หุ้นเด่นวันนี้

NER ยานยนต์จีนฟื้นแรง...แต่ยังห่างไกลกับคำว่า "ปกติ"

NER ยานยนต์จีนฟื้นแรง...แต่ยังห่างไกลกับคำว่า

ราคาหุ้น NER ยังเดินหน้าบวกต่อเนื่องทุบสถิติ All Time High อีกครั้งในวันนี้ สลัดคราบหุ้นที่แกว่งตัวไร้ทิศทางมากว่า 1 ปี 9 เดือน ไปโดยสิ้นเชิง ... นาทีนี้ NER มีอะไรดี ถึงทำให้นักลงทุนหันมาดันราคาหุ้นเช่นนี้ แล้วราคาตอนนี้ยังควรค่าแก่การลงทุนอยู่หรือเปล่า? มาดูกัน!


*** ทำ All Time High หลังแกว่งตัวนาน 1 ปี 9 เดือน


ราคาหุ้น บริษัท นอร์ทอีส รับเบอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ NER เปิดตลาดวันนี้กระโดดต่อเนื่องทำจุดสูงสุดรอบเช้าไปที่ 3.46 บาท ทุบสถิติ All Time High ต่อเนื่องจากวันก่อนหน้า ซึ่งสิ่งที่น่าสนใจสำหรับ NER ก็คือตั้งแต่เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์เมื่อปี 61 ราคาหุ้นก็แกว่งตัวอยู่แถวๆ 1.69 - 2.94 บาท มาตลอด 1 ปี 9 เดือน


เท่ากับว่าการที่หุ้น NER ดีดแตะซิลลิ่งไปเมื่อวันทำการก่อนหน้าและยังบวกต่อในครั้งนี้ เป็นการทลายแนวต้านที่เคยกีดขวางราคาหุ้นมาก่อนไปโดยปริยายนั่นเอง ทั้งนี้ราคาหุ้น NER ปิดตลาดรอบเช้าวันนี้ไปที่ 3.28 บาท เพิ่มขึ้น 0.10 บาท หรือ 3.14% โดยมีปริมาณหุ้นที่ซื้อขายเพิ่มขึ้น 271.49% เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ย 5 วันทำการก่อนหน้า


*** อะไรทำให้เป็นเช่นนั้น ?


ก่อนอื่น ... หากนักลงทุนยังไม่คุ้นเคยกับ NER อาจต้องรู้ไว้ว่าบริษัทมีกลุ่มลูกค้าที่ชัดเจนมาก คือเน้นไปที่ลูกค้ากลุ่ม Trader และผู้ผลิตในอุตสาหกรรมยานยนต์


ดังนั้นประเด็นหลักๆ ที่จะส่งผลดีต่อผลประกอบการของ NER ก็คือการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ของจีนนั่นเอง ซึ่งก็ดูเหมือนจะเป็นอย่างนั้นเสียด้วย เพราะจากตัวเลขยอดขายรถยนต์ในจีนยังคงฟื้นตัวได้ต่อเนื่องตั้งแต่การคลายล็อกดาวน์ในเดือนพ.ค.ที่ผ่านมา


โดยยอดขายรถยนต์ใหม่ในจีนประจำเดือนมิ.ย.63(รวมรถกระบะและรถบัส) เติบโตขึ้น 11.6% YoY มาอยู่ที่ 2.3 ล้านคันนับเป็นการพลิกกลับมาเติบโตเป็นเดือนที่สอง หลังจากที่ยานยนต์จีนหดตัวหนักในเดือน ก.พ. - เม.ย. 63


*** แล้วจะเกิดอะไรขึ้น ?


ผลประกอบการไตรมาส 2/63 จะดีมาก : บริษัทหลักทรัพย์(บล.) ฟิลลิป ประเมินว่า ผลการดำเนินงานไตรมาส 2/63 จะฟื้นตัวสูง QoQ เพราะปริมาณขายเพิ่มเป็น 68,000 ตัน หลังจีนกลับมาเปิดประเทศอีกครั้ง ขณะที่ค่าใช้จ่ายคาดใกล้เคียง QoQ แม้ราคาขายเฉลี่ยจะลดลง -5% และดอกเบี้ยจ่ายจะเพิ่มขึ้นจากเงินกู้ที่เพิ่มขึ้น ทำให้แนวโน้มมาร์จิ้นอ่อนลง

แต่จะได้ผลดีจากค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นทำให้รับรู้ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่มีการทำสัญญาล่วงหน้าไว้ลดลง ส่งผลให้กำไรสุทธิไตรมาสนี้ อยู่ที่ 124 ล้านบาท -26% YoY แต่ +106% QoQ


กำไรทั้งปี 63 - 64 จะโตแรง : ก่อนหน้านี้ บล.หยวนต้า ประเมินกำไรสุทธิในปี 63 - 64 ของ NER ไว้ดีมากที่ 600 ล้านบาท(+11.31%) และ 750 ล้านบาท(+25%) ตามลำดับ

แม้ในไตรมาส 2/63 จะยังได้รับผลกระทบจากโควิด-19 แต่กำไรตั้งแต่ไตรมาส 3/63 เป็นต้นไป จะกลับมาเติบโตได้โดดเด่นมาก เพราะจะเริ่มส่งมอบสินค้าเพิ่มขึ้นจากลูกค้าเก่า และเริ่มส่งสินค้าให้กับลูกค้าใหม่ และฟื้นตัวต่ออีกในไตรมาส 4/63 ที่เป็นไฮซีซั่น

ส่วนปี 64 จะเติบโตจากกำลังผลิตใหม่ 172,800 ตัน/ปี สามารถสร้างรายได้เต็มปี และหากบริษัทสามารถหาคำสั่งซื้อมาป้อนได้เต็มกำลังผลิตทั้งหมดอาจเห็นกำไรโตได้มากกว่านี้


*** "ฟื้น" แต่ก็ยังห่างไกลจาก "ระดับปกติ" อยู่มาก 


แม้ยอดขายในจีนจะฟื้นตัวขึ้นมาแล้วก็จริงในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา แต่ก็ยังไม่สามารถชดเชยการหดตัวของตลาดรถยนต์ในจีนที่โดยรวมก็ยังถือว่าหดตัวหนักมากไปได้


โดยยอดขายรถยนต์ในประเทศจีนครึ่งแรกของปี 63 ยังหดตัวถึง -22.4% จากช่วงเดียวกันปีก่อน เป็นเพราะยอดขายที่หดตัวแรงถึง -42% ในไตรมาส 1/63 โดยเฉพาะในเดือนก.พ.63 ที่หดตัวแรงถึง 81.7% จากช่วงเดียวกันปีก่อน เพราะผลกระทบของโควิด-19 ดังนั้นจึงเป็นเรื่องยากที่จะผลักดันยอดขาย ให้กลับสู่ระดับปกติในช่วงที่เหลือของปี


*** ควรซื้ออยู่หรือเปล่า ?


หากเทียบกับราคาเหมาะสมในปีนี้จากนักวิเคราะห์แล้วถือว่าราคาหุ้น NER ในปัจจุบันเหลืออัพไซด์ค่อนข้างน้อยแล้ว ดังนั้นหากนักลงทุนต้องการที่จะเข้าซื้อจริงๆ ก็ควรจะจับตาดูให้ดีว่า NER สามารถทำผลประกอบการได้เหนือกว่าคาดจริงหรือไม่ หรืออาจต้องถือรอไปถึงปี 64 โดยนักวิเคราะห์ให้ราคาเหมาะสมไว้ดังนี้

 

บล. ราคาเหมาะสม(บ.)
ปี 63 ปี 64
ฟิลลิป 3.04 -
หยวนต้า 3.25 - 3.90 4.06 - 4.87


หากนักลงทุนต้องการเข้าซื้อหุ้น NER เพราะเก็งยอดขายรถยนต์ในจีนฟื้น อาจต้องระวังแรงขายจากนักลงทุนที่เก็บหุ้นไปก่อนหน้าไว้ให้ดีด้วย เพราะราคาหุ้นฟื้นตัวมาราว 2 - 3 เดือนแล้ว และ และแม้ยานยนต์จีนจะฟื้นตัวได้จริง แต่ตัวเลขในขณะนี้ก็ยังถือว่าห่างไกลกับสถานการณ์ปกติมาก... 







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh




LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด