หุ้นเด่นวันนี้

CBG แพงแซงพื้นฐาน! จับตาลดต้นทุนหนุนกำไรได้กี่ปี

CBG แพงแซงพื้นฐาน! จับตาลดต้นทุนหนุนกำไรได้กี่ปี

    CBG เริ่มลดความร้อนแรง หลังราคาหุ้นพุ่งรับข่าวเทิร์นอะราวด์ไปแล้วกว่า 107% นับจากต้นปี ทะลุเป้าหมายกูรูหลายสำนัก โบรกฯ ชี้ลดต้นทุนตลาดอังกฤษช่วยหนุนกำไรปีนี้ แต่จ่อฉุดการเติบโตของกำไรระยะยาว ขณะที่จีนยังไม่เห็นสัญญาณฟื้น

    ราคาหุ้น บริษัท คาราบาวกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ CBG ร่วงแรงตั้งแต่เปิดตลาดทำจุดต่ำสุดรอบเช้าที่ 60.75 บาท ก่อนปิดตลาดรอบเช้าที่ 61.50 บาท ลดลง 2.25 บาท หรือ 3.53% 

    CBG ประกอบธุรกิจโดยการถือหุ้นในบริษัทอื่น (Holding Company) ซึ่งมีการลงทุนหลักในบริษัทย่อยที่ประกอบธุรกิจ ผลิต ทำการตลาด จำหน่าย และบริหารจัดการการจัดจำหน่ายเครื่องดื่มบำรุงกำลังและเครื่องดื่มอื่น ๆ อย่างครบวงจร โดยในปี 61 มีสัดส่วนรายได้จากธุรกิจในประเทศ 54.8% และมีรายได้จากธุรกิจต่างประเทศ 44.8%

    ผลประกอบการ CBG กำไรลดลงต่อเนื่องในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา (59 - 61) อยู่ที่ 1,489 ล้านบาท 1,245 ล้านบาท และ 1,158 ล้านบาท ตามลำดับ สาเหตุหลักมาจากค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นในการขยายตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะการเป็นผู้สนับสนุนสโมสรฟุตบอลต่างประเทศเพื่อทำตลาดในอังกฤษ

    แม้ผลประกอบการโดยรวมจะอ่อนแอ แต่เนื่องจากในไตรมาส 4/61 CBG ได้เริ่มแผนลดต้นทุนการขยายตลาดในประเทศอังกฤษทำให้กำไรสุทธิกลับมาฟื้นแรงถึง 145% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ส่งผลให้ราคาหุ้น CBG ฟื้นตัวต่อเนื่องมาตั้งแต่ต้นปี 62 ซึ่งเป็นช่วงที่ราคาอยู่ที่ 30.75 บาท ขึ้นมาทำจุดสูงสุดรอบ 1 ปี 1 เดือนที่ 66.50 บาท ไปเมื่อวานนี้ (23 เม.ย.)

    วันนี้ CBG กลับมาเจอแรงขายกดหุ้นรูดอีกครั้ง โดยนักวิเคราะห์มองราคาหุ้นที่ปรับตัวขึ้นมาถึง 107% ตั้งแต่ต้นปีได้สะท้อนประเด็นผลประกอบการเทิร์นอะราวด์ไปแล้ว แม้แผนลดค่าใช้จ่ายลุยตลาดจะหนุนกำไรปีนี้โตแรงถึง 66% แต่จะทำให้กำไรตั้งแต่ปี 63 โตต่ำเหลือเพียง 20 - 30% เท่านั้น

    บล.กรุงศรี เผย ไตรมาส 1/62 คาดกำไรสุทธิจะทำได้ 400 ล้านบาท โต 122% จากช่วงเดียวกันปีก่อน หนุนจากยอดขายทั้งในประเทศที่คาดโต 5% จากรายได้เกษตกรใน 2 เดือนแรกของปีนี้เพิ่มขึ้น 4% ขณะที่ตลาด CLMV จะโต 20% อย่างไรก็ดีคาดว่ายอดส่งออกไปจีนจะลดลง 20% จากช่วงเดียวกันปีก่อนเหลือ 20 ล้านกระป๋อง รวมถึงการขาดทุนจากอังกฤษจะลดลง 20% เหลือ 215 ล้านบาท จากค่าใช้จ่ายการตลาดที่ลดลง

    ด้านแผนการลดต้นทุน คาดอัตรากำไรขั้นต้น(GPM)สำหรับเครื่องดื่มชูกำลังในประเทศปีนี้จะเพิ่มขึ้นมาที่ 38% หนุนโดยราคาน้ำตาลและวัตถุดิบสำหรับขวดแก้วลดลง และ GPM สำหรับสินค้าส่งออกจะเพิ่มมาเป็น 37 - 38% ในปี 62 - 63 เนื่องจากบริษัทหันมาผลิตกระป๋องอลูมิเนียมเอง ขณะที่ตลาดในประเทศอังกฤษบริษัทตั้งเป้าจะลดการขาดทุนลง โดยการลดค่าใช้จ่ายการตลาด ลดค่าสปอนเซอร์ให้แก่สโมสรฟุตบอลเชลซี โดยคาดว่าปีนี้จะรับผลขาดทุนจากอังกฤษมาที่ 704 ล้านบาท

    ทำให้คาดกำไรสุทธิปีนี้จะกลับมาโตสูงถึง 66% แตะ 1,932 ล้านบาทจากแผนการลดต้นทุน อย่างไรก็ตามราคาหุ้น CBG ได้สะท้อนประเด็นผลประกอบการเทิร์นอะราวด์ไปมากแล้ว ซึ่งจากต้นปีถึงปัจจุบันได้ปรับขึ้นมาถึง 107% ขณะที่ปีถัดไปจะไม่ได้รับประโยชน์จากการลดต้นทุนเข้ามาอีกมากนักทำให้กำไรสุทธิตั้งแต่ปี 63 ขึ้นไปจะโตต่ำเพียง 20 - 30%

    แนะนำ ขาย ราคาเป้าหมาย 50 บาท ปัจจุบันราคาหุ้นพุ่งขึ้นมามาก คิดเป็น P/E ในปี 63 ที่ 33 เท่า และกำไรจะเติบโตต่ำเพียง 20 - 30% ตั้งแต่ปี 62 ขึ้นไป

    จับตา! นักวิเคราะห์ชี้ยอดขายใน CLMV ที่เป็นดาวเด่นผ่านจุดพีคสุดไปแล้ว ขณะที่ยอดขายจีน-อังกฤษยังต้องลุ้น หากทำไม่ได้ตามเป้าตลาดเตรียมตอบสนองเชิงลบรุนแรง

    บล.หยวนต้า เผย ได้ปรับประมาณการกำไรปกติปี 62 ขึ้นมาที่ 1,613 ล้านบาท โต 55.1% จากปีก่อน และปรับราคาเป้าหมายขึ้นมาที่ 49.50 บาท แต่เนื่องจากตลาดคาดหวังแนวโน้มธุรกิจฟื้นตัวเอาไว้มากทำให้ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นจนไม่มีอัพไซด์แล้ว

    โดยในแง่ผลการดำเนินงาน แม้จะยังมีมุมมองเชิงบวกจากการเติบโตของบอดขายใน CLMV  แต่เชื่อว่าได้ผ่านช่วงเติบโตสูงสุดไปแล้วโดยเฉพาะในกัมพูชา อาจกระทบยอดขายปีนี้ได้ ขณะที่ตลาดเมียนมายังต้องแข่งขันสูงกับ OSP ที่รักษาส่วนแบ่งการตลาดเต็มที่ ด้านตลาดอัฟกานิสถานเริ่มเห็นการฟื้นตัวหลังจากหดตัวถึง 75% ในปีก่อน ขณะจีนยอดขายลดลงไปถึง 42% ในปีก่อน แม้ปีนี้บริษัทจะตั้งเป้าทำยอดขายโตเท่าตัวแตะ 150 - 200 ล้านกระป๋องในปีนี้ แต่ได้รวมไว้ในประมาณการไปแล้ว

    ขณะที่ธุรกิจในอังกฤษ หรือ ICUK (ถือหุ้น 84%) มีมุมมองบวกมากขึ้นหลังผู้บริหารเปิดเผยแผนลดต้นทุนที่เป็นรูปธรรมมากขึ้น โดยตั้งเป้าลดผลขาดทุนจาก 26 ล้านปอนด์ในปี 2561 ให้เหลือ 10 ล้านปอนด์ หรือลดลง 16 ล้านปอนด์ จากค่าใช้จ่ายสนับสนุนทีมฟุตบอลลดลง 3 ล้านปอนด์ ค่าโฆษณาทางTV ลดลง 3 ล้านปอนด์ การทำการขายภาคสนามลดลง 2 - 3 ล้านปอนด์ ที่เหลือเป็นการเพิ่มประสิทธิการทำกำไร เน้นขาย Outlet ที่มีกำไรสูง ไม่ขายพร่ำเพรื่อ ซึ่งจะทำให้อัตรากำไรขั้นต้นดีขึ้น ต้นทุนขนส่งและ SG&A ลดลง เราประมาณการขาดทุนลดลงของ ICUK ที่ราว 10 ล้านปอนด์ เป็น 16 ล้านปอนด์

    แนะนำ ขาย ราคาเป้าหมาย 49.50 บาท (วิธี DCF ด้วย WACC 8.5% และ Terminal growth 3.5%)เป้าหมายของบริษัทค่อนข้างท้าทาย เนื่องจากมีความเสี่ยงในหลายปัจจัยดังกล่าวข้างต้น ตลาดจะมีมุมมองเป็นกลางหากทำได้ตามเป้า แต่หากต่ำกว่าเป้าตลาดจะตอบสนองเชิงลบได้แรงเช่นกัน

    CBG เป็นหุ้นที่นักลงทุนตั้งความหวังเอาไว้สูง สะท้อนจากค่า P/E ปัจจุบันที่สูงเกิน 50 เท่า เทียบกับ OSP ที่ทำธุรกิจคล้ายกันเทรดที่ P/E เพียง 29 เท่าเท่านั้น ซึ่งต้องจับตาว่าบริษัทจะสามารถสร้างกำไรเติบโตได้ทันราคาหุ้นหรือไม่ เพราะแม้ว่าแผนลดค่าใช้จ่ายการทำตลาดจะช่วยหนุนกำไรปีนี้ แต่ก็เท่ากับว่าได้ลดโอกาสการเติบโตในอังกฤษไปด้วย และหากบริษัทต้องเจาะตลาดใหม่ๆ อีกครั้ง ก็ย่อมทำให้ค่าใช้จ่ายปรับเพิ่มขึ้นมาอยู่ดี

   คำแนะนำและราคาเป้าหมาย CBG
  คำแนะนำ ราคาเป้าหมาย
บล.หยวนต้า      ขาย          49.5
บล.กรุงศรี      ขาย           50
บล.ทิสโก้      ถือ           50
บล.เออีซี      ถือ           56
บล.บัวหลวง      ซื้อ           55
บล.เคจีไอ      ซื้อ           60






ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh




LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด