หุ้นเด่นวันนี้

PSL หุ้นร่วงสวนกำไร Q4/61 ดีกว่าคาด จับโค้งแรกปีนี้พลิกขาดทุน

PSL หุ้นร่วงสวนกำไร Q4/61 ดีกว่าคาด จับโค้งแรกปีนี้พลิกขาดทุน

            PSL ร่วงกว่า 5% สวนทางกำไรไตรมาส 4/61 ดีกว่าคาด นักวิเคราะห์มองผลงานไตรมาสแรกปีนี้มีโอกาสพลิกขาดทุนอีกครั้ง จับตา! ค่าระวางเรือช่วงครึ่งไตรมาสหลัง ขณะที่บรรยากาศธุรกิจปี 62-63 ยังมีแนวโน้มผันผวน

            หุ้น บริษัท พรีเชียส ชิพปิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ PSL ล่าสุด ร่วงลงอีก 5.33% มาปิดที่ 8 บาท แม้บริษัทจะรายงานกำไรสุทธิไตรมาส 4/61 เป็นจุดสูงสุดของปีที่ 150 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 38% จากปีก่อน ส่งผลให้กำไรสุทธิรวมของปี 61 ทำได้ 456 ล้านบาท พลิกจากผลขาดทุนเมื่อปี 60 ซึ่งอยู่ที่ 129 ล้านบาท
            PSL ประกอบธุรกิจเดินเรือโดยเป็นเจ้าของเรือเอนกประสงค์ขนาดเล็กสำหรับขนส่งสินค้าแห้งเทกองแบบไม่ประจำเส้นทาง มีเส้นทางเดินเรือครอบคลุมทั่วโลกในภูมิภาคสำคัญ ประกอบด้วย สหรัฐอเมริกา แคนาดา ยุโรป ละตินอเมริกา-แอฟริกา อินเดียอนุทวีป-ตะวันออกกลาง และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และตะวันออกไกล และสินค้าพื้นฐานที่กองเรือขนส่งคือ สินค้าทางการเกษตร เหล็ก ปุ๋ย สินแร่และเนื้อแร่ ไม้ซุง ถ่านหิน และอื่นๆ
            เมื่อปี 61 ที่ผ่านมา ผลประกอบการของ PSL ฟื้นตัวกลับมามีกำไรสุทธิตามดัชนีค่าระวางเรือ (BDI) ซึ่งสามารถทรงตัวอยู่ในระดับสูงกว่า 1,000 จุด ได้เกือบตลอดทั้งปี โดยดัชนีสามารถวิ่งขึ้นแตะ 1,774 จุด เมื่อเดือน ก.ค. 61 ทำจุดสูงสุดในรอบกว่า 4 ปี ก่อนจะปิดที่ระดับ 1,271 จุด คิดเป็นค่าเฉลี่ยทั้งปีที่ 1,353 จุด สูงที่สุดในรอบ 7 ปี
            บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) ระบุว่า ผลกำไรไตรมาส 4/61 สูงกว่าคาดของเรา 11% จากค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่ต่ำกว่าคาด ขณะที่โครงสร้างรายได้ต่อต้นทุนคงตัว ปัจจุบันมูลค่าหุ้นอยู่ในระดับน่าสนใจเพียง P/BV 0.9 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย Global peer 20% แต่ทว่าประเด็นสงครามการค้าที่ใกล้ได้ข้อสรุป ทำให้ราคาหุ้นคาดจะเคลื่อนไหวในกรอบแคบ เราจึงคำแนะนำ “ซื้อเก็งกำไร” ราคาเหมาะสม 11.60 บาท อิง P/BV 1.3 เท่า
            อย่างไรก็ตาม สังเกตจากดัชนี BDI ที่อ่อนตัวลงมาอย่างมีนัยสำคัญในช่วงเทศกาลตรุษจีน ทำให้กิจกรรมขนส่งจะชะลอตัวลงในเรือทุกขนาด รวมถึงดัชนี BHSI และ BSI ทำให้คาดว่า PSL จะรายงานกำไรหดตัวจากไตรมาส 4/61 แต่จะขาดทุนหรือไม่นั้นขึ้นกับอีก 1.5 เดือนที่เหลือว่าค่าระวางเรือจะฟื้นตัวหรือไม่
            ล่าสุด ดัชนีค่าระวางเรืออ่อนตัวลงอย่างมาก มาอยู่ที่เพียง 601 จุด ลดลงถึง 52% จากปลายปีก่อน ส่งผลให้ราคาหุ้น PSL ดิ่งลงมาต่อเนื่องในช่วง 4 เดือนที่ผ่านมา จาก 13.6 บาท ลดลงมา 45% ทำจุดต่ำสุดในรอบ 2 ปีที่ 7.4 บาท เมื่อกลางเดือน ม.ค. ที่ผ่านมา
            บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส ระบุว่า แนวโน้มปี 62 บริษัทคาดว่ายังไปได้ดี ทาง DNB Markets ระบุไว้ในรายงานเมื่อ 4 ม.ค. 62 ว่าอุปสงค์ในแง่ตัน-ไมล์คาดว่าจะเติบโต 3.9% และข้อมูลจาก Clarksons ระบุว่าอุปทานกองเรือปีนี้จะเติบโต 3.06% ต่ำกว่าการขยายตัวของอุปสงค์ แต่ข้อมูลดังกล่าวยังไม่ได้สะท้อนเรื่องการบังคับติดตั้งระบบจัดการน้ำถ่วงเรือและกฎเกณฑ์การใช้น้ำมันเชื้อเพลิงกำมะถันต่ำ (IMO2020) และผลดีจากการที่จีนจะนำเข้าสินค้าจากสหรัฐเพิ่มขึ้น ส่วนความเสี่ยง คือการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน
            ในเชิงกลยุทธ์ แนะนำซื้อเก็งกำไร โดยในการวิเคราะห์เทคนิค แนะนำ Follow buy ด้วยค่าบวกของราคาหุ้น โดยมีแนวต้านระยะสั้น 8.8 – 9 บาท และ 9.2 - 9.5 บาท และหากอ่อนตัวต่ำกว่า 8.4 บาท ให้ขายตัดขาดทุน
            ขณะที่มุมมองของ PSL ระบุว่า บรรยากาศทางธุรกิจในปี 62 – 63 จะยังคงมีความผันผวนอย่างมาก โดยมีปัจจัยเชิงลบต่างๆ ได้แก่ สถานการณ์ความตึงเครียดทางภูมิศาสตร์การเมือง ปริมาณการนำเข้าถ่านหินและแร่เหล็กของจีนที่ลดลง มาตรการการกีดกันทางการค้าที่กำลังเพิ่มขึ้น จำนวนเรือที่มากเกินความต้องการ อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยเชิงบวกอยู่บ้าง ซึ่งรวมไปถึงแผนการเส้นทางสายไหม (One-Belt-One-Road) ซึ่งจีนได้เสนอที่จะสร้างทางเชื่อมระหว่าง 65 ประเทศ
            ทั้งนี้ บริษัทมีความมั่นใจเกี่ยวกับสถานการณ์ในปี 62 มากกว่าเมื่อ 2-3 สัปดาห์ที่แล้ว เนื่องจากสถานการณ์ความตึงเครียดทางการค้าได้กำลังคลี่คลายลงอย่างถาวร จากการที่ประธานาธิบดีทรัมป์ได้หารือกับประธานาธิบดี สี จิ้นผิง เมื่อวันที่ 1 ธ.ค. 61
            ในแง่อุปทาน PSL ระบุว่า ปัจจุบันมีเรือประมาณ 13.01% ของกองเรือโลกจะอายุเกิน 20 ปี ในระหว่างปี 62 ถึงสิ้นปี 65 เจ้าของเรือเหล่านี้จะต้องเผชิญความกดดันทางการเงินอย่างมาก เนื่องจากต้องทำตามกฎเกณฑ์ใหม่ที่กำลังจะถูกบังคับใช้ ซึ่งต้องใช้เงินทุนสูง ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับความท้าทายของตลาดการขนส่งสินค้าในช่วงปี 62 – 65 โดยคาดว่าเรือเหล่านี้จำนวนมากจะถูกบังคับให้ต้องขายเพื่อรีไซเคิลในทวีปเอเชีย
            ขณะที่เรือสั่งต่อใหม่ขนาดระวางบรรทุกรวมประมาณ 10.5% ของกองเรือโลก มีกำหนดส่งมอบภายในสิ้นปี 65 แต่การขาดแหล่งเงินทุน ประกอบกับการที่อู่ต่อเรือส่งมอบเรือเหล่านี้ล่าช้า อาจจะทำให้ตัวเลขอัตราความล่าช้าในการส่งมอบเรือใหม่ดังกล่าวอยู่ในระดับสูง ซึ่งจะช่วยชะลอเวลาส่งมอบเรือใหม่เข้ามาในตลาดระวางเรือ

            PSL เทิร์นอะราวด์กลับขึ้นมาอย่างโดดเด่นในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา จากราคาหุ้นในระดับ 5-6 บาท วิ่งขึ้นไปทำจุดสูงสุดที่ 14.9 บาท เมื่อต้นปี 61 และถึงแม้นักวิเคราะห์และบริษัทจะมองว่าปี 62 จะยังเห็นการฟื้นตัวต่อเนื่องของอุตสาหกรรมเดินเรือ แต่หากดัชนีค่าระวางเรือยังคงดิ่งลงต่อเนื่องเช่นนี้ ก็อาจจะยากที่ราคาหุ้น PSL จะฟื้นตัวกลับขึ้นไปได้







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh




LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด