หุ้นเด่นวันนี้

PF กำไรจ่อนิวไฮรอบ 16 ปี แต่น่าสนใจจริงไหม ?

PF กำไรจ่อนิวไฮรอบ 16 ปี แต่น่าสนใจจริงไหม ?

ราคาหุ้น PF ไต่ขึ้นมาอย่างเงียบๆ จนแตะระดับนิวไฮรอบ 9 เดือนไปแล้วในวันนี้ แล้วเกิดอะไรขึ้นกันแน่? พบกูรูฉายภาพกำไรสุทธิปีนี้อาจสูงสุดในรอบ 16 ปีที่ 1.8 พันลบ. และอาจมีปันผลปีนี้สูงถึง 8.4% จากการเก็บเกี่ยวกำไรโครงการร่วมทุน และขายที่ดินเปล่าให้บริษัทร่วมทุน และยังมีลุ้นขายหุ้น ROH ปีนี้ 30% เป็นอัพไซด์เพิ่ม

 

ราคาหุ้น บมจ.พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค หรือ PF วันนี้เปิดตลาดทำนิวไฮรอบ 9 เดือน ที่ 0.91 บาท ก่อนมาปิดตลาดรอบเช้าที่ 0.89 บาท ไม่เปลี่ยนแปลงจากวันก่อนหน้า ปริมาณหุ้นที่ซื้อขายเพิ่มขึ้น 146.85% เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ย 5 วันทำการก่อนหน้า

 

PF บริษัทดำเนินการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อขาย ทั้งโครงการบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮ้าส์ บ้านแฝด และรคอนโดมิเนียม โดยเน้นไปที่ทำเลศักยภาพสูง ใกล้แนวรถไฟฟ้า ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลเป็นหลัก และธุรกิจโรงแรม ซึ่งในปี 61 มีรายได้หลักมาจากการขายบ้านแนวราบ 44.9% คอนโดมิเนียม 28.2% รายได้จากโรงแรม 14.8% การขายที่ดิน 6.3% และอื่นๆ 5.8%

 

ส่วนในด้านผลการดำเนินงาน PF มีกำไรสุทธิผันผวนในปี 59 - 61 ที่ 399 ล้านบาท 284 ล้านบาท และ 548 ล้านบาทตามลำดับ ขณะที่กำไรสุทธิครึ่งแรกปีนี้กลับทำไปได้แล้วถึง 1,132 ล้านบาท โต 225% จากช่วงเดียวกันปีก่อน เนื่องจากมีรายได้จากการขายที่ดินให้แก่บริษัทร่วมทุนเข้ามา

 

ราคาหุ้น PF เริ่มขึ้นมาตอบรับผลประกอบการ โบรกฯเชื่อ PF จะทำกำไรสุทธิปีนี้แตะ 1.8 พันลบ. นิวไฮรอบ 16 ปี และอาจปันผลปีนี้หนักถึง 8.4% หนุนจากกำไรขายที่ดิน และส่วนแบ่งจากบริษัทร่วมทุน 

 

บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส ประเมินผลงาน  PF จะเริ่มสะท้อนจากผลดีของการร่วมทุน(JV)กับ Sikisui, Hongkong Land และ Sumitomo โดยเฉพาะการขายที่ดินเปล่าให้กับบริษัทร่วมทุน เพราะมีข้อได้เปรียบเรื่องต้นทุนที่ดิน Land Bank ต่ำ มีสัดส่วนต้นทุนอยู่ที่ราวเพียง 60% และได้รับส่วนแบ่งกำไรจากโครงการที่พัฒนาร่วมกัน ซึ่งเป็นแนวราบได้รับกำไรเร็วกว่า บริษัทอสังหาฯอื่นๆที่ร่วมทุนสร้างคอนโดมิเนียม

 

ขณะที่ความคืบหน้าโครงการคอนโด ยู คิโรโระในญี่ปุ่น มูลค่า 4 พันลบ. ปัจจุบันขายได้แล้ว 47.5% หรือราว 1.9 พันล้านบาท จะเริ่มโอนกรรมสิทธิ์ได้ในเดือนธ.ค.62 โครงการนี้มีอัตรากำไรสุทธิ(NPM)สูงถึง 22 - 23% และส่วนที่เหลือ 2.1 พันล้านบาท จะขายและโอนได้ทั้งหมดภายในปี 63 

 

จากแนวโน้มที่ดีขึ้น จึงคาดกำไรสุทธิปี 62 จะทำสูงสุดในรอบ 16 ปี ที่ 1.8 พันล้านบาท คิดเป็นการเติบโตถึง 230% และคาดมีอัตราปันผลสูงถึง 8.4% ส่วนในปี 63 คาดกำไรสุทธิจะโตอีก 1% และมีปันผลที่ 8.5% 

 

แนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมายปีนี้ 1.13 บาท ประเมินด้วย P/BV 0.7 เท่า ปัจจุบันราคายังถูก คิดเป็น P/E และ P/BV ปี 62 ที่ 4.3 เท่า และ 0.55 เท่า ตามลำดับ

 

อาจมีอัพไซด์เพิ่มจากแผนการขายหุ้น ROH ออกมา หนุนกำไรสุทธิปีนี้เพิ่มได้อีกถึง 283 ลบ. แต่หนี้สูงก็เป็นความเสี่ยง และยังมีการเพิ่มทุนรออยู่ปลายปีนี้ 

 

บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส ระบุต่อว่า PF ยังมีอัพไซด์ที่ไม่รวมในประมาณการอีก จากแผนการขายหุ้น โรงแรมรอยัล ออคิด (ประเทศไทย) หรือ ROH ที่ บมจ.แกรนด์ แอสเสท โฮเทลส์ แอนด์ พรอพเพอร์ตี้ หรือ GRAND ซึ่งเป็นบริษัทย่อย ถืออยู่ 98.48% และมีแผนที่จะขายออก 45% แบ่งเป็นปีนี้ 30% และปีหน้า 15%

 

หากสามารถขายได้ตามแผน จะขยายกำไรสุทธิปีนี้อีก 283 ล้านบาท และปี 63 ที่ 141 ล้านบาท ตามลำดับ คิดเป็นส่วนเพิ่มจากประมาณการปัจจุบันในอัตรา 16%/8% ตามลำดับ


    
บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง ระบุ การขายหุ้น ROH คาดว่าจะเกิดขึ้นในปีนี้ โดยจะขาย 30% ในปีนี้ และปี 63 ประมาณ 15% ดังนั้น ปีนี้จะเป็นปีที่ PF จะมีรายได้เด่นหนุนจากธุรกิจในประเทศญี่ปุ่น รายได้และกำไรพิเศษจากการที่ดิน สินทรัพย์ และเงินลงทุน

 

อย่างไรก็ดี PF มีความเสี่ยงหลักคือ หนี้สูง ณ สิ้น ไตรมาส 2/62 มีหนี้สินต่อทุน(D/E)ที่ 2.63 เท่า จากหุ้นกู้คงค้าง 18,600 ล้านบาทและเงินกู้ระยะยาว 7,100 ล้านบาท และเงินกู้ระยะสั้นที่ครบกำหนดใน 1 ปีที่ 7,600 ล้านบาท แต่คาดว่าผลประกอบการที่ดีขึ้นในปีนี้มีโอกาสที่จะได้พิจารณา Rating ในช่วงกลางปี 2563 เป็นต้นไป จาก Rating ปัจจุบันคือ BB+

 

นอกจากนี้ PF ยังมีประเด็นเพิ่มทุน โดยอยู่ระหว่างรอมติอนุมัติจากผู้ถือหุ้นเรื่องการเพิ่มทุนจำนวน 1,354 ล้านหุ้นโดยแบ่งเป็น 2 ส่วนคือ 1,083 ล้านหุ้นเป็นการเพิ่มทุนหุ้นสามัญที่สัดส่วน 8 : 1 ราคา 1 บาท และส่วนที่เหลือ 270 ล้านหุ้นเป็นการรองรับ PF-W4 ที่สัดส่วน 4 :1 ราคาใช้สิทธิ 1.50 บาท/หุ้น อายุ 3 ปี คาดขึ้นเครื่องหมาย XR วันที่ 3 ต.ค. 2562 คาดจะไดลูทจากหุ้นสามัญประมาณ 11%

 

ให้ราคาเป้าหมายก่อนเพิ่มทุนที่ 1.13 บาท/หุ้น จากการประเมิน EPS ปี 62 และ 63 ที่ 0.20 บาท/หุ้น และ 0.19 บาท/หุ้น ตามลำดับ

 

ส่องพื้นฐานบริษัท ผู้บริหารยอมรับต้องหั่นเป้ายอดขาย - เลื่อนเปิด 6 โครงการใหม่ เหตุเศรษฐกิจซบเซา

 

นายธีรธัชช์ สิงห์ณรงค์ธร ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่กลุ่มสนับสนุน PF เปิดเผยว่า บริษัทได้ปรับลดเป้ายอดขายปีนี้เหลือ 1.94 หมื่นล้านบาท ตามการเลื่อนเปิดโครงการใหม่ 6 โครงการ ส่งผลให้ในปีนี้ เปิดโครงการใหม่รวม 11 โครงการ มูลค่ารวม 1.19 หมื่นล้านบาท จากแผนเดิมเปิด 17 โครงการใหม่ มูลค่ารวม 3.93 หมื่นล้านบาท เป็นผลจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ทำให้กำลังซื้อชะลอตัวตาม

 

อย่างไรก็ดีแผนลดหนี้ บริษัทได้เตรียมแผนรองรับไว้แล้ว โดยจะขายสินทรัพย์และเงินลงทุนที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ อย่างที่ดินที่มีอยู่ในมือและหน่วยการลงทุนหรือหุ้น ROH เพื่อสร้างกระแสเงินสด รองรับการชำระหนี้ ที่ปัจจบุันบริษัทมีหนี้ที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุน (IBD/E) จำนวน 3.5 หมื่นล้านบาท โดยปีนี้คาดว่าจะชำระหนี้ได้ราว 4 พันล้านบาท ทำให้ลดภาระดอกเบี้ยจ่าย และช่วยให้เครดิตเรตติ้งปรับเพิ่มขึ้นจากปัจจุบันอยู่ที่ BB+ โดยในระยะยาวตั้งเป้าทยอยชำระหนี้ เพื่อให้ต้นทุนทางการเงินลดอยู่ที่ระดับ 2-3% จากปัจจุบันอยู่ที่ 5%

 

PF การทำกำไรสุทธินิวไฮรอบ 16 ปี และปันผลสูง อาจจะดูหอมหวานก็จริง แต่ว่าการขายที่ดิน และการขายหุ้นของบริษัทย่อยออกมาก็เป็นกำไรเพียงครั้งเดียวเท่านั้น การเข้าลงทุนจึงต้องดูแนวโน้มผลงานปกติควบคู่ไปด้วย ซึ่งล่าสุดก็ดูจะไม่ดีนัก...







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh




LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด