หุ้นเด่นวันนี้

AJ นิวไฮรอบ 9 ปี จับมือ SCC รอบนี้ ได้ประโยชน์อะไร?

AJ นิวไฮรอบ 9 ปี จับมือ SCC รอบนี้ ได้ประโยชน์อะไร?

นี่อาจเป็นข่าวดีที่สุดในรอบหลายปี สำหรับผู้ถือหุ้น AJ หลังจากที่วานนี้บริษัทเฉลยชื่อผู้ซื้อหุ้นเพิ่มทุน PP ออกมาเป็น ปูนใหญ่ SCC พ่วงด้วยแผนการตั้งบริษัทร่วมทุนในเวียดนามร่วมกัน เพื่อรุกธุรกิจฟิล์มในเวียดนาม ซึ่งเป็นตลาดเป้าหมายของกลุ่มปูนใหญ่ ทีนี้มาดูกันว่า AJ จะได้ประโยชน์อย่างไร? และเวียดนามมีอะไรดีกันแน่!


*** ราคาหุ้น AJ นิวไฮรอบ 9 ปี! รับข่าวร่วมทุนปูนใหญ่


วันนี้ราคาหุ้น บริษัท เอ.เจ.พลาสท์ จำกัด (มหาชน) หรือ AJ พุ่งกระฉุดตั้งแต่เปิดตลาด โดยไปแตะราคาสูงสุดของวันที่ 20.70 บาท นับเป็นการทำสถิติสูงสุด(นิวไฮ)ในรอบ 9 ปี นับตั้งแต่เดือนก.ค.54 แม้ในช่วงปิดตลาดเช้านี้จะย่อตัวลงมาที่ 18.90 บาท คิดเป็นเพิ่มขึ้น 0.30 บาท หรือ +1.61% ปริมาณหุ้นที่ซื้อขายเพิ่มขึ้น 1,327.53% เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ย 5 วันทำการก่อนหน้า


ราคาหุ้นที่พุ่งขึ้นไปทำนิวไฮรอบ 9 ปีนั้น ประเด็นที่เข้ามาหนุนแน่นอนย่อมไม่ธรรมดา! โดยวานนี้ AJ ประกาศผ่านตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(ตลท.)ว่า ได้จัดสรรหุ้นเพิ่มทุนให้แก่บุคคลในวงจำกัด (Private Placement) และผู้ที่ซื้อหุ้นไปคือ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด(มหาชน) หรือ SCC นั่นเอง


นั่นหมายความว่าหลังจากนี้ SCC จะเข้ามาถือหุ้นใน AJ ในสัดส่วน 9.2% ซึ่งหากใช้ข้อมูลผู้ถือหุ้นรายใหญ่ล่าสุดจากตลาดหลักทรัพย์ฯ SCC จะขึ้นมาเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับที่ 3 ของ AJ ทันที


*** ทำไม AJ ถึงเป็นเป้าหมายของ SCC ?


อย่างที่นักลงทุนทราบกัน ปัจจุบัน SCC พยายามผลักดันธุรกิจแพ็คเกจจิ้งอย่างเต็มที่โดยล่าสุดเพิ่งนำ บริษัท เอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ SCGP เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯไป ซึ่ง SCGP มีสัดส่วนรายได้ส่วนใหญ่มาจากธุรกิจบรรจุภัณฑ์กระดาษ และโดยธรรมชาติของการใช้บรรจุภัณฑ์กระดาษนั้น มักจะใช้ผลิตภัณฑ์ฟิล์มพลาสติกร่วมด้วย 


อย่างเช่น อาหารสำเร็จรูปที่มักมีกล่องกระดาษภายนอก และมีพลาสติกห่อหุ้มอาหารข้างในอีกที  หรือหากเป็นสินค้าประเภทอื่นอาจใช้พลาสติกห่อหุ้มกล่องกระดาษอีกที


แต่โดยสรุปแล้วเรียกได้ว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่มักจะต้องใช้ร่วมกันนั่นเอง


นอกจากการเข้ามาถือหุ้นแล้ว AJ ยังได้ตั้งบริษัทร่วมทุนในเวียดนามกับ SCC ในสัดส่วน (AJ 55% / SCC 45%) เพื่อผลิตและจำหน่ายฟิล์ม Biaxially Oriented (BO Film) ในประเทศเวียดนาม ด้วยทุนจดทะเบียน 700 ล้านบาท ซึ่งสอดคล้องกับการเข้าซื้อธุรกิจบรรจุภัณฑ์กระดาษในเวียดนามของ SCGP ที่จะเสร็จสิ้นในปี 63 นี้ด้วย


ซึ่งดีลนี้ถือว่า AJ ได้ประโยชน์ไปเต็มๆ เพราะแม้ดีลนี้จะมีมูลค่าเพียง 2% ของสินทรัพย์รวมของ SCC แต่สำหรับบริษัทที่มีขนาดเล็กกว่ามากอย่าง AJ ถือเป็นลาภก้อนใหญ่


*** ต่อไปจะเป็นอย่างไร ?


บริษัทหลักทรัพย์(บล.)หยวนต้า ระบุว่า การที่ AJ ได้บริษัทในกลุ่ม SCC เป็นพันธมิตรจะช่วยต่อยอดการเติบโตในระยะยาว โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเติบโตในต่างประเทศจากเครือข่ายและความชำนาญของ SCC สามารถต่อยอดการลงทุนจากโครงการปิโตรเคมี Longson ของ SCC ขณะที่แนวโน้มธุรกิจ BOPET, BOPP, BOPA ของ AJ ยังโตต่อเนื่อง และอานิสงค์จากโควิด-19 ช่วยหนุน


ซึ่งจากการสำรวจของผู้สื่อข่าวพบว่า AJ มีการส่งออกไปยังประเทศเวียดนามอยู่ก่อนแล้ว แต่การได้ SCC เข้ามาเป็นพันธมิตรในครั้งนี้ จะยิ่งช่วยให้ยอดขายสูงขึ้น อำนาจการต่อรอง การใช้กำลังผลิตต่างๆ จะสูงขึ้นตามมาด้วย และการจัดตั้งบริษัทในเวียดนามจะเป็นฐานในการขยายตลาดไปสู่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีการขยายตัวของเศรษฐกิจที่สูงต่อไป


นั่นหมายความว่ารายได้ และอัตรากำไรของ AJ จะสูงขึ้นจากปัจจุบันได้อีกมาก 


*** ทำไมเวียดนามถึงสวยหรู ?


ในช่วงโควิด-19 การขยายตัวของเศรษฐกิจ(จีดีพี)ในอาเซียน ถือว่าย่ำแย่ไปตามๆ กัน โดยเฉพาะประเทศไทย ที่ธนาคารโลก(เวิลด์แบงก์) คาดว่าจีดีพีปีนี้ ในกรณีแย่สุดอาจติดลบได้ถึง -10.4%


ในขณะที่จีดีพีเวียดนามกรณีแย่สุดจะยังเติบโตถึง 1.5% เป็นประเทศเดียวในอาเซียนที่เติบโตอยู่หากสำรวจจากข้อมูลของเวิลด์แบงก์


*** ผลงาน AJ ครึ่งแรกปีนี้ดีมาก! รายได้โต ต้นทุนลด


ทีนี้หากมาลองดูผลประกอบการของ AJ ในไตรมาส 1/63 ทำไปได้ไม่สวยนักเพราะขาดทุนสุทธิไปถึง -56.50 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 10.37 ล้านบาท แม้รายได้จะเติบโตขึ้นถึง 9.3% YoY แต่กลับมีขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนถึงไปถึง 137 ล้านบาท 


อย่างไรก็ดีในไตรมาส 2/63 บริษัทกลับทำกำไรสุทธิไปได้ถึง 271 ล้านบาท โต 737% จากช่วงเดียวกันปีก่อน และสูงกว่ากำไรสุทธิที่ทำได้ในปี 62 ทั้งปี ซึ่งเป็นเพราะรายได้ที่เติบโตขึ้น +7.5% ขณะที่ต้นทุนขายลดลง -3.97% 


ซึ่งหากเป็นไปตามที่ บล.หยวนต้า คาดการณ์ไว้ว่าธุรกิจ BOPET, BOPP, BOPA ของ AJ ยังโตต่อเนื่องอีก ผลประกอบของปี 63 น่าจะออกมาสดใส


*** โบรกฯ แนะเก็งกำไร 


จากการสำรวจความเห็นของนักวิเคราะห์พบว่าส่วนใหญ่แนะนำให้เก็งกำไรจากข่าวดังกล่าว เนื่องจากจะมีผลบวกอย่างมากในเชิงจิตวิทยา(Sentiment)


บล.หยวนต้า แนะนำ เก็งกำไร AJ โดยมีแนวต้านทางเทคนิคที่ 20.00 บาท


ขณะที่ บล.ยูโอบี เคย์เฮียน แนะนำ เก็งกำไร AJ ราคาเหมาะสม 20.70 บาท


ดีลนี้ถือเป็นข่าวดีของ AJ อย่างมาก เพราะด้วยการที่เป็นสินค้าใช้ด้วยกัน การเติบโตก็จะล้อตามกันไปทั้งสองบริษัท เพียงแต่ว่าผลประโยชน์จะเกิดขึ้นเมื่อไหร่นักลงทุนต้องติดตามให้ดี แต่ที่แน่ๆอาจไม่ใช่เร็วๆนี้

ซึ่งราคาหุ้นที่พุ่งขึ้นไปทำนิวไฮรอบ 9 ปีเช่นนี้ แน่นอนว่าเป็น "แรงเก็งกำไร" เท่านั้น นักลงทุนควรมองไปที่ผลประกอบการเป็นสำคัญมากกว่า ว่าเหมาะสมกับราคาในปัจจุบันหรือไม่?







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh




LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด