หุ้นเด่นวันนี้

ERW ดิ่งแรงเซ่น"ไวรัสโคโรนา" ราคานี้ต่ำสุดหรือยัง?

ERW ดิ่งแรงเซ่น

ERW ร่วงต่ำสุดรอบ 2 ปีครึ่ง เจอไวรัสโคโรนาพ่นพิษ หวั่นฉุดภาพรวมอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ลุกลามเหมือนวิกฤต "SARS" โบรกฯ มองกระทบมากสุด เหตุพึ่งพานักท่องเที่ยวจีน แถมจ่อประกาศงบโค้งสุดท้ายปี 62 ตลาดคาดกำไรลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อน จับตาราคานี้ลงสุดหรือยัง!      


เปิดตลาดเช้านี้ หุ้นกลุ่มการท่องเที่ยวและสันทนาการ (TOURISM) ลงแรงมากที่สุด -3.30% โดยมี "ดิ เอราวัณ กรุ๊ป"หรือ ERW นำโด่ง ดิ่งกว่า 8% แตะ 4.76 บาท ต่ำสุดในรอบ 2 ปีครึ่ง พร้อมด้วยปริมาณการซื้อขายหนาแน่นผิดปกติ 250%  ก่อนจะปิดการซื้อขายภาคเช้าที่ 4.78 บาท ลดลง 0.42 บาท หรือ 8.08% มูลค่าการซื้อขาย 139 ล้านบาท  


ERW ประกอบธุรกิจโรงแรม รายได้ต่อปีประมาณ 5-6 พันล้านบาท และกำไรต่อปีราว 500 ล้านบาทในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ในงวดปี62 ซึ่งอยู่ระหว่างประกาศงบ คาดวันที่ 24 ก.พ.นี้ ตลาดคาดว่ากำไรทั้งปี 62 อาจจะไม่โตมาก ซึ่งทางบริษัทก็เพิ่งจะออกมาประกาศปรับลดเป้ารายได้ของปี62 เหลือโตเพียง 3-5% จากเดิมคาดโต 7% หลัง 9 เดือนกำไรต่ำคาด และนักท่องเที่ยวลดลง 


ราคาหุ้น ERW เคยทำจุดสูงสุดครั้งก่อนเมื่อเดือน ม.ค.ปี 61 ที่ 9 บาท หลังจากนั้นราคาหุ้นซิกแซกทางลง สอดคล้องกับแรงขายของ NVDR ตลอดปี61    


เช้านี้ ERW ดิ่งลงท่ามกลางการรอประกาศงบไตรมาส 4/62 ซึ่งอาจจะไม่สดใสนัก แต่มีอีก 1 ปัจจัยลบกดดัน นั่นคือ โรคไวรัสโคโรนาระบาดในจีน ซึ่งอาจติดต่อจากคนสู่คน ส่งผลจิตวิยาด้านลบต่อภาพรวมการท่องเที่ยวและโรงแรมในไทย โบรกฯ มองว่า นี่อาจจะเพิ่มปัจจัยกดดันต่อผลประกอบการของ ERW ในปี 63 ซึ่งบริษัทฯ พึ่งพิงลูกค้าจากจีนเป็นส่วนใหญ่  
 

** หวั่น โคโรนา ระบาดคล้ายกับโรค "SARS" จับตาเทศกาลตรุษจีน 


บล.เคทีบี (ประเทศไทย) มีมุมมองเป็นลบต่อประเด็นไวรัสโคโรนา เนื่องจากเริ่มมีความรุนแรงและแพร่กระจายมากขึ้น ซึ่งมีความเป็นไปได้ที่จะติดจากคนสู่คน โดยอ้างอิงจากการติดจากคนสู่คนจะคล้ายกับโรค SARS ซึ่งถือว่ามีความรุนแรงมากในปี 2003 โดยมีผู้ติดเชื้อมากกว่า 8 พันคนและเสียชีวิตจำนวน 774 คน ปัจจุบันมีผู้ติดเชื้อแล้ว 3 ประเทศ คือ จีน, ไทย และญี่ปุ่น 


"เรายังคงต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพราะอาจส่งผลกระทบต่อนักท่องเที่ยวที่จะน้อยกว่าคาด โดยเฉพาะช่วงเทศกาลตรุษจีน" เคทีบีฯ ระบุ 


** ERW โดนเทหนัก เหตุพึ่งพานักท่องเที่ยวจีนมากสุด ตามด้วย CENTEL-MINT
     

บล.เคทีบี (ประเทศไทย) ระบุว่า กลุ่มท่องเที่ยวจะได้รับ sentiment เชิงลบจากจำนวนนักท่องเที่ยวที่มีโอกาสไม่เป็นไปตามที่คาดไว้ได้ โดยหุ้นที่พึ่งพานักท่องเที่ยวจีน เรียงจากมากไปน้อยคือ ERW, CENTEL และ MINT เบื้องต้น ยังคาดการณ์จำนวนนักท่องเที่ยวในปี2563 ไว้ที่ระดับ 40.6 ล้านคน เพิ่มขึ้น 3.5% YoY ซึ่งหากสถานการณ์มีความรุนแรงมากขึ้นอาจจะต้องมีการปรับประมาณการลง


บล.ไอร่า แนะนำเฝ้าระวังแรงขายหุ้นในกลุ่มท่องเที่ยวและโรงแรม หลังทางการจีนออกมาเปิดเผยในขณะนี้มีผู้ติดเชื้อโคโรนาราว 220 ราย เสียชีวิตแล้ว 3 ราย และเชื้อดังกล่าวสามารถติดต่อได้จากคนสู่คน  เช่นเดียวกับ บล.เคจีไอ  ที่มองว่าประเด็นนี้น่าจะเป็นจิตวิทยาเชิงลบต่อหุ้นที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว 


** ระวังงบไตรมาส 4/62 ที่รอประกาศ ตลาดคาดกำไรลดลง 


บล.โนมูระ พัฒนสิน มีมุมมองเชิงลบต่อคาดการณ์กำไรสุทธิ Q4/62 ที่ 150 ล้านบาท (-17% YoY,+251% QoQ)เนื่องจากกลับมาอ่อนตัว -17% YoY จากเดิมที่คาดจะสามารถเติบโตได้ เนื่องจากการท่องเที่ยวที่ฟื้นตัวช้า และการแข่งขันด้านราคาที่รุนแรงส่งผลต่อธุรกิจโรงแรมทำให้มีผลประกอบการไม่ดี 


คาด RevPAR -2% YoY จึงได้ปรับประมาณการกำไรปกติปี62–63 ลง (10 - 21%) จากการปรับรายได้ลดลง ตามการท่องเที่ยวที่คาดเติบโตต่ำ , Norm.margin ลดลง เพราะรายได้ลดลง ทำให้ความสามารถในการชดเชยต้นทุนคงที่ลดลง รวมถึงผลกระทบจาก TFRS16 ทำให้ค่าเสื่อมและดอกเบี้ยจ่ายเพิ่มสูงกว่าค่าเช่าที่ลดลง และปรับราคาเป้าหมายปี63 ลงเป็น 5.6 บาทจาก 6.2 บาท 


คงคำแนะนำ Neutralและมองว่า ERWยังไม่สนใจ เพราะคาดกำไรสุทธิ Q4/62 
ที่อ่อนตัว และคาดกำไรปกติปี63 ที่ 445 ล้านบาทโตต่ำเพียง 2% YoY นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยเสี่ยงด้านการท่องเที่ยวที่ต้องเฝ้าระวัง คือ การระบาดของโรคปอดอักเสบที่เมืองอู่ฮั่น 


บล.ฟิลลิป คาดกำไร Q4/62 ที่ 138 ล้านบาทลดลง 23.1% YoY เนื่องจากเดือน ธ.ค. RevPar หดตัวแรง Double Digitสวนทางกับอุตฯ โดยเฉพาะโรงแรมใน กทม. และตจว. ที่ยังไม่ฟื้นตัว คาดเป็นผลจากเงินบาทยังแข็งค่า อุปทานโรงแรมที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้มีการแข่งขันด้านราคาและตัดราคาระหว่างกัน


บล.เคทีบี กล่าวว่า ราคาหุ้นในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมาปรับตัวลดลง -17% เมื่อเทียบกับ SET ส่วนหนึ่งเกิดจากค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นและผิดหวังจาก RevParใน ธ.ค. ที่กลับมาหดตัวแรง ทำให้แนวโน้มกำไรสุทธิใน Q4/62 มีโอกาสต่ำกว่าตลาดคาดไว้ ซึ่งเราคาดว่า ราคาหุ้นจะ underperform ต่อไปจนถึงช่วงงบออกวันที่ 24 ก.พ. ขณะที่ในแง่ของ valuation ปัจจุบันลงมาซื้อขายที่ระดับ -1.5SD ซึ่งถือว่าต่ำสุดในรอบ 5 ปี จึงแนะนำ ทยอยซื้อสะสมในช่วงใกล้งบออก เพราะยังมีอัพไซด์เพิ่มจากดอกเบี้ยจ่ายที่มีแนวโน้มลดลง 
 

คงต้องรอติดตามแผนปี 63 ภายในเดือนมกราคมนี้ และสถานการณ์โรคระบาดจากไวรัส โคโรนา เป็นหนึ่งในปัจจัยที่ต้องจับตาใกล้ชิด เพราะอยู่นอกเหนือการควบคุม แม้ไตรมาส 4/62 จะเปิดโรงแรมใหม่ 4 แห่ง ซึ่งน่าจะดีต่อผลประกอบการปีนี้ แต่ถ้านักท่องเที่ยวมาไทยน้อยกว่าที่คาด ราคานี้อาจยังไม่ใช่จุดต่ำสุด 







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh




LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด