หุ้นเด่นวันนี้

NEX ราคาดีดทะลุฟ้า หน้าตาหลัง EA ถือเป็นยังไง ?

NEX ราคาดีดทะลุฟ้า หน้าตาหลัง EA ถือเป็นยังไง ?

ข่าวการเข้ามาถือหุ้นใหญ่ NEX กว่า 40% ของ EA น่าจะเป็นที่รู้กันในวงกว้างแล้ว ทำให้ราคาหุ้นดีดทำ All Time High ทันทีหลังจากหลุด Cash Balance เพียงแต่ว่าจุดประสงค์ในการเข้าถือหุ้นของ EA คืออะไร ? และหน้าตาบริษัทหลังจากนี้จะออกมาเป็นแบบไหนต้องติดตาม!


*** ดีดทำ All Time High ทันที หลังหลุด Cash Balance


ราคาหุ้นบริษัท เน็กซ์ พอยท์ จำกัด (มหาชน) หรือ NEX ดีดขึ้นไปทำจุดสูงสุดรอบเช้าที่ 5.25 บาท เฉียดซิลลิ่ง(Ceiling) พร้อมเดินหน้าทำ All Time High ต่อเนื่องจากวานนี้ (7 ก.ค.) ทุบสถิติที่เคยทำไว้ 4.60 บาทเมื่อปี 60 ก่อนปิดตลาดรอบเช้าวันนี้ไปที่ 4.72 บาท เพิ่มขึ้น 0.08 บาท หรือ +1.72% ปริมาณหุ้นที่ซื้อขายเพิ่มขึ้น 520.32% เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ย 5 วันทำการก่อนหน้า


สาเหตุที่ทำให้ราคาหุ้น NEX กลับมาพุ่งแรงอีกครั้งก็คือ บริษัทเพิ่งหลุดจากมาตรการกำกับการซื้อขายระดับที่ 1(Cash Balance) ไปเมื่อวันที่ 7 ก.ค.ที่ผ่านมา (ติด Cash Balance 25 พ.ค. - 3 ก.ค.63) ซึ่งก่อนหน้าที่ NEX จะติดมาตรการซื้อขายราคาหุ้นถือว่าปรับตัวขึ้นมาแรงมากจาก 2.48 บาท เมื่อวันที่ 11 พ.ค. 63 ไปแตะ 4.18 บาทไปในวันที่ 25 พ.ค.63 คิดเป็น +68.54% และหากเทียบกับราคาสูงสุดของเช้าวันนี้เท่ากับว่าปรับขึ้นมาแล้วถึง +111.70%


*** 10 ก.ค.นี้ รอที่ประชุมผู้ถือหุ้นอนุมัติบริษัทย่อย EA เข้าถือหุ้น


ประเด็นหลักๆ ที่ทำให้ NEX มาถึงจุดนี้ได้ก็คือ การที่บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) หรือ EA ส่งบริษัทย่อยซึ่งดำเนินธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้าเข้ามาซื้อหุ้นเพิ่มทุนจนมีสัดส่วนถือหุ้นใหญ่ NEX ไปถึง 40% ด้วยมูลค่า 1,474 ล้านบาท โดยในวันที่ 10 ก.ค.นี้ บริษัทจะจัดประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นโดยมีวาระการประชุมคือการอนุมัติเพิ่มทุนให้กับบริษัทย่อยของ EA 


การเข้ามาของยักษ์ใหญ่อย่าง EA จึงทำให้ NEX ที่มีผลประกอบการขาดทุนสุทธิเป็นส่วนใหญ่(ย้อนหลัง 9 ปี ขาดทุนสุทธิทั้งหมด 6 ปีรวม -463 ล้านบาท มีกำไรสุทธิทั้งหมด 3 ปีรวม +368 ล้านบาท) มีความน่าสนใจขึ้นมาทันที ซึ่งล่าสุดไตรมาส 1/63 พลิกมีกำไรสุทธิแล้ว แต่ก็ทำไปได้เพียง 9.5 แสนบาทเท่านั้น


*** NEX มีอะไรดี ทำไม EA ถึงซื้อหุ้น


NEX อธิบายธุรกิจของตนเองในเว็บไซด์ของบริษัทไว้ว่าเป็นผู้ผลิตชิ้นส่วนต่างๆ เช่น ชิ้นส่วนฮาร์ดดิสไดร์ฟ กล้องถ่ายภาพ ชิ้นส่วนเครื่องเกม อุปกรณ์ฟังเพลง และอุปกรณ์การแพทย์ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสินค้าที่ไม่ได้รับความนิยมในปัจจุบันแล้ว


แต่ธุรกิจที่น่าสนใจและไม่ได้ลงรายละเอียดไว้ก็คือ ธุรกิจรับจ้าง บำรุงรักษา ซ่อมแซมระบบเครื่องยนต์และชิ้นส่วนรถบัสโดยสาร รวมถึงจำหน่ายและให้เช่ารถบัสโดยสาร ซึ่งบริษัทเพิ่งเข้าซื้อไปเมื่อเดือน ก.พ. ที่ผ่านมาด้วยมูลค่า 23 ล้านบาท


ด้วยความชำนาญในด้านรถบัสโดยสารจึงทำให้ EA ที่ต้องการขยายตลาดยานยนต์พลังงานไฟฟ้า(EV)อยู่แล้ว และมีความสามารถในการผลิตแบตเตอรี่ให้ความสนใจเข้ามาถือหุ้นเพื่อรุก "ธุรกิจรถบัสไฟฟ้า" หลังจากที่ได้รุกธุรกิจเรือไฟฟ้า และรถยนต์ไฟฟ้าไปแล้ว


*** หน้าตาธุรกิจของ NEX หลังจากนี้จะเป็นยังไง ?


หลังจากที่ EA เข้ามาได้ไม่นาน NEX ได้ส่งบริษัทย่อยเข้าซื้อหุ้น บริษัท เบลี่ เซอร์วิส จำกัด ในสัดส่วน 51% เป็นเงินลงทุนไม่เกิน 260 ล้านบาท ปัจจุบันประกอบธุรกิจให้บริการบำรุงรักษาเชิงป้องกันและซ่อมแซมรถโดยสารปรับอากาศใช้ก๊าซธรรมชาติ (NGV) จำนวน 500 คัน ให้กับ บริษัท สมาร์ทบัส จำกัด ซึ่งเป็นผู้ให้บริการรถโดยสารสาธารณะในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล มีระยะสัญญา 14 ปี เริ่มตั้งแต่ 15 มี.ค. 63


ทั้งหมดนี้สะท้อนว่า EA ต้องการที่จะ "แทนที่" "ธุรกิจขนส่งมวลชน" ทั้งหมดในกรุงเทพฯ ด้วยยานยนต์พลังงานไฟฟ้าของบริษัทนั่นเอง หลังจากที่ขายรถยนต์ไฟฟ้าให้กับสหกรณ์แท็กซี่ ผลิตเรือพลังงานไฟฟ้าข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาไปแล้ว และล่าสุดคือรถบัสโดยสารไฟฟ้า ซึ่งหน้าตาของ NEX หลังจากนี้ก็มีโอกาสสูงมากที่จะได้รับหน้าที่ดูแลในส่วนของรถบัสไป


จากการสำรวจข้อมูลของผู้สื่อข่าวพบว่า สำนักวิจัย Acumen Research and Consulting ระบุผ่านหัวข้อ "การเติบโตของรถบัสไฟฟ้าทั่วโลก" ไว้ว่า การเติบโตของรถบัสไฟฟ้าทั่วโลกในปี 2562 - 2569 จะมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยทบต้น(CAGR)อยู่ที่ 26.1% ต่อปี หรือไปแตะที่ 214,567 ล้านดอลลาร์ในปี 2569 นั่นเอง


*** แล้วผลตอบแทนจะเป็นยังไง ?


การประเมินแนวโน้มการเติบโตของธุรกิจนี้หากอ้างอิงจากงานวิจัยแล้วถือว่ามีการเติบโตค่อนข้างสูงเฉลี่ย 26.1% ต่อปี และจากการประเมินของผู้สื่อข่าวพบว่ารถบัสโดยสารในประเทศไทยส่วนใหญ่มีอายุการใช้งานมายาวนาน หากผู้ประกอบการเอกชนและขสมก. ต้องการเปลี่ยนรถบัสก็มีโอกาสสูงที่จะหันมาให้ความสนใจรถบัสไฟฟ้าได้เหมือนกัน


ขณะที่ นางสาวออมสิน ศิริ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร EA ระบุว่า เงินลงทุน 1,500 ล้านบาท มาจากเงินสดสุทธิจากการดำเนินงานของบริษัท ซึ่ง ณ สิ้นปี 62 มีอยู่ถึง 8,703 ล้านบาท และ "คาดหวังว่าการลงทุนดังกล่าวจะคืนทุนภายใน 2-3 ปี"


"NEX มีพัฒนาการด้านธุรกิจยานยนต์เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง หลังการปรับโครงสร้าง สะท้อนจากงบการเงินไตรมาส 1/63 ที่พลิกกลับมามีกำไรแล้ว ซึ่งเรามองเห็นศักยภาพในการดำเนินธุรกิจร่วมกัน เพื่อต่อยอดธุรกิจ EV ในอนาคต จึงเข้าลงทุนครั้งนี้" นางสาวออมสิน กล่าว


*** หุ้นรถยนต์พลังงานไฟฟ้า แข่งกันทำ All Time High


จากการสำรวจของผู้สื่อข่าวพบว่ากระแสการหันมาใช้ยานยนต์พลังงานไฟฟ้าทั่วโลกเริ่มได้รับความสนใจมากขึ้น โดยที่ราคาหุ้นรถยนต์สัญชาติจีนที่ผลิตรถไฟฟ้าด้วยอย่าง BYD Co Ltd วันนี้ดีดทำ All Time High ไปที่ 74 ดอลลาร์ฮ่องกง


ขณะที่ Nio Inc บริษัทรถยนต์ไฟฟ้าของจีนที่จดทะเบียนอยู่ในตลาดหุ้นนิวยอร์คก็ทำ All Time High ต่อเนื่องปิดตลาดเมื่อคืนที่ผ่านมาไปที่ 13.77 ดอลลาร์สหรัฐฯ ส่วน Tesla ปิดตลาดคืนที่ผ่านมาทำ All Time High ต่อเนื่องไปเช่นกันที่ 1,389.86 ดอลลาร์สหรัฐฯ


แนวคิดจะแทนที่ "ขนส่งมวลชน" ในกรุงเทพฯด้วยยานยนต์ไฟฟ้า ทั้งแท็กซี่ เรือ และที่สำคัญรถบัสไฟฟ้าซึ่งอาจดำเนินการโดย NEX ไม่มีใครปฏิเสธได้ว่าเป็นความคิดที่หลักแหลม แต่ในความเป็นจริงจะเกิดขึ้นได้เร็วแค่ไหนก็ยังไม่มีใครตอบได้เช่นกัน และเกิดขึ้นแล้วจะสร้างผลกำไรได้จริงหรือไม่ก็เป็นเรื่องที่ต้องจับตา เพราะหากอิงจากผู้ผลิตยานยนต์ไฟฟ้าในระดับโลกปัจจุบันก็ยังขาดทุนกันเป็นว่าเล่น !







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh




LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด