หุ้นเด่นวันนี้

CPALL สารพัดปัจจัยลบกดดัน..แต่ทำไมถึงเป็นจังหวะซื้อ!

CPALL สารพัดปัจจัยลบกดดัน..แต่ทำไมถึงเป็นจังหวะซื้อ!

CPALL คึกคักติดอับดับหุ้นที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุดของวานนี้ เปิดบทวิเคราะห์โบรกเกอร์ หลังประชุมนักวิเคราะห์ พบส่วนใหญ่ปรับลดราคาเป้าหมายปี 63 แต่กลับแนะนำซื้อ แม้ CPALL เผชิญแรงกดดันจากกำลังซื้อหดตัว ภาวะเศรษฐกิจซบเซา และการระบาดของโควิด–19 แต่นักวิเคราะห์มองบริษัทมีกลยุทธ์รับมือ ทั้งแผนขยายสาขาและการเพิ่มมาร์จิ้น เชื่อหลังสถานการณ์คลี่คลายจะกลับมาน่าสนใจ


ราคาหุ้น บมจ. ซีพี ออลล์ หรือ CPALL วานนี้(25 ก.พ.)ปรับตัวเพิ่มขึ้นเกือบ 1 % มาปิดที่ระดับ 68.75 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขายที่หนาแน่นติดอันดับ 10 หุ้นที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุดในตลาดหลักทรัพย์ฯ โดยพบบิ๊กล็อตหุ้น CPALL วานนี้จำนวน 5.47 ล้านหุ้น ที่ราคาเฉลี่ย 68.65 บาท


จึงน่าสงสัยว่า หลังจากพบนักวิเคราะห์ไปเมื่อวานก่อน พื้นฐานของ CPALL นั้นเปลี่ยนแปลงไปหรืออย่างไรจึงทำให้บรรยากาศในการลงทุนคึกคักน่าดู


*** หุ้นร่วงต่อเนื่อง แต่ยังแข็งแกร่งเมื่อเทียบกับดัชนี


บล. เคทีบี (ประเทศไทย) ระบุว่า ราคาหุ้น CPALL ปรับตัวลง 3.7%  แต่ CPALL ยังเป็นหุ้นที่แข็งแรงกว่าบริษัทในตลาดฯทั่วไป เนื่องจากยัง +2.2% เมื่อเทียบกับ SET ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา ท่ามกลางภาวะความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจที่อ่อนตัวลง


ทั้งนี้ พบว่า ราคาหุ้น CPALL ที่ระดับ 68.75 บาทนั้นเป็นระดับที่ต่ำสุดในรอบ 3 เดือนนับจากเดือนธันวาคม 2562 ที่ราคาหุ้นลงไปแตะที่ระดับต่ำสุดที่ 68.25 บาท


*** เผชิญปัจจัยลบมากกว่า 1 เรื่องในปีนี้


บล.เคจีไอ ระบุว่า CPALL เผชิญกับปัจจัยที่อยู่นอกเหนือความควบคุมของบริษัท ได้แก่ 1) ภาวะเศรษฐกิจที่ไม่เอื้ออำนวย 2) COVID-19 (ส่งผลกระทบกับการท่องเที่ยวภายในประเทศ) และ 3) แคมเปญงดถุงพลาสติกส่งผลกระทบกับผลการดำเนินงานของ CPALL โดยบริษัทคาดว่า การขยายสาขาและการเติบโตของยอดขายต่อสาขาเดิม (SSSG) ทรงตัวในเดือน ม.ค. 2563 และลดลงใน ก.พ. 2563 และคาดหวังการฟื้นตัวในช่วงครึ่งหลังของปีนี้


เช่นเดียวกับ บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ระบุว่า ต้นปี 2563 แรงซื้อของ CPALL ถูกกดดันจากไข้หวัดโควิค-19 ส่งผลต่อภาพรวมจากการบริโภคที่ยังอ่อนแอได้รับผลกระทบต่อที่ 2 กดดันกำลังซื้อให้ลดลงต่อเนื่อง โดยเราคาดว่า SSSG ในช่วงไตรมาส 1/63 อาจยังไม่เห็นการเติบโต ขณะที่ในช่วงไตรมาส 2/63 คาดหวังแรงซื้อจะได้ประโยชน์จากการเข้าสู่ฤดูร้อน จากสินค้าประเภทเครื่องดื่ม และสินค้าพร้อมทาน จะได้รับความนิยมเพิ่ม


*** เดินหน้าเปิดสาขาเพิ่ม และขยายฐานไปลาว-กัมพูชา


บล.เคจีไอ ระบุว่า CPALL ตั้งเป้าเปิด 700 สาขาปีนี้ ซึ่งจะทำให้จำนวนสาขาทั้งหมดเพิ่มขึ้นเป็น 12,412 ร้านภายในสิ้นปี 2563 โดยบริษัทยังคงเน้นไปที่แพลตฟอร์มร้านที่ใหญ่ ซึ่งจะทำให้มีสินค้าและบริการที่หลากหลายมากขึ้น โดยบริษัทจะใช้สินค้าในหมวดอาหาร (อย่างเช่น อาหารพร้อมรับประทาน อาหารแช่เย็น และ All Cafe) เป็นกลยุทธ์ในการเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้น ทั้งนี้ สินค้าหมวดอาหารคิดเป็นสัดส่วน ~71.2% ของยอดขายรวมในปี 2562 โดยมี GPM อยู่ที่ 26.9% ในขณะที่คาดว่า สัดส่วนยอดขายสินค้าหมวดอาหารจะเพิ่มขึ้นเป็น 71.5% โดยมี GPM อยู่ที่ 27.0% ในปี 2563


โดยปรับลดประมาณการกำไรปี 2563-64 ลง 3% - 6% เพื่อสะท้อนถึงแนวโน้มที่ไม่สดใสของการบริโภค และผลกระทบจากการใช้มาตรฐานบัญชี TFRS 16 โดยบริษัทบอกว่าการใช้ TFRS 16 จะทำให้ค่าใช้จ่ายในการเช่าเพิ่มขึ้น 3-5% หรือ ~400 ล้านบาท ดังนั้น เราจึงคาดว่าอัตราการเติบโตของกำไรปีนี้จะปรับมาอยู่ที่ 4% ก่อนที่จะกลับไปโตที่ 11% ในปี 2564


นอกจากนี้ บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ยังระบุว่า การขยายฐานลูกค้าไปยังต่างประเทศในประเทศทั้งในประเทศลาวและกัมพูชา ยังอยู่ในแผนของ CPALL ทั้งนี้ บริษัทอยู่ระหว่างขั้นตอนการเจรจา เพื่อให้ได้ข้อสรุปและเงื่อนไขที่ดีพอสำหรับ CPALL ขณะที่แผนการเข้าซื้อ Tesco Lotus ยังเป็นประเด็นการลงทุนที่น่าจับตา โดยมองว่ากลุ่ม CP จะให้ความสนใจต่อการลงทุน ขณะที่การบริหารภายในยังคงทำอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการเปิดสาขาใหม่ให้มีพื้นที่มากขึ้น และเพิ่มประเภทการให้บริการต่างๆ เช่น Banking Agent เริ่มได้รับการตอบรับดี เพื่อให้บริการอื่นเช่น Food Service ห้องน้ำ และส่งสินค้า Delivery ยังคงเป็นโอกาสในการสร้างความนิยมในการใช้บริการทำได้ดีมากขึ้น


*** โบรกฯ ส่วนใหญ่หั่นราคาเป้าหมาย แต่กลับแนะซื้อ


ทั้งนี้ จากการรวบรวมข้อมูลจากนักวิเคราะห์ของแต่ละบริษัทหลักทรัพย์ พบว่า โบรกเกอร์ส่วนใหญ่ปรับลดราคาเป้าหมายปี 2563 ลง

 

บล. ราคาเป้าหมายเดิม(บ.) ราคาเป้าหมายใหม่(บ.) คำแนะนำ
หยวนต้า 92 81 ซื้อ
เคจีไอ 88 83 ซื้อ
โนมูระ พัฒนสิน คงเป้า 88 ทยอยซื้อ
ฟินันเซีย ไซรัส คงเป้า 85 ทยอยซื้อ
ดีบีเอส วิคเคอร์ส 83.5 82.5 ซื้อ
ทิสโก้ คงเป้า 91 ซื้อ
เอเชี เวลท์ 94 85 ซื้อ

 

แต่อย่างไรก็ดี จะเห็นว่า แม้ราคาเป้าหมายจะลดลง โบรกเกอร์กลับให้คำแนะนำ ซื้อ โดย บล.เคจีไอ ให้เหตุผลว่า ที่ยังคงคำแนะนำ "ซื้อ" เนื่องจาก 1) จำนวนสาขาครอบคลุม 2) มีโอกาสที่ GPM จะขยับสูงขึ้น และ 3) 22% upside จากราคาปิดล่าสุด แต่อย่างไรก็ตาม ยังมีความไม่แน่นอนสูง เราจึงแนะนำให้นักลงทุนรอดูสถานการณ์ไปก่อน แล้วค่อยกลับมาประเมินสถานการณ์อีกครั้งในช่วงครึ่งหลังของปี เนื่องจากเราเห็นว่ามีปัจจัยลบที่อยู่นอกเหนือความควบคุม


ขณะที่ บล. หยวนต้า ระบุว่า CPALL ยังเป็นหุ้น Top pick ของกลุ่มค้าปลีก เราเชื่อว่าหลังสถานการณ์ที่สร้างแรงกดดันยอดซื้อเริ่มคลี่คลาย แรงซื้อที่เริ่มกลับมาจะเป็นจุดเปลี่ยนที่ดี ขณะที่ CPALL ได้ผู้ช่วยที่ดีจาก MAKRO ที่ได้อานิสงส์ จากผลกระทบที่เกิดขึ้นช่วยหนุนผลแรงซื้อ คาดในระยะถัดไป ยังมีโอกาสที่จะเห็นมาตรการภาครัฐในการกระตุ้นแรงซื้อเพิ่ม ซึ่งมีโอกาสช่วยหนุนกำลังซื้อเพิ่มขนะที่สถานะการเงินยังทำได้ดีมี CFO เป็นบวกเฉลี่ย 4 หมื่นล้านบาทต่อปี


แม้ปีนี้อาจไม่ใช่ปีทองของ CPALL แต่หากพิจารณาจากความพยายามในการรับมือวิกฤติเศรษฐกิจและกำลังซื้อที่หดหาย และปัจจัยลบในระยะสั้นที่ประดังเข้ามากระทบธุรกิจแล้ว เป็นการแก้เกมส์ที่ “เฉียบ” ที่สุดแล้วในสถานการณ์เช่นนี้ นี่จึงอาจเป็นเหตุผลที่ไม่ได้สร้างความน่าประหลาดใจนักว่า ทำไมนักวิเคราะห์จึงให้ CPALL เป็นดาวเด่นและควรค่าแก่การทยอยสะสมเข้าพอร์ต แม้ราคาเป้าหมายปีนี้จะลดลงตามผลงานที่ไม่โดดเด่นก็ตามที







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh




LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด