หุ้นเด่นวันนี้

TU ราคามีอัพไซด์..แต่กำไรผ่านจุดพีคไปแล้ว!

TU ราคามีอัพไซด์..แต่กำไรผ่านจุดพีคไปแล้ว!

TU ปิดซื้อขายเช้านี้ในแดนลบ สวนทาง SET ที่บวกแรง 21.76 จุด คาดได้รับปัจจัยลบจากการนำเข้าวัคซีนในประเทศไทย ขณะที่ผลการดำเนินงาน Q1/64 ยังมีแนวโน้มเติบโตแข็งแกร่ง จากความต้องการอาหารกระป๋องยังอยู่ในระดับสูง แต่มีความเสี่ยงที่กำไรทั้งปี 64 จะหดตัวจากปีก่อน หลังการแพร่ระบาดโควิด-19 คลี่คลายลง ฉุดความต้องการอาหารกระป๋องทรุด! 
 

** ปิดเช้าในแดนลบ สวนทาง SET Index หลังไทยได้วัคซีนโควิด
 

ราคาหุ้น บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TU ช่วงเช้าวันนี้ (23 ก.พ.64) ร่วงไปทำจุดต่ำสุดที่ราคา 13.40 บาท ก่อนปิดซื้อขายภาคเช้าด้วยราคา 13.80 บาท ลดลง 0.10 บาท หรือ -0.72% มีปริมาณการซื้อขายเพิ่มขึ้น 66.38% จาก 5 วันทำการก่อนหน้า

โดยสาเหตุที่ทำให้ราคาหุ้น TU ปิดซื้อขายช่วงเช้าในวันนี้ในแดนลบสวนทางดัชนีหุ้นไทย SET Index ที่ปิดบวก 21.76 จุด หรือ 1.47% เนื่องจากราคาหุ้นกำลังได้รับปัจจัยลบจากการนำเข้าวัคซีนป้องกันโควิด-19 ในประเทศไทย คาดฉุดความต้องการอาหารกระป๋องลดลง 
 

*** แต่แนวโน้ม Q1/64 ยังสดใส หลังดีมานด์อาหารกระป๋องยังสูง
 

บทวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ฟินันเซีย ไซรัส มองว่า ผลการดำเนินงานช่วงไตรมาส 1/64 ของ TU ยังมีแนวโน้มเติบโตได้อย่างโดดเด่น จากสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ทั่วโลกยังไม่คลี่คลายเป็นปกติ ซึ่งทำให้ความต้องการสินค้าอาหารกระป๋อง ยังอยู่ในระดับสูงเช่นเดิม 

นอกจากนี้ ยังคาดเห็นการฟื้นของ Frozen และ Red Lobster มากขึ้น เพราะฐานกำไรปีก่อนต่ำ ขณะที่ราคาปลาทูน่าช่วงไตรมาส 4/63 ก็อยู่ในระดับต่ำเช่นกัน ซึ่งปัจจัยดังกล่าว จะส่งผลให้ต้นทุนลดลง และมาร์จิ้นของ TU ในช่วงไตรมาส 1/64 เพิ่มขึ้น

ขณะที่ บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ประเมินกำไรสุทธิของ TU ในช่วงไตรมาส 1/64 ไว้ที่ 1.3 พันล้านบาท เติบโตขึ้น 27.95% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยคาด Red Lobster จะขาดทุนลดลง ช่วยหนุนกำไรสุทธิของ TU ยังเติบโตขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

เช่นเดียวกับ บล.โนมูระ พัฒนสิน ที่มองว่ากำไรสุทธิไตรมาส 1/64 ของ TU ยังมีแนวโน้มเติบโตขึ้นจากปีก่อน และไตรมาสก่อน เนื่องจากฐานกำไรสุทธิปีก่อนต่ำ จากผลกระทบการแพร่ระบาดโควิด-19 ต่อธุรกิจกุ้ง และแซลมอน แต่ปีนี้คาดว่าจะเห็นการฟื้นตัวของ 2 ธุรกิจดังกล่าว
 

*** ปัจจัยหนุนราคาหุ้นระยะกลาง คือการดัน TFM เข้าตลาดหุ้น 
 

บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) มองว่าแรงกระตุ้นราคาหุ้น TU ในระยะกลาง คือ การนำ TFM เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.)

โดย บล.คันทรี่ กรุ๊ป ให้ข้อมูลเพิ่มเติมจากประเด็นนี้ว่า จะทำให้ TU รับรู้กำไรพิเศษเข้ามาเล็กน้อย เพราะมีการนำหุ้นของตัวเองเข้าไปขายด้วยในจำนวน 19.3 ล้านหุ้น ซึ่งภายหลัง TFM เข้าจดทะเบียนในตลท. TU ยังคงถือหุ้น TFM จำนวน 51% เท่าเดิม และยังคงรับรู้กำไรจาก TFM ตามเดิม 
 

*** เมื่อโควิด-19 คลี่คลาย กำไรมีแนวโน้มวูบตาม
 

บล.ฟินันเซีย ไซรัส ระบุว่า ในช่วงครึ่งหลังของปี 64 มีแนวโน้มสูงที่กำไรสุทธิของ TU จะหดตัวลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่มีฐานกำไรสูงมาก จากอานิสงส์ Panic Buy ซึ่งคาดจะหายไปในปีนี้ เมื่อการแพร่ระบาดโควิด-19 เริ่มคลี่คลายลง

โดย บล.กรุงศรี ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ความต้องการอาหารกระป๋อง และอาหารทะเลแปรรูปจะลดลงในช่วงครึ่งหลังของปี 64 หากจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ทั่วโลก เริ่มชะลอตัวลง ส่งผลให้พฤติกรรมผู้บริโภคกลับสู่สภาวะปกติ หลังปี 63 ผู้บริโภคส่วนใหญ่ เน้นรับประทานอาหารที่บ้าน จากความกังวลการแพร่ระบาดโควิด-19 

สอดคล้องกับ บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) ที่มองว่า ความต้องการอาหารทะเลแปรรูปจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติมากขึ้นในปี 64 หลังจากปี 63 เติบโตโดดเด่นผิดปกติ เนื่องจากได้รับอานิสงส์จากการแพร่ระบาดโควิด-19 ทำให้ในช่วงดังกล่าว มีความต้องการสูงขึ้น แต่เมื่อการแพร่ระบาดโควิด-19 คลี่คลายลง จะทำให้ความต้องการอาหารทะเลแปรรูป และอาหารกระป๋อง ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
 

*** โบรกฯ คาดกำไรปี 64 หดตัว 3.4 – 4% 
 

บล.ฟินันเซีย ไซรัส ประเมินกำไรสุทธิปี 64 ของ TU ไว้ที่ 6 พันล้านบาท ลดลง 3.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากฐานกำไรสุทธิปี 63 เติบโตสูงผิดปกติจากการแพร่ระบาดโควิด-19 โดยปี 64 คาดความต้องการสินค้าอาหารทะเลแปรรูปกลับสู่สภาวะปกติ 

เช่นเดียวกับ บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ที่ประเมินกำไรสุทธิปี 64 ของ TU ไว้ที่ 5.9 พันล้านบาท ลดลง 4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยสาเหตุหลัก เกิดจากมอง่าการแพร่ระบาดโควิด-19 ในปี 64 เริ่มคลี่คลาย ส่งผลให้การบริโภคอาหารทะเลกระป๋องแปรรูปลดลง ขณะที่การเดินทางระหว่างประเทศ และการท่องเที่ยวยังไม่กลับสู่สภาวะปกติ ทำให้อาหารแช่แข็ง และอาหารแช่เย็นฟื้นตัวแบบช้าๆ มีเพียงอาหารสัตว์เลี้ยงที่คาดว่ายังเติบโตสูง แต่ยังมีสัดส่วนไม่มาก
 

*** แต่มูลค่ายังน่าสนใจ
 

บล.ฟินันเซีย ไซรัส ระบุว่า ราคาหุ้น TU ที่ซื้อขาย ณ ปัจจุบัน ยังมีความน่าสนใจในแง่มูลค่า (Valuation) เนื่องจากปัจจุบันเทรดที่ PE เพียง 11.5 เท่า และยังประกาศจ่ายเงินปันผลงวดครึ่งหลังของปี 63 ในอัตรา 0.4 บาท/หุ้น หรือ คิดเป็นอัตราผลตอบแทน (Dividend Yield) ที่ 2.9%
 

*** โบรกฯ ส่วนใหญ่แนะนำ"ซื้อ"
 

จากการสำรวจความคิดเห็นนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ยังคงแนะนำ"ซื้อ" แม้ส่วนใหญ่จะมองคล้ายกันว่ากำไรสุทธิปี 64 ของ TU มีแนวโน้มลดลงจากปีก่อน แต่เป็นการลดลงเพียงเล็กน้อยเท่านั้น โดยกำไรสุทธิของปีก่อนเติบโตสูงผิดปกติ จากการแพร่ระบาดโควิด-19 แต่ปีนี้ TU ยังคงรักษาผลการดำเนินงานได้ในเกณฑ์ปกติ  

บล.   คำแนะนำ  ราคาเหมาะสม (บ.)
หยวนต้า เก็งกำไร 16.20
โนมูระฯ เก็งกำไร 16.30
ยูโอบีฯ  ซื้อ     17.00
ดีบีเอสฯ ซื้อ     17.40
กรุงศรี  ซื้อ     18.00
ทรีนีตี้ ซื้อ     18.40
ฟินันเซียฯ ซื้อ  20.00
ราคาเฉลี่ย 17.61


ต้องยอมรับว่าการเข้าลงทุนในหุ้น TU ช่วงนี้ เหมาะสำหรับนักลงทุนระยะสั้น-กลาง อย่างมาก เนื่องจากผลประกอบการในช่วงไตรมาส 1/64 ยังมีแนวโน้มเติบโตอย่างแข็งแกร่ง จากความต้องการอาหารกระป๋องที่ยังอยู่ในระดับสูง โดยยังมี Dividend Yield งวดครึ่งหลังปี 63 ที่ระดับ 2.9% เป็นเหตุผลจูงใจในการเข้าลงทุนอีกด้วย

แต่การเข้าลงทุนเพื่อถือหุ้นระยะยาว อาจมีความเสี่ยงมากกว่าการเข้าเก็งกำไรระยะสั้น เพราะผลประกอบการช่วงครึ่งหลังของปี 64 มีแนวโน้มอ่อนตัวลง หลังการแพร่ระบาดโควิด-19 ในหลายประเทศเริ่มคลี่คลาย ฉุดความต้องการอาหารกระป๋องลดลง







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh




LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด