หุ้นเด่นวันนี้

WORK ลงแข่งตลาดเครื่องสำอาง! โบรกฯ คาดดันกำไรปี 62 ฟื้น

WORK ลงแข่งตลาดเครื่องสำอาง! โบรกฯ คาดดันกำไรปี 62 ฟื้น

    WORK ฟื้นตามตลาด แต่ระวังงบไตรมาส 4/61 ขาดทุนหนัก 52 ลบ. รับต้นทุนลิขสิทธิ์กีฬาพุ่งสวนทางค่าโฆษณาโตเล็กน้อย จับตาแผนเดินหน้ารุกธุรกิจเครื่องสำอาง-โฮมช็อปปิ้งเต็มสูบคาดทำรายได้ปีนี้ราว 500 ลบ. จากปีก่อนไม่ถึง 100 ลบ. ดันกำไรกลับมาฟื้น แต่ยังต้องใช้เวลาสะสมฐานลูกค้าอีกนาน

    ราคาหุ้น บมจ.เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ หรือ WORK เปิดตลาดฟื้นไปทำจุดสูงสุดรอบเช้าที่ 24.50 บาท และมาปิดตลาดรอบเช้าที่ 24.30 บาท เพิ่มขึ้น 0.60 บาท หรือ 2.53% ปริมาณหุ้นที่ซื้อขายเพิ่มขึ้น 124% เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ย 5 วันทำการก่อนหน้า

    WORK ประกอบธุรกิจหลักในการผลิตรายการโทรทัศน์เพื่อออกอากาศและขายโฆษณาในสถานีโทรทัศน์ของบริษัท ซึ่งออกอากาศในระบบดิจิทัล ซึ่งในปี 60 มีสัดส่วนรายได้จาก 1.ธุรกิจรายการโทรทัศน์ 90% 2.ธุรกิจคอนเสิร์ตและละครเวที 4.8% 3.ธุรกิจรับจ้างจัดงาน 3.6% 4.ธุรกิจขายสินค้าและบริการอื่นๆ 1.3% 5.ธุรกิจอื่นๆ  0.3%

    ผลประกอบการ WORK เติบโตต่อเนื่องมาตลอดในปี 58 - 60 โดยมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 163 ล้านบาท 198 ล้านบาท และ 904 ล้านบาท ตามลำดับ ขณะที่ 9 เดือนปี 61 ทำกำไรสุทธิไปได้เพียง 422 ล้านบาท ลดลงถึง 54% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ซึ่งในช่วงไตรมาส 4 ของทุกปีจะเป็นช่วงโลว์ซีซั่นทำให้มักมีผลการดำเนินงานขาดทุนสุทธิเป็นประจำ

    วันนี้ราคาหุ้น WORK ฟื้นตามตลาด แต่ระวังนักวิเคราะห์คาดผลประกอบการในไตรมาส 4/61 จะออกมาขาดทุนสุทธิถึง 52 ลบ. หลังจากมีค่าลิขสิทธิ์รายการกีฬาเข้ามามาก แต่รายได้โฆษณากลับโตต่ำสวนทางกัน

    บล.ฟิลลิป ระบุ ไตรมาส 4/61 จะรายงานผลประกอบการออกมาขาดทุน 52 ล้านบาท มากกว่าปีก่อนที่ขาดทุน 22 ล้านบาท เนื่องจากมีต้นทุนตัดจำหน่ายลิขสิทธิ์กีฬาวอลเลย์บอลหญิงชิงแชมป์โลกและเอเชียนเกมส์ที่ได้ออกอากาศไปก่อนหน้า สวนทางกับรายได้ค่าโฆษณาที่จะเติบโตเล็กน้อยเท่านั้นทั้งจากไม่มีรายการฟอร์มใหญ่เข้ามา และเม็ดเงินโฆษณาในอุตสาหกรรมเติบโตไม่มาก ทำให้ราคาขายปรับตัวลดลงมาเหลือ 70,000 - 75,000 บาทต่อนาที จาก ปีก่อน 81,000 บาท/นาที ส่งผลให้รายได้รวมจะเติบโตเพียง 5.5% มาที่ 783 ล้านบาท
    
    จับตาแผนรุกธุรกิจเครื่องสำอาง-โฮมช็อปปิ้ง ดันกำไรปี 62 ฟื้น โดยคาดรายได้จากการขายสินค้าปีนี้จะทำได้กว่า 500 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนไม่ถึง 100 ล้านบาท แม้รายได้หลักจะยังทรงตัวเพราะไม่มีปรับขึ้นค่าโฆษณา

    บล.ฟิลลิป ระบุเพิ่มเติมว่า ในปี 62 แนวโน้มกำไรสุทธิจะกลับมาฟื้นตัว หลังจาก WORK หันมารุก ธุรกิจสุขภาพและความงาม(Health&Beauty) ภายใต้ชื่อสินค้า Let Me in BEAUTY อย่างจริงจัง โดยจะปรับเพิ่มหน่วยสินค้า(SKU)จากเดิม 4 SKU เป็น 9 SKU ในปีนี้ ทั้งการจำหน่ายผ่านโฆษณาในรายการ Let me in ผ่าน Call Center และผ่านทางร้านค้าออนไลน์ รวมถึงธุรกิจโฮมช็อปปิ้ง "Hello Shops" ที่ปัจจุบันมีรายได้แล้ว 1 ล้านบาทต่อวัน ทำให้ในปีนี้จะมีรายได้จากธุรกิจทั้งสองเข้ามา 540 ล้านบาท จากปีก่อนที่มีรายได้ไม่ถึง 100 ล้านบาท
    ในด้านรายได้หลักยังทำได้เพียงทรงตัว เนื่องจากการแข่งขันที่สูงและเม็ดเงินโฆษณายังฟื้นตัวได้ต่ำ จึงไม่ปรับเพิ่มค่าโฆษณาคาดทั้งปีราคาขายโฆษณาจะอยู่ที่ 75,000 บาท/นาที และอัตราการขายอยู่ที่ 52 - 55% จาก 55 - 58% ในปีก่อน โดยปัจจุบันขายได้แล้ว 1.2 พันล้านบาท และจะมีรายการใหม่เข้ามาอีก 10 รายการแต่จะมีต้นทุนลดลงเพราะไม่มีลิขสิทธิ์กีฬาเข้ามา มีรายได้จากการจ้างผลิต 300 ล้านบาท งานคอนเสิร์ต 250 ล้านบาท และมีแผนผลิตภาพยนตร์เพิ่ม 3 เรื่องในปีนี้
    แนะนำ "ซื้อ" แต่ปรับราคาเป้าหมายลงเป็น 24.60 บาท จากปี 61 ที่กำไรสุทธิจะหดตัวถึง 59% และปี 62 รายได้จากเติบโตไม่มากจากการปรับขึ้นค่าโฆษณาทำได้จำกัด

    บล.เคทีบี เผย ได้ปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 61 - 62 ลง มาเป็น 391 ล้านบาท และ 478 ล้านบาท จากแนวโน้มกำไรในไตรมาส 4/61 ที่ต่ำกว่าคาดมาก ตามเรทติ้งเฉลี่ยปี 61 ในระดับต่ำที่ 1.1 และยังต้องใช้เวลาอีกมากในการฟื้นตัว เนื่องจากภาวะการแข่งขันที่รุนแรงทำให้ไม่สามารถปรับขึ้นค่าโฆษณาได้จึงปรับค่าโฆษณาเฉลี่ยปี 62 อยู่ที่ 75,000 บาท/นาที จากเดิม 84,000 บาท/นาที
    ส่วนธุรกิจใหม่ Hello Shop, Let Me In สกินแคร์ และ Me Vio คาดจะมีรายได้ถึง 510 ล้านบาทในปีนี้คิดเป็นเติบโต 750% จากปีก่อน
    แม้ WORK จะมีแผนการรุกธุรกิจใหม่เมื่อปลายปีที่ผ่านมาเพื่อทดแทนธุรกิจทีวีที่เป็นขาลง  แต่ยังต้องใช้เวลาในการสะสมฐานลูกค้าอีกมาก แนะนำให้เปลี่ยนไปลงทุนใน RS แทน
    แนะนำ "ถือ" ปรับราคาเป้าหมายลงเป็น 25 บาท เทียบเท่า PER ที่ 23.2 เท่า

    การขยายธุรกิจไปยังสุขภาพและความงามเพื่อเอาตัวรอดจากธุรกิจทีวีที่แข่งขันสูง เป็นแนวทางเดียวกับ RS อย่างชัดเจน แต่การออกตัวช้าในธุรกิจนี้ก็มีความเสี่ยงอยู่ เพราะการแข่งขันก็เริ่มสูงไม่แพ้กัน ดังนั้นจึงต้องจับตาว่าการเคลื่อนไหวของ WORK ในครั้งนี้จะเป็นการหนีเสือปะจระเข้หรือไม่







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh




LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด