หุ้นเด่นวันนี้

PRM ลุ้นจบฝันร้าย เข้าสู่โหมดเทิร์นอะราวด์

PRM ลุ้นจบฝันร้าย เข้าสู่โหมดเทิร์นอะราวด์

            PRM ลุ้นเทิร์นอะราวด์! หลังโชว์กำไรไตรมาส 1/62 โต 56% นักวิเคราะห์คาดผลงานดีต่อเนื่องในช่วง 2 ปีนี้ จากความต้องการใช้เรือขนส่งเพิ่มขึ้น ขณะที่ราคายังมีอัพไซด์จาก Consensus อีกราว 30% แม้ราคาหุ้นปีนี้จะพุ่งขึ้นมาแล้วกว่า 40%  

            หุ้น บริษัท พรีมา มารีน จำกัด (มหาชน) หรือ PRM เริ่มฟื้นตัวกลับขึ้นมาได้กว่า 40% หลังจากก้าวเข้าสู่ปี 62 ล่าสุด ราคาหุ้นปิดที่ 7.40 บาท หลังจากที่ราคาหุ้นไหลลงมาต่อเนื่องจากจุดสูงสุดที่ 14.10 บาท เมื่อปลายปี 60 ไปทำจุดต่ำสุดที่ 4.96 บาท เมื่อปลายปี 61 ที่ผ่านมา
            ปัจจัยหลักที่หนุนให้ราคาหุ้น PRM ฟื้นตัวกลับขึ้นมาได้เร็วในปีนี้ คือ ผลประกอบการช่วงไตรมาส 1/62 ที่ผ่านมา ซึ่งบริษัทสามารถทำกำไรสุทธิ 221.31 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 56% จากปีก่อน เป็นผลจากการขยายธุรกิจกองเรือขนส่งน้ำมันในประเทศ โดยการเข้าซื้อบริษัท บิ๊ก ซี จำกัด ในสัดส่วน 70% โดยเริ่มรับรู้รายได้ตั้งแต่เดือน ก.ค. ปี 61
            PRM ให้บริการขนส่งและจัดเก็บสินค้าทางเรือให้กับลูกค้าตามความต้องการอย่างครบวงจร รวมถึงการให้บริการเรือขนส่งและสนับสนุนปฎิบัติการทางทะเล และการบริหารจัดการเรือ ธุรกิจของกลุ่มบริษัทประกอบด้วย 4 ธุรกิจหลัก1) ธุรกิจเรือขนส่งน้ำมันดิบ ผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูป ผลิตภัณฑ์น้ำมันกึ่งสาเร็จรูป และปิโตรเคมีเหลว 2) ธุรกิจเรือขนส่งและจัดเก็บน้ำมันดิบ และผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูป 3) ธุรกิจเรือขนส่งที่ให้การสนับสนุนงานสำรวจและผลิตปิโตรเลียมกลางทะเล ได้แก่ ธุรกิจเรือขนส่งและจัดเก็บน้ำมันดิบสำหรับแท่นขุดเจาะน้ำมัน ธุรกิจเรือขนส่งและที่พัก และธุรกิจเรือสนับสนุนลาก-จูง การจัดการสมอ 4) ธุรกิจบริหารจัดการเรือ
            นักวิเคราะห์ประเมินกำไรของ PRM ช่วงปี 62-63 พลิกกลับมาเติบโตต่อเนื่อง
            บล.เคทีบี (ประเทศไทย) ระบุว่า เราประเมินกำไรสุทธิปี 62 – 63 จะกลับมาเติบโตเป็น 914 ล้านบาท และ 1,081 ล้านบาท ในปี 62 และปี 63 โดยเพิ่มขึ้น 28% และ 18% ตามลำดับ จากภาพรวมทุกกลุ่มธุรกิจที่กลับมาโดดเด่น  โดยเฉพาะเรือขนส่งและจัดเก็บน้ำมัน (FSU) และเรือขนส่งน้ำมัน จากความต้องการใช้เรือที่มากขึ้นและมีการขยายกองเรือในปีนี้
            สำหรับธุรกิจเรือ FSU ซึ่งคิดเป็นสัดส่วน 30% ของรายได้ จะเติบโตโดดเด่นสุดเมื่อเทียบกับธุรกิจทั้งหมดในปีนี้ จากความต้องการใช้เรือมากขึ้นตั้งแต่ปลายปีก่อน โดยได้ปัจจัยสนับสนุนจากความต้องการในการเก็บน้ำมันเตากำมะถันต่ำเพื่อรองรับกฎ IMO2020 ที่จะเริ่มมีผลบังคบใช้ต้นปีหน้า ส่งผลให้เรือ FSU ทั้ง 5 ลำ ตั้งแต่ปลายปี 61 มีอัตราการใช้กำลังการผลิตเต็ม 100% อย่างต่อเนื่อง รวมถึงมีการทยอยปรับค่าเช่าเรือเพิ่มขึ้นด้วย นอกจากนั้น ในช่วงไตรมาส 2/62 จะมีการรับเรือ FSU เพิ่มอีก 2 ลำ ซึ่งได้ทำสัญญาเช่าเรือล่วงหน้า 1 ปีแล้ว ส่งผลให้เราประเมินรายได้จากธุรกิจเรือ FSU ในปี 62 จะเติบโต 20% และคาดอัตรากำไรขั้นต้นดีขึ้นเป็น 42% จากปีก่อนที่ 34% ส่วนไตรมาสแรกทำได้ 43%
            เราเริ่มต้นคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 8.50 บาท ด้วย PER 23 เท่า คิดเป็น PEG เฉลี่ยกำไรปี 62 - 63 ที่ 1 เท่า ราคาหุ้นมีการปรับตัวลดลงมากตั้งแต่เข้ามาเทรดใน SET เมื่อปี 60 และต่ำกว่าราคา IPO ที่ 8 บาท จากผลการดำเนินงานในปี 60 – 61 ที่ต่ำกว่าตลาดคาด แต่ภาพรวมธุรกิจในปีนี้ที่จะเริ่มกลับมาเทิร์นอะราวด์ เรามองว่า PRM เป็นหุ้นที่มีการเติบโตที่น่าสนใจด้วยกำไรเติบโตเฉลี่ย 23% ต่อปี ในช่วง 2 ปีข้างหน้านี้
            บล.โนมูระ พัฒนสิน ระบุว่า แนะนำ ซื้อเก็งกำไร สำหรับ PRM ในปีนี้ ตามการเติบโตของผลประกอบการ เรามองบริษัทอยู่ในขาขึ้นในช่วงระยะ 1-2 ปีข้างหน้า ตามการปรับขึ้นของค่าบริการขนส่งน้ำมัน และการเพิ่มปริมาณกองเรือ ผสานอานิสงส์เชิงบวกมาตรการ IMO2020 หนุนธุรกิจเรือจัดเก็บน้ำมัน สอดคล้องกับคาดการณ์กำไรอิง Bloomberg Consensus เติบโต 31% และ 21% ในปี 62 และปี 63 โดยราคาปัจจุบันซื้อขายที่ P/E ระดับ 17 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 2 ปี ที่ 19 เท่า และมีอัพไซด์สูงโดยมูลค่าพื้นฐาน consensus อยู่ที่ 9.10 บาท อีกทั้งบริษัทอยู่ในอุตสาหกรรมที่มีความมั่นคงสูง และเป็นเบอร์หนึ่งในอุตสาหกรรม จึงถือว่ามีความเสี่ยงจากความผันผวนของปริมาณงานต่ำ
            จับตา! ราคาหุ้นผ่านจุดต่ำสุดแล้วหรือยัง หลังราคาหุ้นยังมีอัพไซด์จาก Consensus อีกเกือบ 30% แม้ราคาพุ่งขึ้นมาแรงตั้งแต่ต้นปี
            บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ระบุว่า ราคาหุ้นที่ปรับตัวลง เรามองว่าเป็นผลจาก Sentiment ของตลาด และโอกาสที่ PRM จะถูกถอดออกจาก SET100 Index สำหรับรอบครึ่งหลังของปีนี้ ขณะที่ประเด็นสงครามการค้ากระทบจำกัด เพราะ (1) ธุรกิจหลัก สัดส่วน 50% ของรายได้รวมเป็นเรือขนส่งน้ำมันในประเทศ ซึ่งความต้องการน้ำมันโตต่อเนื่องเฉลี่ย 3% ต่อปี (2) ธุรกิจ FSU ที่เป็นดาวเด่นปีนี้ได้แรงหนุนจาก IMO ซึ่งเป็นเงื่อนไขพิเศษ จึงไม่ได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก และ (3) ในทางตรงข้าม หากจีนหันมานำเข้านำมันจากเอเชียมากขึ้น จะทำให้ธุรกิจเรือขนส่งน้ำมันในภูมิภาคเร่งตัวขึ้นอีกครั้ง ซึ่งจะส่งผลบวกทางอ้อมกับ PRM
            เรายังคงคาดการณ์กำไรสุทธิปีนี้ 846 ล้านบาท โตครั้งแรกในรอบ 3 ปีที่ 19% จากปีก่อน และคาดโตต่อเนื่องอีก 16% อยู่ที่ 981 ล้านบาท ในปีหน้า แนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 8.50 บาท อิง PER ที่ 25 เท่า 
            ขณะที่ IAA Consensus ล่าสุด ประเมินราคาพื้นฐานของ PRM ในปีนี้ไว้ที่เฉลี่ย 9.48 บาท คิดเป็นอัพไซด์อีกเกือบ 30% จากราคาล่าสุดที่ 7.40 บาท โดยกรอบราคาพื้นฐานอยู่ที่ 8 – 12.40 บาท อิง PER เฉลี่ย 19.7 เท่า พร้อมด้วยอัตราเงินปันผลตอบแทนเฉลี่ย 2.6%

            PRM ถือเป็นหุ้นอีกหนึ่งตัวในครึ่งปีแรกของปี 62 ที่ให้ผลตอบแทนค่อนข้างน่าประทับใจเทียบกับปีก่อน และด้วยราคาหุ้นที่เป็นขาลงและแกว่งตัวออกข้างมานานกว่า 1 ปี ช่วงต่อจากนี้ หากบริษัทยังสามารถรักษาผลงานที่โดดเด่นเอาไว้ได้ ก็มีโอกาสที่จะเห็นการฟื้นตัวกลับขึ้นไปเป็นขาขึ้นอีกครั้ง







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh




LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด