หุ้นเด่นวันนี้

DTAC เปลี่ยนแม่ทัพกลางศึก 5G ส่งสัญญาณอะไร กระทบหุ้นแค่ไหน?

DTAC เปลี่ยนแม่ทัพกลางศึก 5G ส่งสัญญาณอะไร กระทบหุ้นแค่ไหน?

DTAC โดนเท ร่วงทำนิวโลว์รอบเกือบ 1 ปี หลัง "อเล็กซานดรา ไรช์" ลาออกจาก CEO นักวิเคราะห์มองเป็นลบ เหตุเป็นคีย์แมนสำคัญที่พลิกฟื้นผลประกอบการ DTAC นอกจากนี้อาจเป็นการส่งสัญญาณไม่เอา 5G ทำให้เสียเปรียบด้านการแข่งขันและการรับรู้ของลูกค้า แนะจับตา 4 ก.พ. นี้ จะยื่นเอกสารประมูลหรือไม่ พร้อมเปิดสถิติการเปลี่ยนผู้บริหารในอดีต กระทบราคาหุ้นในช่วง 6 เดือน และรอบนี้มีโอกาสแกว่งลงในกรอบ 43-50 บาท


ราคาหุ้น บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ DTAC ร่วงแรงทันทีที่เปิดการซื้อเช้านี้ โดยลงไปต่ำสุดที่ 46 บาท ทำนิวโลว์รอบเกือบ 1 ปี ก่อนปิดการซื้อขายภาคเช้าที่ 48 บาท ลดลง 3.25 บาท หรือ 6.34% มูลค่าการซื้อขาย 1,137 ล้านบาท และมีปริมาณหุ้นที่ซื้อขายเพิ่มขึ้นกว่า 386% เทียบค่าเฉลี่ย 5 วันทำการก่อนหน้า


** "อเล็กซานดรา ไรช์ " ลาออกจาก CEO 


เย็นวานนี้ (16 ม.ค.63) DTAC แจ้งตลาดหลักทรัพย์ ว่าที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ รับทราบการลาออกของนางอเล็กซานดรา ไรช์ จากการเป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) และ แต่งตั้งนายชารัด เมห์โรทรา (Mr.Sharad Mehrotra) ดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร แทนนางอเล็กซานดรา ไรช์ โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2563 เป็นต้นไป


** นักวิเคราะห์มองลบ ทั้งต่อภาพลักษณ์ของ DTAC หลังเปลี่ยนผู้บริหารหลายบ่อย โดยเฉพาะครั้งนี้ที่อยู่ช่วงรอยต่อสำคัญในการเปลี่ยนผ่านไปสู่ 5G ที่จะประมูลในเดือนหน้า 


บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) มองว่าประเด็นการเปลี่ยน CEO เป็นปัจจัยลบระยะสั้นต่อราคาหุ้น DTAC เนื่องจาก 


1.ภาพลักษณ์ของบริษัทที่มีการเปลี่ยนผู้บริหารหลายครั้ง ในช่วง 5 ปี ที่ผ่านมา และนางอเล็กซานดรา ไรซ์ มีภาพลักษณ์เป็นผู้บริหารต่างชาติ ที่มีความเข้าใจวัฒนธรรมของคนไทย เป็นอย่างดี

2.ความกังวลกับความต่อเนื่องของทิศทางและนโยบายของบริษัทในช่วงเปลี่ยนผ่านไปสู่ 5G ซึ่งจะมีการจัดประมูลใบอนุญาตใหม่ในเดือนหน้า  


ปัจจุบันเรายังคงคำแนะนำ "ถือ" สำหรับ DTAC (ราคาเป้าหมาย 59.00 บาท)


**ส่งสัญญาณไม่เอา 5G กระทบความสามารถการแข่งขันและการรับรู้ของลูกค้า


บล.กสิกร ระบุ การลาออกของ CEO DTAC ก่อนช่วงประมูลคลคื่น 5G ปัจจุบันยังไม่มีใครทราบถึงเหตุผลที่แท้จริง อย่างไรก็ดีเรามองว่า DTAC ต้องการส่งสัญญาณว่าจะไม่สู้ราคาหากราคาประมูลสูงเกินไป 


ทั้งนี้หากในกรณีที่ DTAC ไม่เข้าร่วมหรือไม่ได้มาซึ่งคลื่น 2600MHz จะมีทางเลือก 3 ทาง คือ 


1.รอประมูลคลื่น 3500 MHz ช่วงปลายปี 

2.เอาคลื่น 2300 MHz มาทำเป็น 5G 

3.ขอ roaming คลื่น 2600 MHz จากผู้ที่ประมูลได้ 


ซึ่งทั้ง 3 ทางเลือกจะทำให้ DTAC เสียเปรียบในเรื่องของ timing กระทบต่อการแข่งขันในระยะสั้น และการรับรู้ของลูกค้าในระยะยาว สำหรับนักลงทุนที่ไม่มีหุ้นกลุ่มนี้แนะชะลอการลงทุนเพื่อรอดูผลในวันที่ 16 ก.พ.


**อิงสถิติในอดีต การเปลี่ยน CEO กระทบราคาหุ้นในช่วง 6 เดือน โดยรอบนี้หุ้นอาจแกว่งลงในกรอบ 43-50 บาท ขณะที่ราคาตามพื้นฐานยังอยู่ที่ 66 บาท ตามการฟื้นตัวของกำไรที่จะโดดเด่นในช่วงไตรมาส 4/62 และไตรมาส 1/63


บล.โนมูระ พัฒนสิน ระบุ เรามีมุมมองเชิงลบต่อการเปลี่ยนแปลงผู้บริหารของ DTAC ในช่วงที่เวลาสำคัญที่กำลังจะต้องพิจารณายื่นขอเข้าประมูลคลื่น 5G (700/1800/2600/26GHz) ในวันที่ 4 ก.พ.2020 ก่อนที่จะประมูลในวันที่ 16 ก.พ.2020 เพราะเรามองว่า


1. การเปลี่ยนแปลงผู้บริหารของ DTAC เกิดขึ้นค่อนข้างบ่อย โดยในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา DTAC มีการเปลี่ยนแปลงผู้บริหารไปแล้ว 5 คน อาจทำให้ความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อการบริหารองค์กรช่วงแรกน้อยลง แม้นโยบายการบริหารระยะยาวไม่มีผล โดยอิงตามเครือบริษัทแม่อย่าง Telenor group อยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม เรามองว่าแต่ละรอบการเปลี่ยนแปลงผู้บริหารท่านใหม่อาจต้องใช้เวลาในการทำความเข้าใจโครงสร้างธุรกิจและอุตสาหกรรมโทรคมนาคมในไทย

2. การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ค่อนข้างกะทันหัน เทียบกับรอบการลาออกของ CEO คนก่อน (คุณลาร์ส โอเคะ นอร์ลิ่ง) ช่วงก.ย. 2018 ได้มีการแจ้งล่วงหน้า 6 เดือน 


3. อยู่ในช่วงการตัดสินใจที่สำคัญจะเข้าประมูลและแผนการลงทุนคลื่น 5G ในช่วงต้นเดือนหน้า


แนะนำ "รอซื้อเมื่ออ่อนตัว" เบื้องต้นยังคงราคาเป้าหมายที่ 66 บาท ตามแนวโน้มกำไรที่จะโตเด่นในช่วงสั้น 4Q19-1Q20 เพราะฐานต่ำและรายได้ให้บริการที่จะกลับมาโต y-y 


อย่างไรก็ตาม เราคาดราคาหุ้นมีโอกาสตอบรับเชิงลบต่อการเปลี่ยนแปลงผู้บริหารกะทันหันของ DTAC ทั้งนี้ หากเทียบเคียงกับการเปลี่ยนแปลงในรอบก่อนๆ จะมีผลราคาหุ้นช่วง 6 เดือนจะมีผลให้ราคาหุ้นเทียบ PBV ลงจากก่อนประกาศราว -0.5SD 


ทั้งนี้ ณ ปัจจุบัน DTAC ซื้อขายบน PBV อยู่ที่ 5 เท่าเทียบเท่าค่าเฉลี่ย PBV +0.25SD ดังนั้น เราประเมินหุ้นมีโอกาสแกว่งลงมาอยู่ในบริเวณ 43-50 บ.


ด้านบล.ทรีนีตี้ ระบุเช่นกันว่า หากมองย้อนไปในอดีตในช่วง DTAC ประกาศให้นางอเล็กซานดรา ไรช์  เข้ามาดำรงตำแหน่ง CEO นั้น ส่งผลกระทบเชิงลบต่อราคาหุ้นทั้งในระยะสั้นและระยะกลาง แต่ในระยะยาวราคาหุ้นสามารถฟื้นตัวกลับมาได้ เรามองว่าการประกาศเปลี่ยน CEO ในครั้งนี้ จะมีผลกระทบเชิงลบเช่นเดียวกัน เนื่องจากจะเป็นการสร้างความกังวลต่อจุดยืนของ DTAC ในการประมูลคลื่น 5G เราจึงแนะนำให้ติดตามวิสัยทัศน์ของ CEO ท่านใหม่ที่คาดว่าจะประกาศในช่วงต้นเดือน ก.พ. นี้อีกครั้งหนึ่ง


** CEO ลาออก ลบต่อ DTAC แต่เป็นบวกต่อ ADVANC, TRUE


บล.เอเซียพลัส ระบุการลาออกดังกล่าวอยู่ท่ามกลางกระแสข่าวว่ามีเหตุปมความขัดแย้ง ที่กลุ่มเทเลนอร์ไม่ต้องการให้เข้าร่วมประมูลคลื่น 5G วันที่ 16 ก.พ. 63 นี้ เนื่องจากคลื่นที่จะประมูลมีอุปกรณ์รองรับน้อย ประเมินเป็น Sentiment ลบต่อ DTAC เนื่องจากคุณอเล็กซานดรา ได้เข้ามานำพาธุรกิจ DTAC ผ่านช่วงวิกฤติช่วงสิ้นสุดสัมปทานปี 2561 และเร่งสร้างศักยภาพการแข่งขันกลับขึ้นมาอีกครั้ง 


ผลงานสะท้อนชัดเจนในส่วนของรายได้ค่าบริการที่กลับมาดีขึ้น และเริ่มแย่งชิงส่วนแบ่งตลาดกลับมาคืนมาได้จากคู่แข่งได้ใน 3Q62 เป็นครั้งแรกในรอบ 18 ไตรมาส และกำลังสร้างความต่อเนื่องด้วยการร่วมประมูลคลื่น 16 ก.พ. นี้ หลังจากนี้จึงยังต้องติดตามแนวทางผู้บริหารใหม่ว่าจะเป็นอย่างไร 


ขณะเดียวกันในอีกด้านหนึ่ง น่าจะสร้าง Sentiment บวกต่อ ADVANC, TRUE จากแนวโน้มที่ DTAC อาจจะไม่เข้าร่วมประมูลที่มีสูงขึ้น ระยะสั้นคาดว่าจะส่งผลให้การแข่งขันในการประมูลคลื่นที่เอกชนต้องการ คือ 2600 MHz และ 26 GHz จะน้อยกว่าฝ่ายวิจัยและตลาดคาดไว้ว่า DTAC จะร่วมประมูลด้วยยังต้องติดตามความชัดเจนว่า DTAC จะร่วมประมูลหรือไม่ในวันยื่นเอกสารประมูล 4 ก.พ. นี้ 


หาก DTAC ไม่เข้าร่วม จะยิ่งเป็นบวกต่อศักยภาพแข่งขันที่ ADVANC, TRUE ที่เหนือกว่า DTAC 


อย่างไรก็ตาม ฝ่ายวิจัยยังคงมุมมองภาพใหญ่ในเรื่องต้นทุนคลื่นที่น่าจะเป็นภาระให้กับผู้ชนะประมูลในช่วง 1-2 ปีแรก ตามเดิม เนื่องจากปริมาณธุรกิจ 5G ที่ยังมีน้อย ต้นทุนคลื่นจึงยังถือเป็น Downside ที่ยังไม่รวมประมาณการ ส่งผลให้เลือกเฉพาะ ADVANC(FV@B270) มั่นคงสูง กระทบจำกัดเป็นตัวเลือกลงทุนบริษัทเดียว


** DTAC กลายเป็นตัวแปรสำคัญในการประมูล 5G


ด้าน บล.ทรีนีตี้ ระบุยังถือว่าเร็วเกินไปที่จะตัดสินว่า DTAC จะไม่เข้าร่วมการประมูลคลื่น 5G ในวันที่ 16 ก.พ. นี้ แต่เราเชื่อว่าการเปลี่ยนตัว CEO ในช่วงเวลาสำคัญแบบนี้น่าจะมีความเกี่ยวข้องกับแนวทางการประมูลคลื่นของ DTAC อย่างแน่นอน เรามองว่า DTAC จะกลายเป็นตัวแปรสำคัญในการประมูลคลื่น 5G ครั้งนี้ โดยเรามองออกเป็นสองสมมุติฐาน ดังนี้


1. หาก DTAC เข้าประมูลคลื่น 2600MHz จะทำให้มีการแข่งขันที่รุนแรง 

2. หาก DTAC รอเข้าประมูลคลื่น 3500MHz ที่จะมีการประกาศในภายหลัง จะทำให้การประมูลในวันที่ 16 ก.พ. นี้มีการแข่งขันที่ไม่รุนแรง หรือไม่มีการแข่งขันเลย เพราะคลื่น 2600MHz จำนวน 190MHz นั้นมีความเพียงพอต่อ 2 ผู้ประกอบการที่เหลือ (หรือแม้แต่ CAT&TOT จะเข้ามาร่วมวงประมูลด้วยก็ตาม)


ซึ่งเราต้องติดตามว่า DTAC จะวางตัวเองไว้ในจุดไหนในการประมูล เพราะหากไม่เข้าประมูลในรอบนี้ อาจจะทำให้ต้นทุนใบอนุญาตไม่สูงก็จริง แต่ลูกค้าและนักลงทุนก็จะเสียความเชื่อมั่นในการทำธุรกิจของ DTAC ไป


**ผู้บริหารใหม่ต้องเจอ 3 ความท้าทาย


บล.ทิสโก้ ระบุว่า ในมุมมองของเรา การลาออกเป็นช่วงเวลาที่ไม่ดี เนื่องจากผลการประมูลคลื่น 2.6 GHz จะกระทบต่อราคาหุ้นอย่างมาก นอกจากนี้  อเล็กซานดรา ไรช์ มีประวัติการดำเนินงานที่ดีที่ช่วยเพิ่มความสามารถในการทำกำไรของบริษัท โดยราคาหุ้นของ DTAC เพิ่มขึ้นทำจุดสูงสุดเมื่อวันที่ 8 พ.ย. 2019 เพิ่มขึ้น 37.7% นับจากวันที่เธอรับตำแหน่ง CEO


ทั้งนี้ CEO คนใหม่ ชารัด เมห์โรทรา จะต้องเจอ 3 ความท้าทาย ได้แก่


1.การประมูลคลื่น 2.6 GHz (และแผนการเพิ่ม Capex)  หาก CAT หรือ TOT ได้ไปจะทำให้มีคู่แข่งรายใหม่เข้ามา และ ADVANC กับ TRUE จะมีคลื่นเพิ่มขึ้น 
2. คลื่น 3.5 GHz ที่ตลาดยังไม่ได้คาดถึง แต่ตลาดคาดไว้ใน 4Q19 ว่าคลื่น 3.4 – 3.7 GHz จะเข้าประมูลได้เร็วๆ นี้ และต้องดูว่า DTAC จะเข้าร่วมหรือไม่
3. TRUE มีแผนที่จะเพิ่มส่วนแบ่งการตลาด โดยใช้ความช่วยเหลือจากกลุ่ม CP


เราแนะนำให้ “ถือ” DTAC โดยมีมูลค่าที่เหมาะสม 59.00 บาท (DCF) โดยมีความเสี่ยงคือ การแข่งขันที่เพิ่มขึ้น, ปัญหาทางกฎหมาย และต้นทุนของคลื่น 5G


**ทำความรู้จัก CEO ใหม่ "ชารัด เมห์โรทรา"


DTAC ระบุว่า นายชารัดร่วมงานกับเทเลนอร์ ตั้งแต่ปี พ.ศ.2551 โดยรับตำแหน่งสำคัญในระดับบริหารในหลายประเทศทั่วเอเชีย ซึ่งรวมถึงการดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารของเทเลนอร์อินเดีย และตำแหน่งปัจจุบัน เป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ของเทเลนอร์เมียนมาร์ 


นอกจากนี้ นายชารัดยังเคยดูแลสายงานด้านการกระจายสินค้าในตลาดทั่วเอเชียและพำนักอยู่ในประเทศไทย ก่อนที่นายชารัดจะมาร่วมงานกับเทเลนอร์ นายชารัดเคยดำรงตำแหน่งสำคัญในบริษัทอีริคสัน แอร์เซล บีพีแอลเทเลคอมในอินเดียอีกด้วย


แม้จะยังไม่สามารถประเมินได้ว่าการเปลี่ยน CEO คนใหม่จะกระทบกับพื้นฐานของ DTAC มากน้อยแค่ไหน แต่ที่แน่ๆ คือ "อเล็กซานดรา ไรช์" ได้สร้างภาพจำให้กับคนไทย ด้วยสโลแกน “เราสัญญาว่าจะไม่หยุด” แต่ตอนนี้ตัวเธอเองกลับหยุดกลางคัน ทำให้เกิดคำถาม และส่งผลสะเทือนราคาหุ้นในระยะสั้น หลังจากนี้คงต้องให้เวลา "ชารัด เมห์โรทรา" ในการพิสูจน์ฝีมือ ว่าจะนำพา DTAC เดินหน้าสร้างความประทับใจให้กับทั้งลูกค้าและผู้ถือหุ้น ได้ดีเท่ากับคนเดิมที่เคยทำไว้หรือไม่







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh




LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด