หุ้นเด่นวันนี้

OSP กูรูชี้เทรดเกินพื้นฐาน! ลุ้นกำไรปีหน้าเปิดอัพไซด์

OSP กูรูชี้เทรดเกินพื้นฐาน! ลุ้นกำไรปีหน้าเปิดอัพไซด์

    OSP เจอถล่มขายทำกำไร หลังรับรู้ข่าวดีหมดแล้ว ราคาหุ้นเทรดแรงเกินพื้นฐาน โบรกฯ ชี้มีลุ้นผลงานปี 63 ขยายอัพไซด์ หลังรับรู้โรงงานเมียนมาและสินค้าออกใหม่เต็มปี แถมมีโอกาสบุกตลาดเครื่องดื่มชูกำลังอังกฤษหนุนอัพไซด์ได้อีกมาก

    ราคาหุ้น บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) หรือ OSP วันนี้เจอแรงขายทำกำไรตั้งแต่ช่วงเช้า ลงไปทำจุดต่ำสุดช่วงเช้าที่ 33.25 บาท ก่อนมาปิดตลาดที่ 34 บาท ลดลง 1 บาท หรือ 2.86% ปริมาณหุ้นที่ซื้อขายเพิ่มขึ้น 111.18% เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ย 5 วันทำการก่อนหน้า

    OSP ประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภค โดยมีกลุ่มผลิตภัณฑ์หลัก ได้แก่ กลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มบำรุงกำลังภายใต้ ตราสินค้า เช่น เอ็ม-150 ลิโพ เป็นต้น เครื่องดื่มเกลือแร่ และกาแฟพร้อมดื่ม และกลุ่มผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนบุคคลภายใต้ตราสินค้าเบบี้มายด์ และทเวลฟ์พลัส รวมทั้งธุรกิจให้บริการผลิตสินค้า บรรจุภัณฑ์ และจัดจำหน่ายสินค้า

    โดยในปี 61 มีสัดส่วนรายได้มาจาก ผลิตภัณฑ์เครื่องดื่ม 76.5% ผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนบุคคล 10.1% รายได้บริหารจัดการด้านซัพพลายเชน 12.6% และการขายสินค้าอื่นๆ 0.8%

    OSP เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์(SET)เมื่อ 17 ต.ค. 61 ด้วยราคาไอพีโอ 25 บาท และเคยลงไปทำจุดต่ำสุดตั้งแต่เข้าซื้อขายที่ 22.80 บาท ในวันที่ 24 ต.ค.61 อย่างไรก็ดีราคาหุ้นฟื้นตัวมาอย่างต่อเนื่อง ทำจุดสูงสุดไปที่ 36.75 บาท ในวันที่ 6 มิ.ย.ที่ผ่านมา จากปัจจัยบวกที่เข้ามาหนุนมาก แม้ผลประกอบการยังทรงตัวอยู่ก็ตาม

    โดยกำไรสุทธิก่อนเข้าตลาดหลักทรัพย์ในปี 58 - 60 มีความผันผวนอยู่ที่ 2,336 ล้านบาท 2,980 ล้านบาท และ 2,939 ล้านบาทตามลำดับ เนื่องจากรายได้ OSP มีความผันผวนอย่างมากตามรายได้การบริหารจัดการซัพพลายเชน ขณะที่ปี 61 อยู่ที่ 3,005 ล้านบาท เติบโตเล็กน้อย 2.2% ตามค่าใช้จ่ายในการบริหารที่ลดลง

    ล่าสุด OSP ถูกเพิ่มเข้าคำนวณดัชนี SET50 และ FTSE ซึ่งภายหลังจากรับรู้ประเด็นบวกไปหมดแล้ว ทำให้ถูกเทขายทำกำไรทันที โบรกฯ ชี้แม้แนวโน้มกำไรปีนี้ยังโตแรง ถึง 25.1% จากรายได้โต ต้นทุนลด แต่ราคาหุ้นเทรดเกินพื้นฐานไปแล้ว 

    บล.หยวนต้า เผย ราคาหุ้น OSP ปรับตัวขึ้นมาสูงถึง 43% ตั้งแต่ต้นปี คิดเป็น PER สูงถึง 35 เท่า เกินพื้นฐานของหุ้นไปแล้ว เนื่องจากได้รับปัจจัยบวกทั้งแนวโน้มกำไรที่เติบโต และการถูกเพิ่มเข้าคำนวณดัชนี SET50 และ FTSE ขณะที่ผลประกอบการยังเป็นไปตามคาดการณ์เดิม และยังไม่มีปัจจัยบวกใหม่เข้ามาในขณะนี้ และได้รับปัจจัยลบจากการแข็งค่าของเงินบาท เนื่องจากมีรายได้จากการส่งออกราว 17% ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในประเทศเมียนมา

    โดยในระยะสั้นไตรมาส 2/62 คาดมีกำไรปกติอยู่ที่ราว 800 ล้านบาท ทรงตัวจากไตรมาสแรก แต่โต 40% จากช่วงเดียวกันปีก่อน เนื่องจากเป็นช่วงที่มีปัญหาต้นทุนเศษแก้วที่สูง มีการปิดเตาหลอมเศษแก้ว และกำลังผลิต C-Vitt ซึ่งเป็นสินค้าที่บริษัทให้ความสำคัญยังขยายไม่เสร็จ โดยไตรมาสนี้จะมีบันทึกตั้งสำรองพนักงาน 100 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรสุทธิอยู่ที่ราว 700 ล้านบาท 

    ส่วนในช่วงที่เหลือของปีจะเติบโตต่อจากครึ่งปีแรก และจากช่วงเดียวกันปีก่อน ตามรายได้และอัตรากำไรขั้นต้นขยายตัว ทำให้คาดปีนี้ทำกำไรปกติได้ที่ 3,038 ล้านบาท โต 25.1% จากปีก่อน ด้วยอัตรากำไรขั้นต้นที่ 34.6% 
    
    ลุ้นปี 63 เปิดอัพไซด์ หลังรับรู้รายได้โรงงานเมียนมา สินค้าใหม่เต็มปี และการขยายตลาดไปเวียดนามที่มีนัยสำคัญมากขึ้น แต่ระวังโรงงานเมียนมาอาจส่งผลกระทบอัตรากำไรขั้นต้นหากผลิตไม่ถึงจุดคุ้มทุน

    บล.หยวนต้า ระบุว่า ปัจจุบัน OSP ยังมีอัพไซด์ที่จะเกิดขึ้นในปี 63 อีก 3 ประเด็นที่ยังไม่ได้รวมไว้ในประมาณการ ได้แก่ การรับรู้รายได้จากโรงงานในเมียนมาเข้ามาเต็มปี และการรับรู้รายได้จากสินค้าเปิดตัวในปีนี้ ซึ่งจะเริ่มส่งผลในปี 63 รวมถึงการขยายตลาดไปเวียดนามจะเริ่มมีมูลค่าเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

    ประเมินกำไรปกติปี 63 ไว้ที่ 3,270 ล้านบาท โต 7.6% จากอัตรากำไรขั้นต้นที่ 34.9% ยังมีโอกาสทำได้มากกว่าคาดเพราะโรงงานหลอมเศษแก้วแห่งใหม่ที่จะเข้ามาในเดือนสิงหาคมปี 62 สามารถใช้เศษแก้วที่มีราคาต่ำลงได้ แต่ต้องระวังการเปิดโรงงานใหม่ในเมียนมาที่อาจผลิตไม่ถึงจุดคุ้มทุนมากระทบอัตรากำไรขั้นต้นในช่วงครึ่งแรกปี 63

    ปรับลดคำแนะนำเป็น "ซื้อเก็งกำไร" ราคาเป้าหมายปี 62 ที่ 33.50 บาท 

    จับตา! ประเด็นบวกระยะยาว มีลุ้นส่งเครื่องดื่มชูกำลังบุกอังกฤษ หลังจ่อซื้อหุ้นเครื่องดื่มชูกำลังอังกฤษแตะสัดส่วน 26% ในปี 63

    บล.เคทีบี ระบุ ก่อนหน้านี้ OSP ได้เข้าลงทุนใน Basecamp Brews Limited (BCB) บริษัทจัดจำหน่ายเครื่องดื่มในอังกฤษเพิ่มอีก 1 ล้านปอนด์สเตอร์ลิง ส่งผลให้มีสัดส่วนถือหุ้นเป็น 22% และ OSP ยังตั้งใจลงทุนเพิ่มเป็น 26% ภายในปี 63

    ซึ่งหาก OSP มีแผนนำผลิตภัณฑ์ของบริษัทไปยังอังกฤษและยุโรป จะหนุนโอกาสเติบโตอีกมาก เนื่องจากได้เปรียบเรื่องการผลิตสินค้า ราคา และการจัดจำหน่าย อีกทั้งตลาดเครื่องดื่มชูกำลังอังกฤษถือเป็นอันดับที่ 4 ของโลก และอันดับ 1 ในยุโรป มูลค่าตลาด 2.3 พันล้านดอลล่าร์สหรัฐ และมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องทุกปี

    แนะนำ ซื้อราคาเป้าหมายปี 63 ที่ 40 บาท มีโอกาสเติบโตในตลาดต่างประเทศอีกมาก และ PER ปี 63 คิดเป็น 31.2 เท่า ต่ำกว่ากลุ่มเครื่องดื่มชูกำลัง

    ที่ผ่านมา OSP เป็นหุ้นที่นักลงทุนพร้อมจะซื้อขายในราคาที่พรีเมียมสูงมาก สิ่งที่ต้องระวังคือแรงขายทำกำไรที่มีโอกาสเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ขณะที่อัพไซด์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต โดยเฉพาะแผนการส่งสินค้าไปตีตลาดอังกฤษ ที่อาจไม่ง่ายอย่างที่คิด







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh




LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด