หุ้นเด่นวันนี้

CPALL จ่อพลิกโตรอบ 2 ปี ..แถมอัพไซด์เหลือเพียบ !

CPALL จ่อพลิกโตรอบ 2 ปี ..แถมอัพไซด์เหลือเพียบ !

เช้านี้ CPALL พุ่งสูงสุด 3.33% รับ SET รีบาวด์ – บริโภคเริ่มฟื้น ขณะที่โบรกฯมองกำไร Q2/65 มีลุ้นโตทั้ง YoY –QoQ หลัง SSSG ทุกธุรกิจฟื้นต่อเนื่อง ชี้เงินเฟ้อสูง – ดอกเบี้ยขาขึ้น ไม่กระทบกำไรปีนี้มาก แถมครึ่งปีหลังคาดฟื้นแรงกว่าครึ่งแรก ตามนักท่องเที่ยวฟื้น ดันกำไรปี 65 พลิกโตรอบ 2 ปี ราว 11 – 23%
 

*** เช้านี้บวกสูงสุด 3.33% รับบริโภคฟื้น
 

ราคาหุ้น บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ CPALL ช่วงเช้าวันนี้ (1 ก.ค.65) ดีดขึ้นไปทำจุดสูงสุดที่ราคา 62 บาท เพิ่มขึ้น 3.33% จากวันทำการก่อนหน้า ก่อนปิดซื้อขายภาคเช้าด้วยราคา 61.75 บาท เพิ่มขึ้น 1.75 บาท หรือ 2.92% มีปริมาณการซื้อขายเพิ่มขึ้น 60.85% จาก 5 วันทำการก่อนหน้า

บทวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) พาย ระบุสาเหตุที่ทำให้ราคาหุ้น CPALL เช้านี้ ปรับตัวขึ้นสูงสุด 3.33% เนื่องจากกำลังได้รับ Sentiment เชิงบวก หลังการบริโภคในประเทศเริ่มฟื้นตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง 
 

*** ลุ้นกำไร Q2/65 โตทั้ง YoY – QoQ
 

บล.เอเซีย พลัส ประเมินว่า กำไรสุทธิไตรมาส 2/65 ของ CPALL มีแนวโน้มเติบโตขึ้นทั้งเทียบปีก่อน (YoY) และ ไตรมาสก่อน (QoQ) สะท้อนจากการเริ่มฟื้นตัวของธุรกิจในเครือ ขับเคลื่อนจากยอดขายสาขาเดิม (SSSG) ของร้านสะดวกซื้อ ที่ยังเติบโตในระดับ 10% ตั้งแต่ต้นไตรมาส 2/65 

ขณะที่ SSSG ของธุรกิจค่าส่ง (MAKRO) มีแนวโน้มสูงขึ้นเช่นกัน เบื้องต้นในเดือน เม.ย. – พ.ค.ที่ผ่านมา คาดเติบโตราว 5 – 6% ประกอบกับ ธุรกิจค้าปลีกและพื้นที่เช่า (Lotus’s) ยังคงเพิ่มขึ้นราว 2% เทียบกับไตรมาสก่อน เพิ่มขึ้นเพียง 0.4% เท่านั้น ซึ่งเหตุผลหลัก เป็นเพราะการแพร่ระบาดโควิด-19 ที่เริ่มคลายตัวลง

สอดคล้องกับ บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ที่มองว่า กำไรสุทธิไตรมาส 2/65 ของ CPALL มีแนวโน้มเติบโตขึ้นจากปีก่อนได้ สะท้อนจาก SSSG ของร้านสะดวกซื้อ ตั้งแต่ต้นไตรมาส 2/65 ยังเติบโตได้ราว 10 – 12% ซึ่งเป็นผลจากการกลับมาเปิดภาคเรียน และ พนักงานออฟฟิศ ทยอยกลับมาทำงานที่สำนักงานอีกครั้ง หลังใช้มาตรการทำงานที่บ้าน (WFH)

ส่วน SSSG ของ MAKRO คาดว่า จะเติบโตได้ราว 6 – 9% ส่วนหนึ่งเกิดจากแรงซื้อของกลุ่มลูกค้าร้านอาหาร ที่สามารถกลับมาเปิดบริการได้เต็มที่อีกครั้ง รวมทั้ง เริ่มเห็นการจัดเลี้ยงมากขึ้น ส่งผลให้ให้ลูกค้าในกลุ่มโรงแรม กลับมาซื้อวัตถุดิบมากขึ้น โดยเฉพาะสาขา MAKRO ในเมืองท่องเที่ยว เริ่มเห็นยอดขายฟื้นตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
 

*** กูรูชี้เงินเฟ้อ อาจไม่กดดันกำไรอย่างที่คิด
 

บล.เอเซีย พลัส ระบุว่า CPALL เป็นหนึ่งในบริษัท ที่ต้องเผชิญแรงกดดันจากภาวะเงินเฟ้อสูง แต่ยังมองว่า ภาวะดังกล่าว ยังไม่สามารถส่งผลกระทบต่อผลการดำเนินงานของ CPALL อย่างมีนัยสำคัญได้ เนื่องจากสถานะของ CPALL มีความแข็งแกร่ง ประกอบกับ สินค้าที่จำหน่ายส่วนใหญ่ เป็นสินค้าอุปโภคบริโภคที่มีความจำเป็นในชีวิตประจำวัน

ทั้งนี้ มองว่า CPALL จะมีความสามารถในการต่อรอง เรื่องการปรับขึ้นราคาขายสินค้าให้สอดคล้องกับ Supplier และ สามารถผลักภาระด้านต้นทุนบางส่วนมาให้กับผู้บริโภคได้

เช่นเดียวกับ บล.ทรีนีตี้ ที่มองว่า ภาวะเงินเฟ้อสูง จะไม่สามารถกดดันกำไรของ CPALL ลงได้อย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากภาวะดังกล่าว ทำให้ยอดขายผลิตภัณฑ์ อิ่มคุ้ม ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคช่วงค่าครองชีพสูง ได้รับความนิยมขึ้นมาก แม้สินค้าดังกล่าวจะมีมาร์จิ้นต่ำ แต่เชื่อว่า จะสามารถชดเชยได้จากจำนวนการซื้อที่อยู่ในระดับสูง 

ขณะที่ บล.พาย ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ภาวะเงินเฟ้อที่เร่งตัวขึ้นสูง ทำให้ CPALL มีการปรับขึ้นราคาขายสินค้าบางรายการ ส่งผลให้ SSSG เพิ่มขึ้น เห็นได้จากช่วงไตรมาส 1/65 ที่ภาวะเงินเฟ้อทำให้ SSSG ของ CPALL ในช่วงดังกล่าว เพิ่มขึ้นอีกประมาณ 2 – 3% จากทั้งหมดที่เติบโต 13% ซึ่งคาดว่า ในช่วงไตรมาส 2/65 จะยังเป็นเช่นนั้นต่อไป
 

*** แล้วดอกเบี้ยขาขึ้น กดดันกำไรแค่ไหน ?
 

จากภาวะเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับสูง ทำให้ธนาคารกลางทั่วโลกส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว รวมทั้ง คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ที่เป็นผู้ดูแลเรื่องดอกเบี้ยนโยบายไทย ก็ถูกคาดว่า จะปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายเร็วๆนี้เช่นกัน

โดย บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ระบุว่า CPALL มีหนี้ที่เป็น Float Rate มาจากของ MAKRO รวมกว่า 1 แสนล้านบาท (32% ของหนี้ที่มีภาระดอกเบี้ย) ซึ่งมีต้นทุนทางการเงินราว 3.5 – 4% ต่อปี ซึ่งอาจทำให้  CPALL ได้รับผลกระทบต่อการปรับเพิ่มดอกเบี้ยในอนาคต อย่างไรก็ดีกลุ่ม CPALL มีแผนหาแหล่งเงินทุนอื่นภายในปี 65 ซึ่งจะสามารถช่วยลดต้นทุนทางการเงินของบริษัทลงได้ 

แต่หาก CPALL ยังไม่สามารถหาแหล่งเงินทุนใหม่ได้ เราจึงทดลองทำ Sensitivity การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของ กนง. ในเรตที่มีความเป็นไปได้คือ 50 bps – 125 bps โดยหาก กนง.ขึ้นดอกเบี้ย 50 bps จะทำให้กำไรสุทธิของ CPALL ลดลง 2% ส่วนการขึ้นดอกเบี้ยในอัตรา 75 – 125 bps จะทำให้กำไรสุทธิของ CPALL ลดลง 3 – 4% 

อย่างไรก็ตาม สมมตฐานดังกล่าว เป็นการขึ้นดอกเบี้ยเต็มปี ซึ่งจะกระทบต่อกำไรสุทธิปี 65 ของ CPALL เล็กน้อยเท่านั้น เพราะฝ่ายวิจัยคาดว่า ช่วงเวลาที่ กนง.จะขึ้นดอกเบี้ย คือช่วงเดือน ส.ค.65 หรือ ช่วงปลายไตรมาส 4/65
 

*** โบรกฯมั่นใจ กำไรปีนี้พลิกโตรอบ 2 ปี
 

บล.ทรีนีตี้ ประเมินกำไรสุทธิปี 65 ของ CPALL ไว้ที่ 1.4 หมื่นล้านบาท เติบโตขึ้น 11% จากปีก่อน (พลิกโตรอบ 2 ปี) โดยมีปัจจัยหนุน จากผลการดำเนินงานช่วงครึ่งหลังปี 65 ที่มีแนวโน้มเร่งตัวขึ้นโดดเด่นกว่าครึ่งแรกของปี 65 จากการยกเลิกมาตรการ Thailand Pass คาดว่า จะทำให้นักท่องเที่ยวต่างประเทศ เพิ่มขึ้นกว่า 4.8 ล้านราย ในช่วงดังกล่าว

โดย จำนวนนักท่องต่างประเทศ ที่มีแนวโน้มฟื้นตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จะเป็นปัจจัยไดรฟ์ยอดขายร้านสะดวกซื้อ ที่อยู่ในจังหวัดท่องเที่ยว (15% ของจำนวนสาขาทั้งหมด) ฟื้นตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ หลังก่อนหน้านี้ ผลการดำเนินงานกลุ่มดังกล่าวหดตัวอย่างมีนัยสำคัญ จากการปิดประเทศ อีกทั้ง ยังมีปัจจัยหนุน จากประชาชน กลับมาใช้ชีวิตปกติมากขึ้นด้วย

โดยสรุป มีนักวิเคราะห์ 3 ราย ประเมินกำไรสุทธิปี 65 ของ CPALL ไว้ดังนี้

บล.     กำไรสุทธิปี 65 (ลบ.) %chg YoY
เอเชีย พลัส     16,018         23
หยวนต้า 15,001         16
ทรีนีตี้     14,351         11


*** กูรูชี้ Valuation – พื้นฐานยังน่าสนใจ
 

บล.เอเซีย พลัส ระบุว่า หุ้น CPALL ณ ปัจจุบัน ยังมีความน่าสนใจเข้าสะสม สะท้อนจากราคาหุ้นที่ซื้อขาย ณ ปัจจุบัน ยังมีอัพไซด์เหลืออยู่ในระดับน่าสนใจ อีกทั้ง การฟื้นตัวของผลการดำเนินงานปี 65 – 66 มีความโดดเด่นเป็นอันดับต้นๆ ของกลุ่มค้าปลีกอีกด้วย 

ขณะที่ บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ระบุว่า เลือก CPALL เป็นหุ้น Top Picks ในกลุ่มค้าปลีก สะท้อนจากแนวโน้มการฟื้นตัวในทุกธุรกิจในเครือที่มีความชัดเจน และ โดดเด่นมากขึ้น ภายหลังการแพร่ระบาดโควิด-19 ที่เคยเป็นปัจจัยหลัก กดดันผลการดำเนินงานตลอด 2 ปีที่ผ่านมา ลดความรุนแรงลงอย่างมีนัยสำคัญ
 

*** ส่วนใหญ่ยังคงแนะนำ"ซื้อ"
 

จากการสำรวจความคิดเห็นนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ยังคงแนะนำ"ซื้อ" เนื่องจากมองว่า การแพร่ระบาดโควิด-19 ที่ลดความรุนแรงลง จะเป็นปัจจัยหลัก ต่อการฟื้นตัวของผลการดำเนินงาน CPALL ในปี 65 หลักก่อนหน้านี้ ถูกปัจจัยดังกล่าวกดดันผลการดำเนินงานอย่างหนักตลอด 2 ปีที่ผ่านมา
 

บล.  คำแนะนำ   ราคาเหมาะสม (บ.)
ดีบีเอสฯ ซื้อ         74.50
เอเชีย พลัส   ซื้อ         73.50
หยวนต้า  ซื้อ         73.00
พาย ซื้อ         72.50
ทรีนีตี้  ซื้อ         72.00
ราคาเฉลี่ย 73.10  


แม้เช้านี้ราคาหุ้น CPALL จะปรับตัวขึ้นสูงสุด 3.33% ตามทิศทางดัชนีหุ้นไทยรีบาวด์ แต่หากพิจารณาราคาหุ้น ณ ปัจจุบัน เทียบกับราคาเหมาะสมเฉลี่ยของนักวิเคราะห์ นักลงทุนจะพบว่า CPALL ยังมีอัพไซด์อีกราว 19% แถมโบรกเกอร์ ยังมองว่า การฟื้นตัวในปี 65 – 66 ของ CPALL ยังถือว่าโดดเด่นลำกับต้นๆของกลุ่มอีกด้วย ...







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh




LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด