หุ้นเด่นวันนี้

TOP ฝรั่งเทหนัก โบรกฯ ชี้ราคาไม่แพง แต่ยังไม่มีปัจจัยบวก

TOP ฝรั่งเทหนัก โบรกฯ ชี้ราคาไม่แพง แต่ยังไม่มีปัจจัยบวก

            TOP ร่วงแตะ 60 บาท ทำนิวโลว์รอบเกือบ 3 ปี พบนักลงทุนต่างชาติขายหนักผ่าน NVDR ด้านนักวิเคราะห์มองแนวโน้มไตรมาส 2/62 ยังถูกกดดันจากแผนหยุดซ่อมบำรุง ระบุแม้ราคารูดหนักจน Valuation ไม่แพง แต่ยังไม่เห็นปัจจัยหนุนระยะสั้น

            หุ้นบริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TOP เจอแรงขายอย่างหนักในการซื้อขายวานนี้ (22 พ.ค.) ส่งผลให้ราคาปรับลงแรงสวนทางกับดัชนีฯ ที่ปิดบวกกว่า 16 จุด โดยราคาหุ้น TOP ร่วงลงแตะระดับต่ำสุดที่ 60 บาท ทำนิวโลว์ในรอบเกือบ 3 ปี ก่อนปิดการซื้อขายที่ 60.50 บาท ลดลง 2 บาท มูลค่าการซื้อขายสูงสุดเป็นอันดับ 2 ที่ 2,811 ล้านบาท พร้อมกับปริมาณหุ้นที่ซื้อขายเพิ่มขึ้นกว่า 361% เทียบค่าเฉลี่ย 5 วันทำการก่อนหน้า จากที่เคยซื้อขายวันละ 12.77 ล้านหุ้น เพิ่มเป็น  46.19 ล้านหุ้น 
            TOP ประกอบธุรกิจการกลั่น และจำหน่ายนํ้ามันปิโตรเลียมที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย โดยมีธุรกิจหลักคือ การกลั่นนํ้ามันปิโตรเลียม ปัจจุบันมีกำลังการผลิต 275,000 บาร์เรลต่อวัน นอกจากนั้น ยังมีธุรกิจที่เกี่ยวข้องหลากหลาย เช่น ธุรกิจไฟฟ้า ธุรกิจสารทำละลาย ธุรกิจบริการการขนส่งทางเรือและทางท่อ ธุรกิจพลังงานทดแทน ธุรกิจผลิตสารตั้งต้นสำหรับการผลิตผลิตภัณฑ์สารทำความสะอาด เป็นต้น
            ผลการดำเนินงาน TOP ในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา (58-61) กำไรสุทธิไม่มีเสถียรภาพโดยมีกำไร 12,181 ล้านบาท, 21,221 ล้านบาท, 24,856 ล้านบาท และ 10,149 ล้านบาทตามลำดับ ส่วนไตรมาส 1/62 มีกำไรสุทธิ 4,408 ล้านบาท ฟื้นตัวจากไตรมาส 4/61 ที่ขาดทุนหนัก 4,811 ล้านบาทจากสต๊อกน้ำมัน แต่อ่อนตัวลงเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 5,607 ล้านบาท ซึ่งผลการดำเนินงานของบริษัทฯ จะขึ้นอยู่กับราคาน้ำมันและค่าการกลั่น
            ด้านราคาหุ้น TOP ปรับตัวเป็นขาลงต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงปลายเดือน เม.ย. 62 ที่ผ่านมา จากระดับราคา 74 บาท ลงมาแตะ 60 บาท หรือลดลงราว 19% ในเวลา 1 เดือน 
            ล่าสุดหุ้น TOP ปรับตัวลงสวนทางดัชนีฯ และมีปริมาณหุ้นที่ซื้อขายเพิ่มขึ้นเกินปกติ ซึ่งพบว่า TOP เป็นหุ้นที่ NVDR มีมูลค่าขายสูงสุด
            จากฟังก์ชั่น Accumulate NVDR Ranking ใน eFin Stock Pick Up พบว่าในการซื้อขายวานนี้ NVDR ขายหุ้น TOP เป็นมูลค่าสูงสุดอันดับ 1 ที่ 312.33 ล้านบาท ราคาเฉลี่ย 61.12 บาท รองลงมาเป็นหุ้น PTT ที่มีมูลค่าขาย 109.37 ล้านบาท ราคาเฉลี่ย 46.32 บาท 
            ทั้งนี้หากย้อนหลังไปในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา พบว่า TOP ถูก NVDR เทขายเป็นอันดับ 2 ด้วยมูลค่าสูงถึง 13,915 ล้านบาท ที่ราคาเฉลี่ย 76.71 บาท หรือมีการขายออกกว่า 181 ล้านหุ้น รองจาก KBANK ที่ถูกเทขายเป็นอันดับ 1 
            สอดคล้องกับที่โบรกเกอร์ต่างชาติอย่างเครดิต สวิส ที่ล่าสุดปรับลดราคาเหมาะสมหุ้น TOP เหลือเพียง 55 บาท จากค่าการกลั่นที่ปรับขึ้นน้อยกว่าคาดและการแข่งขันที่เพิ่มขึ้น
            ด้านมุมมองของนักวิเคราะห์ไทย แนวโน้มไตรมาส 2/62 ผลการดำเนินงานของ TOP ยังถูกกดดันจากแผนหยุดซ่อมบำรุง โดยแม้ราคาหุ้นจะรูดหนักจน Valuation ไม่แพง แต่ก็ยังไม่เห็นปัจจัยหนุนในระยะสั้น
            บล.หยวนต้า(ประเทศไทย) ระบุ TOP ประกาศกำไรสุทธิ 1Q62 ที่ 4.4 พันล้านบาท -21% YoY แต่พลิกจากขาดทุนใน 4Q61 เป็นไปตามที่เรา และตลาดคาด หากหักรายการพิเศษ กำไรปกติอยู่ที่ 1.3 พันล้านบาท (-50% QoQ, -66% YoY) ภาพรวมผลประกอบการ 1Q62 ได้กำไรสต็อกน้ำมัน (รวมกลับรายการมูลค่าสินค้าคงเหลือ NRV ) เข้ามาช่วยราว 3.2 พันล้านบาท ขณะที่ผลการดำเนินงานหลักอ่อนแอ โดยเฉพาะธุรกิจโรงกลั่นที่ค่าการกลั่นเหลือ US$3.0/bbl (-23% QoQ, -47% YoY) และธุรกิจน้ำมันหล่อลื่นที่ P2F เหลือ US$59/ตัน (-19% QoQ, -44% YoY) ส่งผลให้กำไรขั้นต้นธุรกิจหลัก (Market GIM) ที่ US$5.2/bbl (-20% QoQ, -37% YoY)
            แม้ค่าการกลั่นสิงคโปร์ 2QTD ปรับตัวขึ้นมาอยู่ที่ US$3.9/bbl (+22% QoQ, -35% YoY) อย่างไรก็ตาม เราคาดค่าการกลั่นที่สูงขึ้นจะถูกชดเชยด้วย 1) ผลกระทบจากการเข้าสู่ช่วงปิดซ่อมบำรุงใหญ่ของโรงกลั่น (ทุกๆ 5-6 ปี) ตั้งแต่กลางเดือนมิ.ย.-ก.ค. ซึ่งเราคาดว่าจะกดดันให้อัตราใช้กำลังลดลงจากระดับปกติที่ 110%-115% เหลือ 95%-100% รวมทั้งมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นราว 4-5 ร้อยล้านบาท/ไตรมาสใน 2Q-3Q62 
            นอกจากนี้ เราคาดผลประกอบการธุรกิจอะโรมาติกส์จะอ่อนแอลง QoQ จากส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ 2QTD ที่ลดลง โดย PX เหลือ US$381/ตัน (-25% QoQ, +26% YoY) และ BZ พลิกเป็น -US$58/ตัน กดดันจากอุปทานของโรงงานใหม่ในภูมิภาค และปริมาณ BZ คงคลังในภูมิภาคที่สูงต่อเนื่อง ส่งผลให้เรามองว่าแนวโน้มกำไร 2Q62 จะไม่สดใสนัก กำไรปกติ 1Q62 คิดเป็น 9% ของคาดการณ์เราทั้งปี 2562 ที่ 1.4 หมื่นล้านบาท (+10% YoY) โดยเรายังคงประมาณการเดิมไว้ก่อน บนความคาดหวังว่ามาตรการ IMO จะหนุนค่าการกลั่นช่วง 2H62 ให้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
            ราคาหุ้นปัจจุบันซื้อขายบน P/BV62 ที่ 1.1x ใกล้เคียงค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี -1.0SD ถือว่า Downside ไม่มากแล้ว อย่างไรก็ตาม เรามองว่าความน่าสนใจของหุ้นจะอยู่ช่วง 2H62 ที่มาตรการ IMO เริ่มส่งผลต่อค่าการกลั่น ขณะที่ระยะสั้นหุ้นยังขาดปัจจัยบวกที่ชัดเจน ทั้งผลประกอบการ 2Q62 ที่น่าสนใจน้อยกว่าคู่แข่งเพราะมีแผนปิดซ่อมโรงงาน และเริ่มเห็นความเสี่ยงจาก Earnings downgrade เราคงคำแนะนำเพียง "ซื้อเก็งกำไร" แต่ปรับราคาเหมาะสม ณ สิ้นปี 2562 ลงเป็น 78.00 บาท (เดิม 82.00 บาท) อิง P/BV ที่ 1.24x (เดิม 1.30x) จากค่าเฉลี่ย -0.5SD
            บล.ฟิลลิป คงแนะนำ “ทยอยซื้อ” ราคาพื้นฐาน 75 บาท: ทางฝ่ายคาดการดาเนินงาน 2Q62 กลุ่มโรงกลั่นคาดดีขึ้น q-q จากฤดูกาลท่องเที่ยวในสหรัฐและการปิดซ่อมบารุงของโรงกลั่น แต่กลุ่มอะโรเมติกส์คาดยังได้รับผลจากอุปทานล้นตลาดส่งผลให้ส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ยังไม่ฟื้นตัว อีกทั้งจะมีค่าใช้จ่ายการปิดซ่อมบำรุงช่วงปลายไตรมาส 2 และการรับรู้ค่าใช้จ่ายพิเศษพนักงาน 300 ลบ. อาจส่งให้กำไรอ่อนลง
            ด้านผู้บริหาร TOP  เปิดเผยในงาน Opportunity Day ล่าสุดว่า ไตรมาส 2/62 บริษัทฯ จะมีกำไรสต็อกน้ำมัน หลังราคาน้ำมันแตะ 70 เหรียญฯ/บาร์เรล มอง GIM ปีนี้ยังแตะระดับ 6 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล แม้ธุรกิจปิโตรเคมีชะลอตัว 
            นายชัชชัย สิริวิชช์ ผู้จัดการแผนกนักลงทุนสัมพันธ์ TOP คาดในไตรมาส 2/62 มีโอกาสที่จะบันทึกกำไรจากสต็อกน้ำมัน หลังจากที่ในช่วงไตรมาส 1/62 ราคาน้ำมันปิดที่ระดับ 67 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ซึ่งในปัจจุบันราคาน้ำมันเฉลี่ยอยู่ที่ 70 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล โดยทั้งปียังคงเป้าราคาน้ำมันดิบดูไบจะเฉลี่ย 65-67 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล
            คาดค่าการกลั่นรวม (GIM) ในปี 62 จะอยู่ที่ระดับ 6 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล จะใกล้เคียงกับงวดปี 61 ถึงแม้ว่าค่าการกลั่น (GRM) จะปรับตัวได้ดีขึ้น แต่ภาพรวมยังคงถูกกดันจากธุรกิจปิโตรเคมี ที่ผลิตภัณฑ์กลุ่มอะโรเมติกส์ได้รับผลกระทบจากปริมาณซัพพลายเกินตลาด
            ทั้งนี้ บริษัทจะได้รับประโยชน์จากมาตรการ IMO ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในต้นปี 63 แต่อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการเดินเรือจะเริ่มมีคำสั่งซื้อน้ำมันดีเซลเพื่อใช้แทนน้ำมันเตาตั้งแต่ในช่วงเดือนต.ค.62 เป็นต้นไป ดังนั้น จึงจะช่วยส่งผลดีในยอดขายผลิตภัณฑ์ดีเซลให้กับบริษัท

            หุ้น TOP ที่ร่วงลงมาเปิดจากแรงขายของนักลงทุนต่างชาติเป็นหลัก สอดคล้องกับ เครดิต สวิส ที่หั่นราคาเป้าหมายเหลือแค่ 55 บาท ในขณะที่นักวิเคราะห์ไทยตรวจสอบจาก IAA Consensus พบว่า 18 โบรกเกอร์ให้ราคาเหมาะสมเฉลี่ยอยู่ที่ 82 บาท ด้วยมุมมองที่แตกต่างกันค่อนข้างมาก แต่สุดท้ายแล้วดูเหมือนว่าหุ้น TOP จะเคลื่อนไหวไปตามคำแนะนำของโบรกฯ ต่างชาติมากกว่า

 
คำแนะนำหุ้น TOP 

โบรกเกอร์              ราคาเหมาะสม (บ.)
AWS                                                70
DBSV                                              81
UOBKHST                                      86
YUANTA                                        78
TSC                                                 75
SCBS                                              97
PST                                                 75
MBKET                                          81
LHS                                                 89
KTZ                                                 73
KTBST                                            83
KSS                                                 90
KINGSFORD                                 79
BLS                                                88
ASP                                                78
CGS-CIMB                                    84
TRINITY                                       88
FSS                                                 81
Average                                         82.22

ที่มา : IAA Consensus







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh




LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด