หุ้นเด่นวันนี้

BBL นิวโลว์รอบ 8 เดือน..สวนทางกำไรโตแรงสุดกลุ่มแบงก์

BBL นิวโลว์รอบ 8 เดือน..สวนทางกำไรโตแรงสุดกลุ่มแบงก์

เช้านี้ BBL ทำนิวโลว์รอบ 8 เดือน คาดรับ Sentiment เชิงลบ หลังผู้ติดเชื้อโควิดในประเทศทำนิวไฮ ขณะที่ โบรกฯ เริ่มหั่นเป้ากำไรปีนี้ – ราคาเป้าหมาย เหตุครึ่งปีหลังโควิดยังระบาดหนัก ฉุดรายได้ค่าธรรมเนียมต่ำกว่าคาด แต่กำไรปี 64 ยังมีแนวโน้มโตระหว่าง 42.90-54.63 YoY เด่นสุดในกลุ่มแบงก์
 

*** นิวโลว์รอบ 8 เดือน รับยอดผู้ติดเชื้อโควิดทำนิวไฮ
 

ราคาหุ้น ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BBL ช่วงเช้าวันนี้ (21 ก.ค.64) ร่วงไปทำจุดต่ำสุดที่ราคา 102.50 บาท ทำสถิติราคาหุ้นต่ำสุด (นิวโลว์) รอบ 8 เดือน ก่อนปิดซื้อขายภาคเช้าไปด้วยราคา 103 บาท ลดลง 0.5 บาท หรือ -0.48% มีปริมาณการซื้อขายเพิ่มขึ้น 84.93% จาก 5 วันทำการก่อนหน้า

สาเหตุที่ทำให้ราคาหุ้น BBL เช้านี้ ปรับตัวลงทำนิวโลว์รอบ 8 เดือน เนื่องจากกำลังได้รับ Sentiment เชิงลบ จากจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในประเทศ ทำสถิติสูงสุดใหม่ (นิวไฮ) ที่จำนวน 1.3 หมื่นราย/วัน ซึ่งเป็นปัจจัยที่กระทบต่อผลการดำเนินงานของหุ้นในกลุ่มธนาคารพาณิชย์
 

*** โบรกฯมองบวกงบ Q2/64 แม้หดตัว 8% QoQ
 

BBL เพิ่งประกาศงบการเงินไตรมาส 2/64 เมื่อวันที่ 20 ก.ค.ที่ผ่านมา โดยมีกำไรสุทธิ 6.4 พันล้านบาท เติบโตขึ้น 105% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ลดลง 8% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน

ขณะที่ บทวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) โนมูระ พัฒนสิน ระบุว่า มีมุมมอง"บวกเล็กน้อย"ต่อกำไรสุทธิไตรมาส 2/64 ของ BBL เนื่องจากคุณภาพสินทรัพย์แข็งแกร่งขึ้น โดย BBL มีกำไรจากเงินลงทุน จึงเอาไปเร่งตั้งสำรองล่วงหน้า เผื่อความไม่แน่นอนจากผลกระทบการแพร่ระบาดโควิด-19 ระลอก 3 ช่วยจำกัด downside risk ในอนาคต 

ทั้งนี้ กำไรสุทธิ ที่เพิ่มขึ้นจากปีก่อน มีปัจจัยหนุนจากค่าใช้จ่ายสำรองที่ลดลงและสินเชื่อขยายตัว ส่วนกำไรที่ลดลงจากไตรมาสก่อน เป็นเพราะค่าใช้จ่ายสำรองที่เพิ่มขึ้นจากไตรมาส 1/64
 

*** ครึ่งปีหลังกำไรเดินหน้าโต YoY แต่ยังพลิกโต QoQ ไม่ได้
 

บล.เคทีบี เอสที ประเมินว่า กำไรสุทธิครึ่งปีหลังของ BBL ยังมีแนวโน้มเติบขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน (YoY) ได้ต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยหนุน คือ ช่วงไตรมาส 3/64 ทาง BBL จะไม่มีค่าใช้จ่ายพิเศษจำนวน 4 พันล้านบาท เกี่ยวกับธนาคาร Permata ที่ประเทศอินโดนีเซีย เหมือนในช่วงไตรมาส 3/63 อีกแล้ว ขณะที่การตั้งสำรองฯในช่วงไตรมาส 4/64 ยังมีแนวโน้มต่ำกว่าปีก่อน 

ขณะที่ บล.เอเซีย พลัส ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า แม้จะประเมินว่ากำไรสุทธิครึ่งปีหลังของ BBL ยังเดินหน้าเติบโตจากปีก่อนต่อ แต่กำไรสุทธิในช่วงดังกล่าวของ BBL ยังคงหดตัวจากไตรมาสก่อน (QoQ) อย่างต่อเนื่อง โดยมีสาเหตุหลักจาก PPOP ลดลง หลังรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยมีฐานสูงในงวดไตรมาส 2/64 

ประกอบกับ รายได้จากค่าธรรมเนียม มีแนวโน้มลดลงตามผลกระทบการแพร่ระบาดโควิด-19 ขณะที่ การตั้งสำรอง ไม่ได้มีแนวโน้มลดลงเร็วมากนัก ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกันกับหุ้นในกลุ่มธนาคารพาณิชย์ ที่กำลังเผชิญกับภาวะวิกฤติเศรษฐกิจที่ไม่มีความแน่นอน จากผลกระทบโควิด-19  
 

*** แม้โดนกูรูหั่นเป้ากำไร แต่ปีนี้ยังโตสุดในกลุ่มแบงก์
 

บล.เคทีบี เอสที ระบุว่า ได้ปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 64 ของ BBL ลงจากเดิมอีก 3% เป็น 2.5 หมื่นล้านบาท เติบโตขึ้น 45.80% จากปีก่อน (กำไรสุทธิยังเติบโตสูงสุดในกลุ่มธนาคารพาณิชย์) โดยมีสาเหตุหลักจากการปรับลดการเติบโตขอรายได้ค่าธรรมเนียมปีนี้ เหลือเติบโต 6% จากปีก่อน (เดิมคาดโต 10%) เพราะ BBL มีการปิดสาขา ส่งผลให้ยอดขายประกัน และ กองทุนรวมลดลงสู่ระดับต่ำเหมือนช่วงปี 63

เช่นเดียวกับ บล.เอเซีย พลัส ที่ปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 64 ของ BBL ลงจากเดิมอีก 5% เป็น 2.45 หมื่นล้านบาท เติบโตขึ้น 42.90% จากปีก่อน โดยมีสาเหตุหลัก จากการปรับเพิ่มค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานปี 64-65 ขึ้นจากเดิมอีก 12% หลังก่อนหน้านี้ประเมินไว้ต่ำเกินไป ส่งผลให้อัตราส่วนค่าใช้จ่ายดําเนินงานต่อรายได้รวม (Cost to income ratio) ปี 64-65 ของ BBL ขยับเพิ่มเป็น 50% และ 52.3% ตามลำดับ (เดิมเฉลี่ยอยู่ที่ 46.4%)

ขณะที่ นักวิเคราะห์ อีก 2 แห่งประเมินกำไรสุทธิปี 64 ของ BBL ไว้ดังนี้

บล.   กำไรสุทธิปี 64 (ลบ.) %chg YoY
หยวนต้า   26,567 54.63
เอเชียเวลท์ 25,120 46.21


*** โบรกฯ มองมูลค่าหุ้นถูก – ปันผลระหว่างกาลจูงใจ
 

บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ระบุว่า มูลค่า (Valuation) ของ BBL ณ ปัจจุบัน ยังมีความน่าสนใจ สะท้อนจากราคาหุ้นที่ซื้อขายบน PBV ที่ต่ำเพียง 0.4 เท่า และมีอัพไซด์สูงถึง 44.9% จากมูลค่าพื้นฐานปี 64 ที่ 150 บาท/หุ้น ประกอบกับ นักลงทุนยังสามารถคาดหวังเงินปันผลระหว่างกาลในอัตรา 2.12 บาท/หุ้น หรือคิดเป็นอัตราผลตอบแทน (Dividend Yield) ระดับ 2.1%

นอกจากนี้ BBL ยังเป็นธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ที่มีความเสี่ยงต่ำ จากโครงสร้างพอร์ตสินเชื่อที่เน้นธุรกิจขนาดใหญ่ และ การตั้งสำรองไตรมาส 2/64 จำนวน 9.8 พันล้านบาท ที่สูงกว่าคู่แข่ง ทำให้ BBL เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ สำหรับนักลงทุนที่มองหาหุ้นธนาคารพาณิชย์ไทย ที่มีความเสี่ยงต่ำในช่วงนี้

ขณะที่ บล.เอเชียเวลท์ ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า พอร์ตสินเชื่อของ BBL ที่เน้นธุรกิจขนาดใหญ่ ซึ่งมีอัตราการผิดนัดชำระหนี้น้อยกว่าลูกค้ารายย่อย ทำให้ระดับ NPL Ratio ของ BBL ยังทรงตัวใกล้เคียงกับไตรมาสก่อนที่ระดับ 3.7% และมีอัตราส่วนความสามารถในการจ่ายดอกเบี้ย (Coverage Ratio) อยู่ที่ระดับ 190.3% เทียบกับไตรมาสก่อน อยู่ที่ระดับ 187.3% 
 

*** ส่วนใหญ่ยังแนะนำ"ซื้อ" แต่หั่นเป้าราคาลง
 

จากการสำรวจความคิดเห็นนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ยังคงแนะนำ"ซื้อ" แต่เริ่มมีบางโบรกฯ ที่ปรับลดราคาเหมาะสมของ BBL ลงบ้างแล้ว สะท้อนจากการปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 64 ลง หลังจากที่คาดว่า ในช่วงครึ่งปีหลัง มีแนวโน้มที่รายได้จากค่าธรรมเนียมของ BBL จะลดลง ตามการปิดบริการสาขาชั่วคราวจากผลกระทบโควิด-19 

 

บล.  คำแนะนำ ราคาเหมาะสมใหม่ (บ.) ราคาเหมาะสมเดิม (บ.)
กรุงศรี   ซื้อ     155.00   155.00  
หยวนต้า  ซื้อ     150.00     150.00    
เคทีบี ซื้อ     140.00     160.00
เอเชีย พลัส  ซื้อ     135.00  154.00
ฟิลลิป   ซื้อ     124.00   141.00
ราคาเฉลี่ย   140.80      152.00


ต้องยอมรับว่าในช่วงครึ่งปีหลัง กลุ่มธนาคารพาณิชย์ยังคงได้รับผลกกระทบจากการแพร่ระบาดโควิด-19 ที่รุนแรงต่อเนื่อง แต่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ มองว่า BBL เป็นหนึ่งในหุ้นที่มีความเสี่ยงต่ำที่สุดในกลุ่มฯ สะท้อนจากการตั้งสำรองที่สูงมากไปแล้วในช่วงไตรมาส 2/64 ประกอบกับ สัดส่วน NPL ที่ยังทรงตัวใกล้เคียงระดับเดิม บ่งบอกถึงความสามารถในการชำระหนี้ของลูกค้ายังอยู่ในเกณฑ์ดี แม้จะเป็นช่วงวิกฤติเศรษฐกิจก็ตาม....







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh




LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด