป็น TSR ซึ่งมีข้อดีต่อผู้ถือหุ้นเดิมของธนาคาร เนื่องจากหากไม่ต้องการเพิ่มทุนจะสามารถขายต่อในตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้

 

สำหรับผู้ไม่มีหุ้น TMB และอยากลงทุนระยะยาวในหุ้นธนาคารใหม่ แนะนำให้รอราคา TMB ปรับตัวลงใกล้ dilution ที่เกิดขึ้น และสามารถเข้าซื้อเพื่อหวังประโยชน์ในระยะยาวที่กำไรของธนาคารใหม่ที่คาดจะเพิ่มขึ้น โดยในเบื้องต้นเราคาด EPS ปีหน้าของธนาคารใหม่จะอยู่ที่ 0.17 บาทต่อหุ้น แต่ในปีต่อ ๆ ไปหลังจากที่เกิด synergy จากการควบรวมคาด EPS จะโตขึ้นเรื่อย ๆ และโตได้ดีกว่าก่อน TMB ควบรวม ราคาเป้าหมาย 2.10 บาท 
 

การเก็งกำไร TMB ตามน้ำในระยะสั้นยังสามารถทำได้ หลังดันราคาทะลุแนวต้าน 1.60 บาท ทำให้สัญญาณเทคนิคดูดีขึ้น ขณะที่ไม่ต้องกังวลเรื่องการใส่เงินเพิ่มทุน เพราะ TSR สามารถนำมาขายเปลี่ยนมือในตลาดได้ อย่างไรก็ตามนักลงทุนต้องระวังราคาที่จะปรับลงรับเครื่องหมาย XT ในวันที่ 26 ก.ย.นี้ด้วย







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh




LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด