หุ้นเด่นวันนี้

SCC ธุรกิจเริ่มฟื้น ... จังหวะซื้อมาหรือยัง ?

SCC ธุรกิจเริ่มฟื้น ... จังหวะซื้อมาหรือยัง ?

ราคาหุ้น SCC วานนี้ ปิดซื้อขาย บวก 5 บาท หรือ 1.5% รับธุรกิจปิโตรเคมีฟื้นตัวเร็ว โดยนักวิเคราะห์ประเมินกำไรครึ่งปีหลังฟื้นตัวแรง แม้ต้องปิดซ่อมบำรุงโรงงานปิโตรฯ 45 วัน แต่ SCC ได้เตรียมแผนรองรับไว้แล้ว ส่วนการเข้าลงทุนในช่วงนี้ จะเป็นจังหวะที่เหมาะสมแล้วหรือยัง ? ต้องติดตาม! 


*** ราคาปิดบวก รับราคาปิโตรฯฟื้น 


ราคาหุ้น บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SCC วานนี้ (20 ต.ค.63) ดีดขึ้นไปทำจุดสูงสุดของวันที่ราคา 349 บาท ก่อนปิดซื้อขายด้วยราคา 339 บาท เพิ่มขึ้น 5 บาท หรือ 1.50% มีปริมารการซื้อขายเพิ่มขึ้น 227.42% จาก 5 วันทำการก่อนหน้า 

โดย บทวิเคราะห์  บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ระบุถึงสาเหตุที่ทำให้ราคาหุ้น SCC วานนี้ปรับตัวขึ้น เนื่องจากกำไรสุทธิของ SCC ในปัจจุบัน มากกว่า 50% อิงกับธุรกิจปิโตรเคมี ซึ่ง SCC กำลังได้ประโยชน์จากส่วนต่างราคาปิโตรเคมีสายโอเลฟินส์ที่เพิ่มขึ้น 


*** ปิโตรฯ หนุนกำไร Q3/63 โตเด่น 


บทวิเคราะห์ บล.เอเซีย พลัส ประเมินว่ากำไรสุทธิไตรมาส 3/63 ของ SCC จะอยู่ที่ 8.8 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 43% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีแรงหนุนจากธุรกิจปิโตรเคมีที่ได้ประโยชน์จาก Spread ผลิตภัณฑ์หลัก และ Demand ที่เพิ่มขึ้น และยังมี Inventory Gain บางส่วน

สอดคล้องกับ บล.ทรีนีตี้ ที่คาดว่า ในช่วงไตรมาส 3/63 SCC จะรายงานกำไรสุทธิจำนวน 1.11 หมื่นล้านบาท เติบโตขึ้น 79% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีแรงหนุนจากธุรกิจปิโตรเคมีที่ฟื้นตัวอย่างชัดเจน ส่งผลให้ราคาขาย HDPE และ PP เพิ่มขึ้นกว่า 100 ดอลลาร์/ตัน ขณะที่ต้นทุน Naphtha เพิ่มขึ้นเล็กน้อยเพียง 30 ดอลลาร์/ตัน เท่านั้น 

ส่งผลให้ ส่วนต่างราคาเพิ่มขึ้น 60 - 70 ดอลลาร์/ตัน จากอุปสงค์ที่ดีขึ้นโดยเฉพาะในประเทศจีน ซึ่งสะท้อนได้จากตัวเลข PMI ของจีนตั้งแต่เดือน ก.ค.ที่ผ่านมา อยู่ที่ระดับ 51 เป็นต้นมา นอกจากนี้ หมวดยอดคำสั่งซื้อใหม่ยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่องมาอยู่ที่ 52.8 สูงสุดนับตั้งแต่เดือน มิ.ย.61 และอีกปัจจัยหนึ่งที่บ่งชี้ถึงการฟื้นตัว คือยอดจำหน่ายรถยนต์ในประเทศจีนในช่วงไตรมาส 3/63 ที่เพิ่มขึ้นในระดับตัวเลข 2 หลักเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน นับเป็นระดับสูงสุดในการเติบโต ตั้งแต่ปี 61 เป็นต้นมา 


*** ธุรกิจก่อสร้างยังไม่ฟื้น แต่เอาอยู่ด้วยการคุมต้นทุน!


แม้ในช่วงไตรมาส 3/63 ธุรกิจปิโตรเคมีจะฟื้นตัวได้อย่างโดดเด่น แต่ธุรกิจวัสดุก่อสร้างของ SCC ยังไม่ฟื้นตัว ซึ่งยอดขายมีแนวโน้มลดลงจากไตรมาสก่อน เนื่องจากเข้าสู่ฤดูฝน และยังมีแนวโน้มลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากการก่อสร้างโครงการพาณิชย์ และที่อยู่อาศัยแนวตั้ง ที่ยังได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว

แต่ บทวิเคราะห์ บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) กลับมองว่าปัจจัยดังกล่าว ไม่ได้ส่งผลกระทบกับ SCC อย่างมีนัยสำคัญ โดยมองว่าผลประกอบการในธุรกิจวัสดุก่อสร้างของ SCC จะไม่ลดลงมากนัก เพราะสามารถรักษาระดับกำไร ด้วยการควบคุมค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เช่นเดียวกับ บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) ที่ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ยอดขายของ SCC ในธุรกิจวัสดุก่อสร้างช่วงไตรมาส 3/63 ยังซบเซา แต่เชื่อว่าการบริหารต้นทุนที่ดี และรูปแบบการขายแบบครบวงจร ด้วยการขายพร้อมให้คำแนะนำติดตั้ง จะช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้า และทำให้กำไรในธุรกิจวัสดุก่อสร้าง ไม่ลดลงมากนัก
 

*** Q4 ปิดซ่อมโรงปิโตรฯ 45 วัน แต่เตรียมแผนรับมือไว้แล้ว


บทวิเคราะห์ บล.กรุงศรี ระบุว่าในช่วงไตรมาส 4/63 SCC จะปิดซ่อมบำรุงโรงงานปิโตรฯ จำนวน 45 วัน ซึ่งจะทำให้ในช่วงดังกล่าว SCC ต้องลดปริมาณการขาย PE/PP ราว 1.2 แสนตัน แต่ SCC วางแผนจะนำเข้าเอทีลีนเพื่อผลิต PE และขายสินค้าคงคลังของ PE ที่ค้างมาจากไตรมาส 3/63 เพื่อช่วยประคองตัวในช่วงปิดซ่อมบำรุงโรงงาน 

โดย บล.บัวหลวง มองว่า กำไรสุทธิของ SCC ในช่วงไตรมาส 3/63 ที่ดีขึ้นในทุกหน่วยธุรกิจ ตั้งแต่ซีเมนต์และวัสดุก่อสร้าง ไปจนถึงแพคแกจจิ้ง และเคมีคอล จะเป็นแรงหนุนให้กำไรสุทธิในช่วงไตรมาส 4/63 ของ SCC ยังสามารถเติบโตขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนได้


*** 3 - 5 ปีข้างหน้า โตอย่างมั่นคง


บทวิเคราะห์ บล.เอเซีย พลัส มองว่า ยังเห็นการเติบโตของ SCC อย่างมั่นคงในอีก 3 - 5 ปี ข้างหน้า โดยมีแรงหนุนจากธุรกิจปิโตรเคมี จะมีกำลังการผลิตเพิ่มขึ้น 70% หลังโรงงาน LSP ในประเทศเวียดนาม เปิดดำเนินการในปี 66 ส่วนธุรกิจวัสดุก่อสร้าง ได้ใช้กลยุทธ์ Solutions & Solutions เพิ่มอัตรากำไร 

ขณะที่ ธุรกิจแพกเกจจิ้ง หลังนำ บริษัท เอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ SCGP เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) คาดว่าจะมีรายได้เติบโตขึ้น 2 เท่า ในปี 67 ซึ่ง บล.แลนด์ แอนด์ เอ้าส์ ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ราคาหุ้น SCC จะมีมูลค่าเพิ่มขึ้นอีก จากการนำ SCGP ซึ่งเป็นธุรกิจที่มีการเติบโตสูง เข้าจดทะเบียนในตลท.


*** Valuation น่าสนใจแค่ไหน ?


บทวิเคราะห์ บล.บัวหลวง มองว่า ราคาหุ้น SCC ที่ปรับตัวขึ้นวานนี้ ยังจะพุjงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะราคาหุ้น SCC ที่ซื้อขายอยู่ ณ ปัจจุบัน ยังคงต่ำกว่ามูลค่าทดแทนของกิจการอยู่ไม่น้อย

ขณะที่ บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) มองว่า ปัจจุบันราคาหุ้น SCC มี Valuation ไม่แพง เนื่องจากซื้อขายบน PBV ที่ 1.3 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 10 ปี -2.0SD พร้อมเงินปันผล 4.3% ต่อปี ประกอบกับกำไรสุทธิในช่วงครึ่งหลังของปี 63 ไม่น่ากังวล เพราะตลาดปิโตรเคมีฟื้นตัวได้เร็ว และฐานะการเงินของ SCC ยังแข็งแกร่ง ซึ่งพร้อมสำหรับแผนการเติบโตในระยะยาว


*** โบรกฯ มองกำไรครึ่งปีหลังแกร่ง แนะนำ"ซื้อ"


จากการสำรวจความคิดเห็นนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่แนะนำ"ซื้อ" เนื่องจากมองว่ากำไรสุทธิของ SCC ในช่วงครึ่งปีหลังยังมีแนวโน้มเติบโตโดดเด่น จากอานิสงส์ปิโตรเคมีฟื้นตัวเร็ว ประกอบกับ SCC ยังสามารถฉายภาพการเติบโตในระยะยาวออกมาได้อย่างเป็นรูปธรรม

บล.  คำแนะนำ ราคาเหมาะสม (บ.)
กรุงศรี ถือ     350
ทรีนีตี้  ซื้อเก็งกำไร 380
หยวนต้า ซื้อ     395
ฟิลลิป ซื้อ     400
ยูโอบี เคย์เฮียน ซื้อ     414
บัวหลวง ซื้อ     430
ราคาเฉลี่ย 395

สำหรับ นักลงทุนที่เพิ่งเข้ามาสนใจหุ้น SCC อาจยังไม่สายเกินไป ที่จะทยอยเข้าสะสมหุ้น SCC เนื่องจากราคาหุ้นที่ซื้อขาย ณ ปัจจุบัน ยังมีอัพไซด์จากราคาเป้าหมายเฉลี่ยของนักวิเคราะห์ราว 16.86% ขณะที่ กำไรสุทธิในช่วงครึ่งปีหลัง ยังมีแนวโน้มเติบโต จากธุรกิจปิโตรเคมีฟื้นตัวเร็ว และยังสามารถคาดหวังเงินปันผลงวดปี 63 ได้ราว 4.3% อีกด้วย ...







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh




LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด