หุ้นเด่นวันนี้

TU เด้งสวน SET …แถมงบโค้งสามมีลุ้นนิวไฮ !

TU เด้งสวน SET …แถมงบโค้งสามมีลุ้นนิวไฮ !

เช้านี้ TU บวกสูงสุด 5.14% สวน SET ปิดลบ 5.46 จุด หลังบาทอ่อนหนุน ขณะที่โบรกฯคาดกำไร Q3/65 จ่อทำนิวไฮรอบ 5 ไตรมาส ตามธุรกิจหลัก – GPM ฟื้น ช่วง Q4/65 มีลุ้นปลดล็อคมูลค่าเพิ่ม หลังจ่อดัน ITC เข้าตลาดหุ้น แถมอัพไซด์ยังเหลืออีกเพียบ !
 

*** บวกสวน SET หลังบาทอ่อนหนุน
 

ราคาหุ้น บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TU ช่วงเช้าวันนี้ (28 ก.ย.65) ดีดขึ้นไปทำจุดสูงสุดที่ราคา 18.40 บาท เพิ่มขึ้น 5.14% จากวันทำการก่อนหน้า ก่อนปิดซื้อขายภาคเช้าด้วยราคา 18.30 บาท เพิ่มขึ้น 0.8 บาท หรือ 4.57% มีปริมาณการซื้อขายเพิ่มขึ้น 255.41% จาก 5 วันทำการก่อนหน้า 

บทวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) คิงส์ฟอร์ด ระบุสาเหตุที่ทำให้ราคาหุ้น TU เช้านี้ ปรับตัวขึ้นสูงสุด 5.14% สวนทางดัชนีหุ้นไทย (SET Index) ที่ปิดซื้อขายภาคเช้า ลบ 5.46 จุด หรือ -0.34% เนื่องจากกำลังได้รับ Sentiment เชิงบวก จากเงินบาทที่อ่อนค่าแตะระดับ 38 บาท/ดอลลาร์
 

*** งบ Q3/65 จ่อทำไฮรอบ 5 ไตรมาส
 

บล.ฟินันเซีย ไซรัส ประเมินว่า กำไรสุทธิไตรมาส 3/65 ของ TU มีแนวโน้มทำสถิติสูงสุดใหม่ (นิวไฮ) รอบ 5 ไตรมาส โดยคาดกำไรสุทธิงวดดังกล่าว จะเติบโตขึ้น 11% จากปีก่อน และเติบโตขึ้น 32% จากไตรมาสก่อน มีปัจจัยหนุนจากการเข้าสู่ช่วงไฮซีซั่นของธุรกิจ ส่งผลให้ธุรกิจหลักทั้ง Ambient Frozen และ Pet Food เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ

นอกจากนี้ TU ยังได้มีการปรับเพิ่มราคาขายขึ้น โดยเฉพาะในทวีปยุโรป เพื่อชดเชยต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นในช่วงปีนี้ ขณะที่ ผลการดำเนินงานของ Red Lobster ยังขาดทุนต่อเนื่อง แต่คาดว่า จะไม่มีค่าใช้จ่ายพิเศษเหมือนไตรมาสก่อน ส่งผลให้การขาดทุนมีแนวโน้มลดลงจากไตรมาสก่อน 

สอดคล้องกับ บล.กรุงศรี ที่ประเมินว่า กำไรสุทธิไตรมาส 3/65 ของ TU มีแนวโน้มเติบโตขึ้นจากปีก่อน มีปัจจัยหนุนจากยอดขายอาหารทะเลแปรรูป และอาหารสัตว์เลี้ยงเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ อีกทั้งเป็นช่วงไฮซีซั่นของการส่งออก และเงินบาทอ่อนค่าลงต่อเนื่อง ช่วยเสริมประสิทธิภาพการทำกำไรสูงขึ้น 

ขณะที่ ปัญหาค่าไฟสูงขึ้นในทวีปยุโรป มีแนวโน้มกระทบต่อผลการดำเนินงานของ TU เพียงเล็กน้อยเท่านั้น เนื่องจากต้นทุนค่าไฟคิดเป็นเพียง 5% ของ COGS อีกทั้ง TU มีแผนปรับราคาขายสินค้าเพื่อสะท้อนค่าไฟที่เพิ่มขึ้นในช่วงไตรมาส 4/65 อีกด้วย ทั้งนี้ TU ได้นำร่องปรับราคาขายสินค้าในประเทศฝรั่งเศสแล้วในช่วงไตรมาส 3/65 
 

*** ลุ้น Q4/65 ดัน ITC เข้าตลาดหุ้น 
 

บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) ระบุว่า บริษัทลูกของ TU อย่าง บมจ.ไอ-เทล คอร์ปอเรชั่น (ITC) มีแนวโน้มเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) สำเร็จในช่วงไตรมาส 4/65 โดยคาดว่า การเสนอขายหุ้น IPO ของITC จะจัดสรรให้กับผู้ถือหุ้น TU จำนวนไม่เกิน 132 ล้านหุ้น คาดจะมีรายละเอียดทั้งอัตราส่วนและราคาเสนอขายเร็ว ๆ นี้จากอัตราส่วนที่เสนอมาคาด 1 หุ้น TU จะได้รับจัดสรร 0.02 หุ้น ITC

โดย บล.โนมูระ พัฒนสิน ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า หลังจากที่ TU สามารถผลักดัน ITC เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯได้สำเร็จ จะเป็นปัจจัยหนุนต่อ TU เพราะจะได้ประโยชน์จากการ Unlock Value ของบริษัทลูกที่ยังถูกซ่อนอยู่
 

*** ราคาทูน่าพุ่งอีกครั้ง แต่กระทบจำกัด
 

บล.บัวหลวง ระบุว่า ราคาปลาทูน่า (ต้นทุนหลักของ TU) พลิกกลับมาเพิ่มขึ้นอีกครั้งในช่วงเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา เฉลี่ยอยู่ที่ 1.8 พันเหรียญ/ตัน เพิ่มขึ้น 13% จากเดือนก่อน ตามปัจจัยฤดูกาล แต่ประเมินว่า ที่ระดับราคาดังกล่าว ยังอยู่ในกรอบที่ TU สามารถเจรจาต่อรองและปรับราคาขายกับลูกค้าได้ในกรอบ 1.3 – 1.8 พันเหรียญ/ตัน 

อย่างไรก็ตาม ผู้บริหาร TU ประเมินว่า ราคาปลาทูน่า จะปรับตัวลงอีกครั้งในช่วงไตรมาส 4/65 หลังหมดช่วงห้ามใช้อุปกรณ์พิเศษจับปลา ตราบใดที่ราคาปลาทูน่า ยังไม่ปรับตัวสูงขึ้นไปอยู่ในระดับ 1.9 – 2 พันเหรียญ/ตัน จะยังทำให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ของธุรกิจปลาทูน่ายังสามารถบริหารจัดการได้ 

ทั้งนี้ คาดอัตรากำไรขั้นต้นในช่วงครึ่งปีหลังของ TU จะปรับตัวขึ้นอยู่ที่ระดับ 18 – 18.5% เทียบกับครึ่งแรกของปี 65 อยู่ที่ 17.5% ขณะเดียวกัน ประเมินค่าใช้จ่ายอื่นๆ มีแนวโน้มปรับตัวลดลงในช่วงครึ่งปีหลังด้วย โดยเฉพาะค่าระวางเรือ เป็นต้น 
 

*** กูรูอัพเป้ากำไร รับยอดขายจ่อสูงกว่าคาด
 

บล.โนมูระ พัฒนสิน ระบุว่า ได้ปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 65 ของ TU ขึ้นจากเดิมอีก 3% เป็น 6.6 พันล้านบาท หดตัว 17% จากปีก่อน เพื่อสะท้อนจากการปรับเพิ่มอัตราการเติบโตของยอดขายเป็น 13% (เดิมคาดเติบโต 10%) และเพิ่มสมมติฐาน GPM โดยสถานการณ์วัตถุดิบคลี่คลาย และขอปรับขึ้นราคาขายกับลูกค้า 

อย่างไรก็ตาม ประเมินว่า กำไรสุทธิปี 66 ของ TU จะสามารถกลับมาเติบโตได้อีกครั้ง โดยประเมินกำไรสุทธิปีดังกล่าวไว้ที่ 7.2 พันล้านบาท เติบโตขึ้น 10% จากปีก่อน หลังปัญหาต้นทุนส่วนใหญ่เริ่มคลี่คลาย 

ขณะที่นักวิเคราะห์อีก 2 ราย ประเมินกำไรสุทธิปี 65 – 66 ของ TU ไว้ดังนี้

บล. กำไรสุทธิปี 65 (ลบ.) %chg YoY     กำไรสุทธิปี 66 (ลบ.) %chg YoY    
ฟินันเซียฯ 6,181 -22 7,367 19
บัวหลวง  7,097 -11 7,420 5


*** โบรกฯมองหุ้นยังน่าสนใจเข้าสะสม
 

บล.กรุงศรี ระบุว่า ยังคงแนะนำซื้อหุ้น TU เนื่องจากราคาหุ้นที่ปรับตัวลงค่อนข้างแรงในช่วงก่อนหน้านี้ ได้ปิดความเสี่ยงด้านดาวน์ไซด์ให้ลดน้อยลง อีกทั้ง ราคาหุ้น TU ที่ซื้อขาย ณ ปัจจุบัน ยังเหลืออัพไซด์อีกราว 18% เมื่อเทียบกับราคาเหมาะสมของเราที่ 20 บาท/หุ้น จึงมองว่าหุ้นยังมีความน่าสนใจเข้าสะสม
 

*** ส่วนใหญ่ยังคงแนะนำ"ซื้อ"
 

จากการสำรวจความคิดเห็นนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ยังคงแนะนำ"ซื้อ" แม้กำไรสุทธิปี 65 ของ TU มีแนวโน้มหดตัวจากปีก่อนก็ตาม แต่มีมุมมองเชิงบวกต่อผลการดำเนินงานงวดครึ่งหลังปี 65 ของ TU มากขึ้น หลังปัญหาต้นทุนสูงเริ่มคลี่คลาย ประกอบกับ ยอดขายมีแนวโน้มเติบโตสูงกว่าคาด ซึ่งจะช่วยหนุนผลการดำเนินงานปี 66 พลิกกลับมาเติบโตได้อีกครั้ง

บล.  คำแนะนำ ราคาเหมาะสม (บ.)
ฟินันเซียฯ  ซื้อ     24.50
บัวหลวง ซื้อเก็งกำไร   22.50
ดาโอ ซื้อ     21.00
กรุงศรี ซื้อ     20.00
ฟิลลิป ทยอยซื้อ 19.00
ราคาเฉลี่ย 21.40

แม้เช้านี้ ราคาหุ้น TU จะปรับตัวขึ้นสวนทางดัชนีหุ้นไทย แต่ราคาหุ้นที่ซื้อขาย ณ ปัจจุบัน ยังเหลืออัพไซด์ให้นักลงทุนได้ลุ้นอีกราว 20% เมื่อเทียบกับราคาเหมาะสมเฉลี่ยของโบรกเกอร์ อีกทั้งระยะสั้น ยังมีปัจจัยหนุน อย่างการประกาศงบการเงินไตรมาส 3/65 ที่ถูกคาดว่ากำไรจะทำนิวไฮรอบ 5 ไตรมาส อีกด้วย ...







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh




LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด