หุ้นเด่นวันนี้

AMANAH ฝ่าแนวต้านทำนิวไฮ แต่อัพไซด์เริ่มจำกัด!

AMANAH ฝ่าแนวต้านทำนิวไฮ แต่อัพไซด์เริ่มจำกัด!

    AMANAH พุ่งแตะ 3.06 บาท ทำสถิติสูงสุดตลอดกาล หลังทะลุผ่านจุดสูงสุดเดิมเมื่อปี 60 ลุ้นกำไรสุทธิโตต่อเนื่อง 4 ปีรวด ขณะที่นักวิเคราะห์ประเมินกำไรปี 62 –63 โตแรงต่อเนื่อง จากการขยายตัวของสินเชื่อ และหนี้เสียที่ลดลง

 

    หุ้น บริษัท อะมานะฮ์ ลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ AMANAH พุ่งขึ้นมาปิดที่ 3.06 บาท ส่งผลให้ราคาหุ้นในปีนี้เติบโตขึ้นมาแล้วถึง 139% จากราคาปิดเมื่อปีก่อน และเป็นสถิติสูงสุดใหม่ตลอดกาลของบริษัท หลังจากทะลุผ่านจุดสูงสุดเดิมที่ 2.46 บาท ซึ่งทำไว้เมื่อปี 60

 

    AMANAH ประกอบธุรกิจให้เช่าซื้อ โดยสินเชื่อหลักเป็นประเภท รถแลกเงิน (ATM)

 

    ปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนราคาหุ้นในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา คือ กำไรสุทธิและความสามารถในการทำกำไรของบริษัทที่ดีขึ้นอย่างชัดเจน โดยครึ่งปีแรกบริษัทมีกำไรสุทธิรวม 109 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30.6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

 

    หากกำไรสุทธิรวมในปี 62 ยังคงเติบโตจากปีก่อนซึ่งอยู่ที่ 163.59 ล้านบาท จะทำให้กำไรสุทธิของบริษัทเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 ติดต่อกัน สำหรับผลประกอบการที่ผ่านมา ปี 59 มีกำไรสุทธิ 31.44 ล้านบาท พลิกจากขาดทุน 136.41 ล้านบาท เมื่อปี 58 ก่อนจะเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็น 47.52 ล้านบาท ในปี 60 และเพิ่มขึ้นเป็น 163.59 ล้านบาท ในปี 61

 

    นักวิเคราะห์เชื่อกำไรปี 62–63 มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง จากการขยายตัวของยอดขาย หลังปรับวิธีประเมินพนักงาน ขณะที่อัตราหนี้เสียลดลง

 

    บล.เคทีบี (ประเทศไทย) ระบุว่า เราเริ่มต้นให้คำแนะนำ “ซื้อ” AMANAH ที่ราคาเป้าหมาย 3.20 บาท อิง PBV ปี 63 ที่ 2 เท่า เป็นหุ้นขนาดเล็กในกลุ่มสถาบันการเงินที่น่าสนใจที่จะมีการเติบโตอย่างยั่งยืนและมีความเสี่ยงที่ต่ำ หลังจากการปรับแผนธุรกิจสำเร็จในปี 61 ประเมินกำไรสุทธิปี 62 และปี 63 จะขยายตัว 41% และ 20% ที่ 231 และ 277 ล้านบาท ตามลำดับ และเป็นการขยายตัวต่อเนื่องจากฐานกำไรที่สูงของปี 61

 

    สาเหตุมาจาก 1) การขยายตัวของสินเชื่อใหม่ได้เร็วขึ้นราว 15-20% ต่อปี และมีศักยภาพมากขึ้น ตามจำนวนการเพิ่มตัวแทนขาย 2) Loan yield เพิ่มขึ้นสู่ระดับเฉลี่ยประมาณ 18 – 18.5% ในปี 62-64 จาก 9.6% ในปี 58 3) อัตราส่วนต้นทุนต่อรายได้มีแนวโน้มลดลง จาก 46% เป็น 41% ในปี 63 และ 4) หนี้เสีย (NPLs) ลดลงจาก 7.8% ในไตรมาส 3/61 สู่ 6.5% ในไตรมาส 2/62

 

    เราเชื่อว่าตั้งแต่ปี 62 AMANAH จะได้รับผลบวกจากการปรับแผนธุรกิจ จากเดิมที่ปล่อยสินเชื่อเช่าซื้อที่มี Loan yield ที่ต่ำประมาณ 10% และ NPLs ที่สูงในช่วงปี 55-58 เป็นการให้สินเชื่อจำนำทะเบียน Auto to Money (ATM) แบบโอนกรรมสิทธิ์เล่มทะเบียน ที่มี Loan yield ประมาณ 20-22% ควบคู่การลดขนาดของสินเชื่อเดิมที่มี loan yield ต่ำ

 

    บล.โนมูระ พัฒนสิน ระบุว่า หลังจากติดตามมาตลอด 1 ปีเต็ม ในไตรมาส 2/62 เป็นไตรมาสแรกที่องค์ประกอบของผลการดำเนินงานมาครบทุกประเด็น คือ ยอดสินเชื่อใหม่เติบโต 347 ล้านบาท ขณะที่หนี้สงสัยจะสูญลดลงเหลือเพียง 18 ล้านบาท ต่ำสุดในรอบ 4 ไตรมาส ส่งผลให้ NPL Ratio แข็งแรงขึ้น ลงมาเหลือ 6.4% จาก 7.6% ในไตรมาส 3/61 ส่งผลให้ กำไรไตรมาส 2/62 ทำสถิติสูงสุดใหม่แบบมีคุณภาพ ดีกว่าคาด 9.3%

 

    จากการปรับวิธีประเมินผลงานของพนักงาน AMANAH สร้างแรงกระตุ้นให้เจ้าหน้าที่การตลาดวิ่งหายอดสินเชื่อปล่อยมากขึ้น และยังคงเดินหน้าสู่เป้า 2 พันล้านบาท ภายในสิ้นปีนี้ โดยเราคาดทำได้ 1.6 พันล้านบาท ในส่วนของ ยอดตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญรวมดีขึ้นกว่าคาดมาก ลดลงมาเหลือเพียง 18.1 ล้านบาท จากที่คาด 26.3 ล้านบาท ลดลง 46% จากปีก่อน จากการติดตามหนี้ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นและยึดรถคืนอย่างรวดเร็ว

 

    ด้าน บล.จีเอ็มโอ-แซด ระบุว่า ประมาณการกำไรปี 62 ที่ 223 ล้านบาท บนสมมติฐานสินเชื่อใหม่ 1.6 พันล้านบาท ค่าใช้จ่ายสำรอง 100 ล้านบาท โดยคาดว่าแนวโน้มสำรองจะลดลงต่อเนื่อง เป็นผลจากการปรับเปลี่ยนกระบวนการติดตามทวงถามและยึดทรัพย์ขายทอดตลาดที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ขณะที่สินเชื่อมีแนวโน้มเติบโตหลังการเปลี่ยนกลยุทธ์ โดยครึ่งปีแรกมียอดสินเชื่อใหม่ 607 ล้านบาท คิดเป็น 38% ของคาดการณ์ของเรา

 

    แต่สิ่งที่ต้องระวังคือ จากการประเมินของ IAA consensus พบว่าราคาเป้าหมายเฉลี่ยปัจจุบันของ AMANAH อยู่ที่เพียง 3.10 บาท ทำให้อัพไซด์จากราคาหุ้นปัจจุบันเหลือเพียง 1.3% เท่านั้น อย่างไรก็ดี โมเมนตัมของ AMANAH ในปัจจุบันถือว่าอยู่ในขาขึ้นอย่างแข็งแกร่ง หลังจากนี้คงต้องติดตามกันว่ากำไรสุทธิหลังจากนี้จะเติบโตได้ทันความคาดหวังหรือไม่







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh




LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด