หุ้นเด่นวันนี้

STEC แค่ขายทำกำไร หรือ มีข่าวร้ายซ่อนอยู่?

STEC แค่ขายทำกำไร หรือ มีข่าวร้ายซ่อนอยู่?

            หุ้น STEC เจอแรงขายทำกำไร หลังแตะนิวไฮรอบกว่า 2 ปี ขณะที่นักวิเคราะห์ยังมองเด่นสุดในกลุ่มรับเหมา จาก Backlog ที่สูงกว่า 1 แสนล้านบาท เพียงพอต่อการรับรู้รายได้ในอีก 4 ปีข้างหน้า และมีศักยภาพรับงานที่เตรียมเปิดประมูล แถมการขยายสู่ธุรกิจอสังหาฯ เป็นการเพิ่มอัพไซด์ในอนาคต จับตาแนวรับ 24.90 บาทเอาอยู่หรือไม่ 

            หุ้น บมจ.ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่งแอนด์คอนสตรัคชั่น หรือ STEC เจอแรงขายทำกำไร ส่งผลให้ราคาปรับลงแรงพร้อมปริมาณหุ้นที่ซื้อขายหนาแน่น โดยล่าสุดราคาหุ้นปิดที่ 25.75 บาท ปริมาณหุ้นที่ซื้อขายเพิ่มขึ้นกว่า 256% เทียบค่าเฉลี่ย 5 วันทำการก่อนหน้า โดยหุ้น STEC เพิ่งทำนิวไฮในรอบกว่า 2 ปีที่ 27.75 บาท เมื่อวันที่ 20 มิ.ย. 62 ที่ผ่านมา
            STEC ประกอบธุรกิจก่อสร้างงานทุกประเภททั้งงานโยธาและ งานเครื่องกล เช่น งานด้านระบบสาธารณูปโภค งานด้านอาคาร งานด้านพลังงาน งานด้านอุตสาหกรรม และ งานด้านสิ่งแวดล้อม เป็นต้น 
            ผลการดำเนินงาน STEC ในช่วง 4 ปีที่ผ่านมาค่อนข้างผันผวน โดยบริษัทมีกำไรสุทธิในปี 58 - 59 ที่ 1,526 ล้านบาท 1,380 ล้านบาท ก่อนที่จะพลิกมาขาดทุนสุทธิในปี 60 ที่ 610 ล้านบาท และกลับมามีกำไรสุทธิปี 61 ที่ 1,616 ล้านบาท ซึ่งสาเหตุที่ขาดทุนในปี 60 มาจากการบันทึกสำรองผลขาดทุนของโครงการก่อสร้างรัฐสภาที่ล่าช้า
            ส่วนไตรมาส 1/62 มีกำไรสุทธิ 343 ล้านบาท เติบโต 17% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน 
            นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 10 เม.ย.ที่ผ่านมา STEC แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่าได้เข้าทำสัญญาซื้อหุ้นสามัญของ บริษัท หมอชิตแลนด์ จำกัด จำนวน 29.55 ล้านหุ้น ในราคาหุ้นละ 27.25 บาท รวมมูลค่าทั้งหมด 4.32 พันล้านบาท ส่งผลให้บริษัทเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินบริเวณสถานีรถไฟฟ้าหมอชิตแต่เพียงผู้เดียว โดยบริษัทจะทำที่ดินไปพัฒนาเป็นโครงการ หมอชิต คอมเพล็กซ์ อาคารแฝดสำนักงานให้เช่า สูง 36 ชั้น เชื่อมต่อกับบีทีเอสสถานีหมอชิต วงเงินลงทุนโครงการ 7.79 พันล้านบาท
            ในประเด็นนี้นักวิเคราะห์มองว่า STEC เงินสดสูง ไม่ต้องเพิ่มทุน และจะเพิ่มมูลค่าราคาหุ้นให้อีก 1.12 บาท/หุ้น  ทั้งการสร้างรายได้ประจำที่มีความมั่นคงจากการให้เช่าสำนักงาน และมีโอกาสได้งานก่อสร้างจากโครงการดังกล่าวมูลค่า 6 - 7 พันลบ. 
            ตรวจสอบความเห็นนักวิเคราะห์ ส่วนใหญ่มองว่า STEC เด่นสุดในกลุ่มรับเหมา จาก Backlog ที่สูงกว่า 1 แสนล้านบาท เพียงพอต่อการรับรู้รายได้ในอีก 4 ปีข้างหน้า และมีศักยภาพรับงานที่เตรียมเปิดประมูล
            บล.ไอร่า ระบุภายใต้แผนการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ของภาครัฐฯ เพื่อใช้กระตุ้นเศรษฐกิจ คาดยังเป็นปัจจัยหนุนกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง คาดโครงการต่างๆ ทยอยเปิดประมูลตั้งแต่ 2H/62 เป็นต้นไป คาด STEC เป็น 1 กลุ่มผู้รับเหมาฯ ที่ได้รับประโยชน์ดังกล่าว ล่าสุด ครม.อนุมัติโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ เส้นทางบ้านไผ่ – นครพนม มูลค่า 66,848 ล้านบาท
            ภายใต้ Backlog ของ STEC ล่าสุด ยังอยู่ในระดับสูง เกือบ 100,000 ล้านบาท คาดเพียงพอต่อการรับรู้รายได้ไม่ต่ำกว่า 4 ปีข้างหน้า ทำให้ STEC สามารถรับความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนในการเปิดประมูลโครงการต่างๆ ของภาครัฐฯ พร้อมกับผลประกอบการที่มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องจาก Backlog ข้างต้น ขณะที่ STEC คาดรับงานใหม่ในปี’62 ประมาณ 35,000 ล้านบาท  ทำให้คาด Backlog สิ้นปี’62 ยังทรงตัวในระดับสูง 100,000 ล้านบาท
            ประเมินราคาเป้าหมายปี’62 ที่ 32.50 บาท อิง PE เดิม 35X ภายใต้ EPS 0.93 บาท (จากการดำเนินงานปกติ) และคงคำแนะนำ “ซื้อ” จากความสามารถในการทำกำไรที่เข้าสู่ระดับปกติ และฐานะการเงินที่อยู่ในเกณฑ์ดี มีเงินสดในมือกว่า 10,000 ล้านบาท พร้อมกับศักยภาพและโอกาสในการรับงานจากโครงการต่างๆ ที่ STEC มีแผนเข้าร่วมประมูล
            บล.ยูโอบีเคย์เฮียน ระบุ STEC มีการขยายกิจการในส่วนของธุรกิจให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งส่งผลดีต่อบริษัท เนื่องจากรายได้ดังกล่าวจะเป็นเกราะกำบังจากรายได้การรับเหมาก่อสร้างที่ผันผวน ในปัจจุบัน เราคาดว่ายอดขายและผลประกอบการของ STEC จะเติบโตอย่างแข็งแกร่ง จากเมกะโปรเจกต์ในประเทศ โดยที่ STEC ได้รับงานจำนวนมากและมี margins ที่ดี เราคงคำแนะนำซื้อ ราคาเป้าหมาย 34.50 บาท
            บล.หยวนต้า ชี้ STEC เป็น 1 ใน 4 ผู้รับเหมารายใหญ่ที่ มีโอกาสรับงานโดยเฉพาะจากงานภาครัฐที่อยู่ระหว่างการประมูลหลากหลายโครงการ จากประวัติการทำงานที่เป็นที่ยอมรับ ทั้งจากงานรถไฟฟ้าสายสีต่างๆ และงานโรงไฟฟ้าที่ STEC มีความชำนาญ รวมถึงการมีพันธมิตรที่ดี เช่น BTS และ ผู้ประกอบการโรงไฟฟ้า 
            เรายังมีมุมมองเป็นบวกต่อ STEC ทั้งจากความต่อเนื่องของผลประกอบการที่ได้แรงหนุนจากงานในมือที่สูง โอกาสรับงานใหม่จากภาครัฐที่อยู่ระหว่างรอยื่นซองประมูล ขณะที่บริษัทมีแผนเพิ่มรายได้ระยะยาวจากธุรกิจค่าเช่า โดยเข้าซื้อหุ้น หมอชิตแลนด์ จาก บมจ.ยูซิตี้ เพื่อพัฒนาโครงการ หมอชิต คอมเพล็ก (พัฒนาเป็นอาคารแฝดมีสำนักงานให้เช่า มีร้านค้าและสวนลอยฟ้าติด BTS) คาดรับรู้รายได้ปี 2566

            หากดูจากมุมมองของนักวิเคราะห์ ส่วนใหญ่ยังยกให้ STEC โดดเด่นสุดในกลุ่มรับเหมาฯ ขณะที่ประเมินแนวรับจากฟังก์ชั่น Volume Analysis ใน eFin Stock Pick Up พบว่าราคาที่นักลงทุนมีต้นทุนอยู่มากที่สุดกว่า 191 ล้านหุ้น คือ 24.90 บาท ซึ่งถือเป็นแนวรับสำคัญที่ต้องจับตาว่าจะสามารถรับอยู่หรือไม่ เพราะหากหลุดลงไปอาจเป็นไปได้ว่า STEC มีประเด็นข่าวลบซ่อนอยู่







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh




LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด