หุ้นเด่นวันนี้

AOT จับจังหวะสะสมหุ้น...รอฟื้นอีกทีปี 64!

AOT จับจังหวะสะสมหุ้น...รอฟื้นอีกทีปี 64!

AOT ยังระส่ำ...ราคาหุ้นเป็นขาลงติดต่อกันเป็นวันที่ 7 หลังวานนี้ผู้บริหารยอมรับได้รับผลกระทบจากไวรัส "โควิด-19" หนัก อาจฉุดรายได้งบปี 63 ลดลง 9-10% โดยเฉพาะในช่วงไตรมาส 2/63 แต่นักวิเคราะห์มองอาจลามไปถึงไตรมาส 3/63 มีโอกาสถูกหั่นประมาณการกำไรงบปี 63-64 ลงหนัก


ราคาหุ้นของ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT เจอกระหน่ำขายต่อเนื่องเป็นวันที่ 7 ทำจุดต่ำสุดรอบเช้าวันนี้ไปที่ 69 บาท ก่อนมาปิดตลาดรอบเช้าที่ 69.75 บาท ลดลง 0.25 บาท หรือ 0.36% ปริมาณหุ้นที่ซื้อขายเพิ่มขึ้น 100.05% เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ย 5 วันทำการก่อนหน้า


AOT เป็นหุ้นอีกหนึ่งตัวที่ได้รับผลกระทบจากโรคระบาดอย่าง โควิด-19(COVIDS-19) โดยราคาหุ้นวูบหนักมาตั้งแต่วันที่ 21 ม.ค. 63 ซึ่งเป็นวันที่ข่าวไวรัสเริ่มได้รับความสนใจ และขณะนั้นมีราคาหุ้นอยู่ที่ 74.25 บาท แม้ราคาหุ้น AOT จะพยายามฟื้นตัวขึ้นมาแตะ 73.50 บาทไปเมื่อ 6 ก.พ. 63 อย่างไรก็ดีด้วยสถานการณ์ที่ยังไม่ดีขึ้น ทำให้ราคาหุ้นปรับตัวลงต่อ


*** ผู้บริหารรับ"โควิด-19" ฉุดยอดผู้โดยสารเดือนก.พ.63 หาย 30% อาจทำให้รายได้ทั้งปีลดลง 9-10%


นายนิตินัย ศิริสมรรถการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ AOT ระบุว่า สนามบินของบริษัททั้ง 6 แห่ง ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของ โควิด-19 อย่างมาก โดยจำนวนผู้โดยสารในช่วง 1 - 12 ก.พ.63 ลดลงแล้ว 30% เหลือเพียง 1.5 แสนคน/วัน ซึ่งน่าจะทำให้จำนวนผู้โดยสารไตรมาส 2/63 (ม.ค. - มี.ค.63) ลดลง 15 - 20%


ในช่วง 4 เดือนของงบปี 63 (ต.ค.62 - ม.ค.63) มีจำนวนผู้โดยสารขยายตัวสะสมที่ 3% เมื่อรวมกับ 1 - 12 ก.พ.63 ทำให้จำนวนผู้โดยสารขยายตัวสะสมเหลือเพียง 0% ดังนั้นหากสถานการณ์สิ้นสุดใน 3 เดือน มีโอกาสที่จำนวนผู้โดยสารจะหดตัว 9 - 10% และรายได้ลดลง 9 - 10% เช่นกัน เนื่องจากผู้โดยสารจะเริ่มกลับเข้ามาในช่วงสงกรานต์ แต่หากไม่เป็นไปอย่างที่คาด อาจต้องปรับประมาณการใหม่


ขณะที่ผู้ประกอบการร้านค้าปลีกในสนามบิน 6 แห่ง ได้รับผลกระทบเช่นกัน จึงอาจพิจารณาเปลี่ยนรูปแบบการจัดเก็บผลตอบแทน จากการเก็บอัตราขั้นต่ำ เป็นตามสภาพการขายจริง


*** นักวิเคราะห์มองผลกระทบยาวถึงไตรมาส 3/63 จ่อหั่นประมาณการปี 63-64


บล.ทิสโก้ ระบุว่า จากผลกระทบดังกล่าว จะทำให้ผลลประกอบการของ AOT ลดลงในไตรมาส 2/63 - 3/63 โดยมีกำไรลดลงมาอยู่ที่ 4.59 พันล้านบาท และ 4.09 พันล้านบาท ดังนั้นจึงปรับประมาณการปี 63 - 64 ลง 23.8% และ 14.8% ตามลำดับ ทำให้มูลค่าที่เหมาะสมลดลงเป็น 76.5 บาท/หุ้น เพื่อสะท้อน 1) จำนวนผู้โดยสารทั้งในและนอกประเทศลดลง 22% YoY และ 16.7% ตามลำดับ หลังมีการระบาดของโควิด-19 และ 2) การประกันรายได้ขั้นต่ำของสนามบินดอนเมืองที่ลดลง (1.5 พันล้านบาท จากเดิมที่ 4 พันล้านบาท/ปี)


แต่เชื่อว่าการเดินทางระหว่างประเทศจะเพิ่มขึ้นในปี 63  เราคาดผู้โดยสารระหว่างประเทศในปี 64 ที่ 43 ล้านคน จากเดิมที่ 41.7 ล้านคนในปี 60 และ 34.7 ล้านบาทในปี 62  โดยการการันตีขั้นต่ำสำหรับพื้นที่พาณิชย์และ Duty Free คาดว่าจะมีผลกระทบไปจนถึงไตรมาส 1/64 ซึ่งเป็นจุดคุ้มทุน ก่อนที่จะเติบโต 2 หลักในปี 64 และเมื่อรวมกับสัมปทานใหม่ของ King Power จะทำให้ผลประกอบการของ AOT ทำจุดสูงสุดใหม่ในปี 64


แนะนำ "ซื้อ" ราคาเหมาะสม 76.50 บาท อิง DCF


บล.หยวนต้า ระบุ แม้ที่ผ่านมาความกังวล โควิด-19 จะเริ่มผ่อนคลายลงทั้งจากอัตราการเพิ่มของผู้ติดเชื้อ และ จำนวนผู้เสียชีวิต แต่ผลกระทบต่อบรรยากาศหุ้นกลุ่มท่องเที่ยวรุนแรงและลากยาวกว่าที่ตลาดคาดเอาไว้ โดยจำนวนผู้โดยสารลดลงแรงในเดือนก.พ.63 และขณะนี้สายการบินไทยเริ่มประกาศลดเที่ยวบินไปเอเชียเหนือทำให้งบไตรมาส 2/63 มีโอกาสทรุดหนัก และอาจชะลอต่อเนื่องไปถึงไตรมาส 3/63 ด้วย


ส่วนในทางเทคนิค ถูกกดดันตามแนวการเรียงตัวของเส้นค่าเฉลี่ยและดัชนีบ่งชี้ที่ส่งสัญญาณเชิงลบ ทำให้มีความเสี่ยงที่จะพักตัวลงต่อ แนวรับสำคัญคือ 67 - 68 บาท


*** ลุ้นผลงานปี 64 ทำจุดสูงสุดใหม่อีกครั้ง


บล.เอเซีย พลัส ระบุว่า ปรับลดประมาณการกำไรปี 63-64 ลง 22.4% และ 17.2% มาที่ 2.18 หมื่นล้านบาท และ 2.82 หมื่นล้านบาท ตามลำดับ โดยปี 63 จะได้รับผลกระทบจากไตรมาส 2/63 ที่จะหดตัวลงแรง YoY และดีสุดแค่ทรงตัวในไตรมาส 3/63


แต่จากประมาณการข้างต้น ปี 64 กลับมาฟื้นตัวสูง 29.6% คาดว่าผู้ใช้บริการจะกลับมาฟื้นตัวได้เร็ว เหมือนกรณีอื่นๆที่เคยเกิดขึ้นกับ AOT แต่ความสามารถในการให้บริการของ AOT จะพร้อมมากขึ้น จากการเปิดอาคารใหม่ ส่วนต่อขยายสุวรรณภูมิเฟส 2 และรายได้จากธุรกิจพาณิชย์เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากการรับรู้สัญญาใหม่กับคิงเพาเวอร์ที่ให้ผลตอบแทนเพิ่มขึ้น 3 เท่า


แนะนำ "ทะยอยสะสมเมื่ออ่อนตัว" ราคาเหมาะสม 77.5 บาท เพราะทุกธุรกิจมีความพร้อมที่จะกลับมาฟื้นตัวหลังสถานการณ์กลับสู่ปกติ


AOT ในปี 63 ถูกกดดันอย่างหนักจาการระบาดของไวรัสตั้งแต่ต้นปี ซึ่งผลกระทบอาจลากยาวถึงไตรมาส 3/63 ดังนั้นการซื้อหุ้นเพื่อลุ้นผลงานปีนี้อาจไม่ใช่เรื่องดีนัก แต่หากสะสมเพื่อรอลุ้นผลประกอบการที่จะฟื้นตัวได้อย่างมากในปี 64 ก็ถือว่าเป็นกลยุทธ์ที่น่าสนใจเหมือนกัน!







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh




LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด