หุ้นเด่นวันนี้

BEM ผลงานปีนี้โตแรง..แต่ราคายัง Laggard!

BEM ผลงานปีนี้โตแรง..แต่ราคายัง Laggard!

หุ้น BEM ปิดซื้อขายข่วงเช้าในแดนบวก สวนทาง SET Index ที่ปรับตัวลง 9.51 จุด คาดได้รับ Sentiment บวก จาก กทม.ประกาศผ่อนคลายมาตรการคุมโควิด ..แต่ในด้านพื้นฐาน ยังน่าสนใจลงทุนหรือไม่? ต้องตามไปดู!
 

*** ราคาบวกรับ กทม.ผ่อนคลายมาตรการคุมโควิด
 

ราคาหุ้น บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM ช่วงเช้าวันนี้ (22 ม.ค.64) ดีดขึ้นไปทำจุดสูงสุดของวันที่ราคา 8.45 บาท ก่อนปิดซื้อขายช่วงเช้าด้วยราคา 8.30 บาท เพิ่มขึ้น 0.05บาท หรือ 0.61% มีปริมาณการซื้อขายเพิ่มขึ้น 118.75% จาก 5 วันทำการก่อนก่อนหน้า

โดยสาเหตุที่ทำให้ราคาหุ้น BEM ปิดซื้อขายภาคเช้าในแดนบวก สวนทางดัชนีหุ้นไทย (SET Index) ที่ปิดลบ 9.51 จุด หรือ -0.63% เนื่องจากราคาหุ้น BEM ได้รับปัจจัยบวกจาก กทม.ประกาศคลายล็อกกิจการ และกิจกรรมบางประเภท รวม 13 รายการ ซึ่งมีผลตั้งแต่วันนี้

ขณะที่ บทวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.)คันทรี่ กรุ๊ป มองว่า กทม.ประกาศคลายล็อกกิจการ และ กิจกรรมบางประเภทในวันนี้ เพราะการแพร่ระบาดโควิด-19 มีแนวโน้มดีขึ้นต่อเนื่อง ดังนั้นหากตัวเลขยังอยู่ในเกณฑ์ลดลง มีโอกาสสูงที่ กทม. จะผ่อนคลายมาตรการอื่นเพิ่มเติม
 

*** โควิด-19 รอบนี้ เจ็บน้อยกว่ารอบแรก
 

บล.ทิสโก้ ประเมินกำไรสุทธิไตรมาส 4/63 ของ BEM ที่ 524 ล้านบาท เติบโตขึ้น 1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ลดลง 37% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน เนื่องมีปัจจัยจากการแพร่ระบาดโควิด-19 ระลอกใหม่กดดันกำไรสุทธิลดลงจากไตรมาสก่อน

อย่างไรก็ตาม มองการแพร่ระบาดโควิด-19 ระลอกใหม่ ส่งผลกระทบน้อยกว่าครั้งแรก เนื่องจากภาครัฐ มีมาตรการควบคุมที่แตกต่างกันออกไปเฉพาะพื้นที่เท่านั้น ไม่ได้มีการสั่งล็อกดาวน์ทุกพื้นที่เหมือนการระบาดรอบแรก สะท้อนจากจำนวนผู้โดยสารรถไฟฟ้า ซึ่งปัจจุบัน (ม.ค.64) อยู่ที่ราว 2 แสนคนต่อวัน เทียบกับช่วงเดือน เม.ย.63 ซึ่งมีการล็อกดาวน์อย่างเข้มงวด อยู่ที่ราว 7 หมื่นคนต่อวัน

สอดคล้องกับ บล.เคทีบี (ประเทศไทย) ที่ประเมินกำไรสุทธิไตรมาส 4/63 ของ BEM ไว้ที่ 549 ล้านบาท เติบโตขึ้น 5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ลดลงจากไตรมาสก่อน 33.17% โดยได้ปัจจัยหนุนจากต้นทุนค่าเสื่อมทางด่วนที่ลดลง และจำนวนผู้ใช้บริการรถไฟฟ้าไตรมาส 4/63 ทรงตัวจากไตรมาสก่อน โดยคาดจะเริ่มเห็นการฟื้นตัวของจำนวนผู้โดยสารรถไฟฟ้า และผู้ใช้ทางด่วน ในช่วงปลายไตรมาส 1/64

ส่วน บล.โนมูระ พัฒนสิน คาด BEM จะรายงานกำไรสุทธิไตรมาส 4/63 จำนวน 552 ล้านบาท เติบโตขึ้น 6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นการเติบโตขึ้นครั้งแรกในรอบ 1 ปี จากค่าใช้จ่ายด้อยค่าทางด่วนลดลง แต่กำไรสุทธิไตรมาส 4/63 หดตัว 33% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน สาเหตุหลักเกิดจากรายได้ปันผลรับลดลงจากไตรมาสก่อน 

ขณะที่การแพร่ระบาดโควิด-19 รอบใหม่ เป็นปัจจัยกดดันผลประกอบการอยู่บ้าง แต่มอง BEM ได้รับผลกระทบเล็กน้อยเท่านั้น เพราะคาดรัฐบาลคุมสถานการณ์ได้ ซึ่งมองว่ารัฐบาลจะไม่มีการประกาศใช้มาตรการล็อกดาวน์เข้มข้นเหมือนช่วงต้นปี 63
 

*** โบรกฯ มองน่าสนใจ ราคายัง Laggard
 

บล.คันทรี่ กรุ๊ป มอง BEM เป็นหุ้นที่น่าสนใจ จากมาตรการคลายล็อกกิจการ และกิจกรรม บางประเภท ของ กทม.  เนื่องจาก BEM มีปัจจัยบวกรออยู่ พร้อมกับราคาหุ้นที่ยัง Laggard เมื่อเทียบกับ SET Index

ขณะที่ บล.เอเซีย พลัส ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า BEM กำลังเป็นหุ้นที่น่าสนใจ จากราคาหุ้นที่ยัง Laggard เมื่อเทียบกับ SET Index ที่ปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว แม้การฟื้นตัวของผลประกอบการไตรมาส 4/63 และไตรมาส 1/64 จะช้ากว่าคาด แต่ราคาหุ้นจะได้แรงหนุนจากจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในประเทศ ที่กำลังลดลง, ความคืบหน้าของวัคซีนป้องกันโควิด-19 และการประมูลโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม
 

*** ราคาหุ้นมีอัพไซด์ 2 บ./หุ้น จากการประมูลรถไฟฟ้าสายสีส้ม
 

บล.ทิสโก้ ให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับความคืบหน้าการประมูลโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ว่า BEM มีโอกาสชนะการประมูลโครงการดังกล่าว ซึ่งคาดประกาศผลในช่วงไตรมาส 1/64 ซึ่งหาก BEM ชนะการประมูลดังกล่าว จะมีอัพไซด์ต่อราคาหุ้น BEM ประมาณ 2 บาทต่อหุ้น นอกจากนี้ ยังมีโครงการอื่นที่จะเป็นปัจจัยบวกต่อกลุ่มธุรกิจรถไฟฟ้า อาทิ รถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ ซึ่งคาดรัฐบาลจะเริ่มประมูลงานโยธาในปีนี้
 

*** กำไรปี 64 ฟื้นแรง จากฐานต่ำ
 

บล.เอเซีย พลัส ประเมินกำไรสุทธิปี 64 ของ BEM ที่ 3.3 พันล้านบาท เติบโตขึ้น 61% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหนุนจากการเปิดเดินรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินครบทั้งเส้นแบบเต็มปี และจำนวนผู้โดยสารรถไฟฟ้าในช่วงไตรมาส 1/64 ยังทรงตัวจากไตรมาสก่อน แม้จะมีการแพร่ระบาดโควิด-19 ระลอกใหม่ ขณะที่ ยังเห็นภาพการฟื้นตัวของจำนวนผู้โดยสารรถไฟฟ้า หลังการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคดังกล่าวทำได้ดีขึ้น

สอดคล้องกับ บล.เคทีบี (ประเทศไทย) คาด BEM จะรายงานกำไรสุทธิปี 64 จำนวน 3.4 พันล้านบาท เติบโตขึ้น 67% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน  โดยมีแรงหนุนจากการฟื้นตัวของผู้ใช้บริการทางด่วน ที่คาดเพิ่มขึ้น 9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และจำนวนผู้โดยสารรถไฟฟ้าที่คาดเพิ่มขึ้น 16% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
 

*** โบรกฯ แนะนำ"ซื้อ"
 

จากการสำรวจความคิดเห็นนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่แนะนำ"ซื้อ" เนื่องจากมองว่า BEM ได้รับผลกระทบเพียงเล็กน้อยจากการแพร่ระบาดโควิด-19 รอบใหม่ ขณะที่ปี 64 มีปัจจัยหนุนจากการเปิดเดินรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินเต็มปี ซึ่งจะช่วยหนุนจำนวนผู้โดยสารรถไฟฟ้าเพิ่มขึ้น ส่วนผู้ใช้ทางด่วนมีแนวโน้มฟื้นตัวเช่นกัน ขณะที่ราคาหุ้นปัจจุบันยัง Laggard ตลาด
 

บล. คำแนะนำ ราคาเหมาะสม (บ.)
เคทีบี ซื้อ         9.50
เอเชีย พลัส ซื้อ         10.20
บัวหลวง ซื้อ         10.30
ฟิลลิป  ซื้อ         11.00
ราคาเฉลี่ย 10.25

การเข้าลงทุนในหุ้น BEM ช่วงนี้ อาจเป็นโอกาสสำหรับนักลงทุนที่กำลังมองหาหุ้น Laggard พื้นฐานดี เพราะราคาหุ้น BEM ที่ซื้อขายปัจจุบัน ปรับตัวลงมามากจากความกังวลโควิด-19 รอบใหม่ จนราคาหุ้นมีอัพไซด์จากราคาเฉลี่ยของนักวิเคราะห์ราว 25% ขณะที่ ระยะข้างหน้า ยังมีปัจจัยบวกดันราคาหุ้น อาทิ การประมูลรถไฟฟ้าสายสีส้ม และจำนวนผู้โดยสารรถไฟฟ้า ผู้ใช้ทางด่วนฟื้นตัว เป็นต้น.....
 







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh




LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด