หุ้นเด่นวันนี้

KTC กำไรปี 62 นิวไฮ แต่ทำไมหุ้นลง?

KTC กำไรปี 62 นิวไฮ แต่ทำไมหุ้นลง?

KTC แตะนิวโลว์รอบ 10 เดือน สวนทางกำไรสุทธิปี 62 ที่ยังทำนิวไฮต่อเนื่องเป็นปีที่ 7 แต่การเติบโตที่ต่ำกว่า 10% เป็นครั้งแรก อาจทำนักลงทุนผิดหวัง ขณะที่หากฉายภาพอนาคตยังพบว่ายังท้าทายอยู่มาก จับตาธุรกิจใหม่ที่ฝากความหวังเอาไว้ จะทำให้บริษัทกลับมาโตก้าวกระโดดได้อีกครั้งหรือไม่


ราคาหุ้น บมจ.บัตรกรุงไทย หรือ KTC ไหลต่อลงมาทำจุดต่ำสุดรอบเช้าที่ 34.75 บาท นิวโลว์รอบ 10 เดือน ก่อนมาปิดตลาดรอบเช้าไปที่ 35 บาท ลดลง 1.25 บาท หรือ -3.45 %


*** สาเหตุที่ราคาหุ้นไหลลงต่อเนื่องหลังประกาศงบวานนี้ ปัญหาที่น่ากังวลก็คือ ค่าใช้จ่ายตั้งสำรองหนี้ที่งอกขึ้นมา


KTC ประกาศผลประกอบการไตรมาส 4/62 มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 1.3 พันล้านบาท +2% QoQ และ +7% YoY หนุนกำไรสุทธิทั้งปี 62 โตมาอยู่ที่ 5,524 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.49% YoY โดยเป็นการทำกำไรนิวไฮต่อเนื่องเป็นปีที่ 7 ติดต่อกัน 


บล.เคทีบี ระบุว่า ปัจจัยผลักดันผลประกอบการคือ รายได้ดอกเบี้ยรับสุทธิที่โต 10.6% YoY หลังพอร์ตสินเชื่อรวมขยายตัวขึ้น 9.8% YoY แบ่งเป็นการเติบโตของสินเชื่อบัตรเครดิต 10.9% YoY และสินเชื่อส่วนบุคคลโต 7.9% YoY และรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยโต 8.2% YoY หลักๆ มาจากรายได้ค่าธรรมเนียมที่เพิ่มขึ้นสอดคล้องกับวงเงินการใช้จ่ายผ่านบัตรที่โต 10.6% YoY บวกกับรายได้หนี้สูญรับคืนเพิ่มขึ้นกว่า 13.4%YoY


แต่ปัจจัยบวกถูกหักล้างลงด้วยปัจจัยลบจากค่าใช้จ่ายในการตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญเพิ่มขึ้น 24.3% YoY ส่วนหนึ่งเป็นผลจากการเร่งตั้งสำรองเพื่อ write-off หนี้บางส่วนเพื่อปรับคุณภาพของพอร์ตรองรับมาตรฐานบัญชีใหม่ รวมทั้งมีแรงกดดันจากภาวะเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัว


Cost to Income Ratio ปรับขึ้นจาก 36.6% ในช่วงไตรมาส 4/61 เป็น 36.9% หลังมีการเพิ่มโปรโมชั่นเพื่อดึงดูดให้ลูกค้าออกมาจับจ่ายมากขึ้น และบริษัทมี New NPLs formation ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นในช่วง 2H62 อยู่ที่ประมาณ 800 ล้านบาท/ไตรมาส สูงกว่าช่วง 1H62


*** อีกสิ่งที่นักลงทุนกังวลก็คือกำไรสุทธิปี 62 ที่เติบโตเพียง 7.5% แม้จะทำนิวไฮได้ต่อเนื่อง แต่อาจส่งสัญญาณว่าพื้นฐานเปลี่ยนไปแล้ว


อีกปัจจัยที่กดดันราคาหุ้นวันนี้ก็คือกำไรสุทธิทั้งปี 62 ของ KTC ที่ทำไปได้เพียง 5,524 ล้านบาท โตเพียง 7.49% จากปีก่อน ถือว่าเติบโตต่ำมากหากเทียบกับที่เคยทำได้ 20 - 55% ในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งสาเหตุหลักก็มาจากฐานกำไรที่สูงขึ้นอย่างรวดเร็วในปีก่อนๆ และแรงกดดันจากเศรษฐกิจไม่ฟื้นตัว ดังนี้

 

ปี กำไรสุทธิ(ลบ.) เปลี่ยนแปลง(YoY)
59 2,494 +20.36%
60 3,304 +32.47%
61 5,139 +55.53%
62 5,524 +7.49%


*** กูรูมองปี 63 ยังเหนื่อยกำไรสุทธิอาจกระเตื้องขึ้นมาโต 10% แล้วจะต้องเหนื่อยกับอะไรบ้าง ?


บล.หยวนต้า ระบุถึงแนวโน้มปี 63 เป็นปีที่ท้าทายสำหรับ KTC คาดยังมีแรงกดดันจากกำลังซื้อของคนในประเทศที่ยังไม่ฟื้นตัวกดดันยอดการใช้จ่ายผ่านบัตรและลดความต้องการในการใช้สินเชื่อเพื่อการบริโภค อีกทั้งจะทำให้บริษัทเพิ่มความระมัดระวังในการให้สินเชื่อมากขึ้น ขณะที่การเติบโตหลักจากธุรกิจใหม่อย่าง KTC พี่เบิ้มคาดยังต้องรอถึงปี 64 ถึงจะเริ่มเห็นผลบวกอย่างมีนัยยะ โดยล่าสุดมีการขอใบอนุญาตเพื่อทำ PICO ไฟแนนซ์แล้วใน 4 จังหวัด และจะทยอยขยายพื้นที่ในการให้บริการมากขึ้นตามลำดับ 


จากทิศทางการดำเนินธุรกิจที่คาดยังมีความเสี่ยงในขาลงอยู่มาก จึงปรับลดสมมุติฐาน ROE ลงจาก 30% เหลือ 28% ให้สอดคล้องกับศักยภาพในการทำกำไรของบริษัท ราคาหุ้นในปัจจุบันมีอัพไซด์เหลือราว 7.6% จากมูลค่าพื้นฐานใหม่ที่ 39 บาท


แนะนำเพียง "Trading" ราคาเหมาะสม 39 บาท จนกว่าจะเห็นพัฒนาการของธุรกิจใหม่ KTC พี่เบิ้มชัดเจนขึ้น 


บล.เคทีบี ปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 63 ลง -5% มาอยู่ที่ 6.1 พันล้านบาท +10% YoY โดยปรับ NPLs เพิ่มขึ้นเป็น 1.07% จากเดิม 1.03% เพื่อสะท้อนสภาพเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ส่งผลต่อความสามารถในการชำระหนี้ที่น้อยลง โดยสังเกตจาก New NPLs formation ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นในช่วง 2H62 ราว 800 ล้านบาท/ไตรมาส สูงกว่าช่วง 1H62 ที่อยู่ที่ 500 - 600 ล้านบาท/ไตรมาส รวมทั้งการตัดจำหน่ายหนี้สูญที่จะช้าลงตาม TFRS9


และปรับ LLR/Loan เพิ่มขึ้นเป็น 6.8% จากเดิม 6.6% ในขณะที่เรายังคงคาดว่า Loan yield จะปรับตัวเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 18.1% จากปีก่อน 17.9% โดยเป็นผลของการรับรู้รายได้ดอกเบี้ยของสินเชื่อ Stage 3


แนะนำ "ซื้อ" ปรับราคาเป้าหมายลงเป็น 45.00 บาท อิง PBV ปี 63 ที่ 5.0 เท่า (+1.5 SD above 5-yr average PBV) เพื่อสะท้อนกำไรสุทธิที่ปรับลง ทั้งนี้เราคาดว่าผลการดำเนินงานในระยะยาวของบริษัทจะขยายตัวต่อเนื่องคิดเป็น 62 - 64 EPS CAGR +11.2% โดยมีปัจจัยที่สำคัญ คือ การเพิ่มช่องทางการขยายสินเชื่อ ทั้งสินเชื่อนาโนไฟแนนซ์, สินเชื่อพิโกไฟแนนซ์ และสินเชื่อที่มีรถเป็นหลักประกัน เพื่อลดความเสี่ยงจากการแข่งขันที่รุนแรง


*** แม้นักวิเคราะห์หลายสำนักจะมองว่าราคาหุ้นขณะนี้ถูกเกินไปแล้ว แต่คำแนะนำก็มีความหลากหลายเพราะยังมีความเสี่ยงอยู่


จากการสำรวจบทวิเคราะห์ KTC พบว่าราคาหุ้นที่ปรับตัวลงมาต่อเนื่อง ทำให้ราคาหุ้นขณะนี้ถือว่าต่ำกว่าพื้นฐานไปแล้ว แต่คำแนะนำก็ยังมีความหลากหลาย เพราะต้องยอมรับว่า KTC ยังมีความเสี่ยงอยู่

 

บล. คำแนะนำ ราคาเป้าหมาย
หยวนต้า Trading 39
ฟินันเซีย ไซรัส ถือ 40
ทิสโก้ ถือ 44
โนมูระ พัฒนสิน ซื้อ 44
เคทีบี ซื้อ 45
ยูโอบีเคย์เฮียน ซื้อ 45
เอเชีย เวลท์ ซื้อ 45
แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ Weak buy 46


การเข้าลงทุน KTC ในตอนนี้อาจต้องฝากความหวังไว้กับธุรกิจใหม่ทั้งสินเชื่อนาโน-พิโกไฟแนนซ์ และสินเชื่อที่มีรถเป็นหลักประกัน และก็ต้องจับตาให้ดีด้วยเพราะมีโอกาสที่ธุรกิจใหม่จะไม่เติบโตก้าวกระโดดอย่างที่คิดกันไว้ก็มีอยู่ เพราะเป็นตลาดที่มีการแข่งขันสูงอยู่ก่อนแล้ว ! 







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh




LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด