หุ้นเด่นวันนี้

RATCH นิวไฮรอบ 5 เดือน ...ดีล NEJV หนุนโตแค่ไหน ?

RATCH นิวไฮรอบ 5 เดือน ...ดีล NEJV หนุนโตแค่ไหน ?

เช้านี้ RATCH ดีดทำนิวไฮรอบ 5 เดือน หลังจ่อเข้าซื้อ NEJV บริษัทพลังงานทดแทน ด้วยเม็ดเงินกว่า 2.1 หมื่นลบ. โบรกฯคาดดีลนี้ หนุนกำไรระยะยาว จากการต่อยอดธุรกิจพลังงานสะอาด ประเมินกำไรเพิ่มราว 800 – 1,200 ลบ./ปี ส่วนราคาเหมาะสมคาดมีอัพไซด์อีก 3 – 5 บ./หุ้น 
 

*** นิวไฮ 5 เดือน หลังซื้อบริษัทพลังงานใหม่
 

ราคาหุ้น บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ RATCH ช่วงเช้าวันนี้ (18 ส.ค.65) ดีดขึ้นไปทำจุดสูงสุดที่ราคา 43.25 บาท ทำระดับราคาหุ้นสูงสุดใหม่ (นิวไฮ) รอบ 5 เดือน ก่อนปิดซื้อขายภาคเช้าด้วยราคา 42.75 บาท เพิ่มขึ้น 0.5 บาท หรือ 1.18% มีปริมาณการซื้อขายเพิ่มขึ้น 169.45% จาก 5 วันทำการก่อนหน้า 

บทวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) หยวนต้า (ประเทศไทย) ระบุสาเหตุที่ทำให้ราคาหุ้น RATCH เช้านี้ ปรับตัวขึ้นทำนิวไฮรอบ 5 เดือน เนื่องจากกำลังได้รับปัจจัยหนุน จากการลงนามเข้าซื้อหุ้นสัดส่วน 100% ของ NEJV ซึ่งเป็นผู้ถือสินทรัพย์ประเภทโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทน ในภูมิภาคอาเซียน และ ออสเตรเลีย ใช้เงินลงทุนราว 605 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 2.1 หมื่นล้านบาท) คาดธุรกรรมเสร็จสิ้น ไตรมาส 4/65 – ไตรมาส 1/66 

ด้าน บล.เอเซีย พลัส ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า การเข้าลงทุนในดีลดังกล่าวของ RATCH สอดคล้องกับแผนธุรกิจที่ต้องการรับรู้รายได้ทันทีภายหลังการซื้อหุ้นเสร็จ โดยการซื้อหุ้นดังกล่าว จะได้กำลังการผลิตโรงไฟฟ้าที่ทั้งเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ (COD) อยู่แล้ว และโครงการที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างพัฒนาอีกร่วม 24 โครงการ กำลังการผลิตรวมกว่า 1.5 พันเมกะวัตต์ 

หลักๆ ประกอบด้วย  โรงไฟฟ้าพลังงานลมทั้งบก และในทะเล จำนวน 12 แห่ง, โครงการพลังงานน้ำ จำนวน 3 แห่ง, โครงการพลังงานแสงอาทิตย์ จำนวน 3 แห่ง, โครงการโรงไฟฟ้าก๊าซฯ จำนวน 2 แห่ง และโครงการพัฒนาระบบกักเก็บแบตเตอรี่ จำนวน 4 โครงการ เป็นต้น  
 

*** คาดดีลนี้ หนุนกำไรราว 1.2 พันลบ./ปี 
 

บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ประเมินว่า หาก RATCH สามารถปิดดีลดังกล่าวได้เสร็จสิ้น จะสามารถช่วยเพิ่มกำไรในระยะสั้นของ RATCH เพิ่มขึ้นอีกราว 800 – 1,200 ล้านบาท/ปี (ไม่นับรวมโครงการที่อยู่ใน Pipeline) เนื่องจากกำลังการผลิตของ NEJV ส่วนใหญ่เป็นพลังงานหมุนเวียน เช่น พลังงานลม และแสงอาทิตย์ เป็นต้น 

ดังนั้น หากอิงกำไรต่อปีเฉลี่ยที่ 1 เมกะวัตต์ ของโรงไฟฟ้าพลังงานลม และแสงอาทิตย์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ราว 1 – 3 ล้านบาท/เมกะวัตต์ จะทำให้กำไรสุทธิของ RATCH เพิ่มขึ้นตามที่เราประเมินไว้เบื้องต้น และจะทำให้ราคาเหมาะสมของ RATCH มีอัพไซด์อีกราว 3 – 5 บาท/หุ้น 

ส่วน บล.เอเซีย พลัส ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า การเข้าลงทุนดังกล่าว จะทำให้กำลังการผลิตของ RATCH เพิ่มขึ้นอีก 16.3% มาอยู่ที่ราว 1 หมื่นเมกะวัตต์ ถือเป็นการเร่งทำให้บริษัทบรรลุเป้าหมาย ที่จะเพิ่มกำลังผลิตให้ได้ 1 หมื่นเมกะวัตต์ และช่วยผลักดันการเพิ่มสัดส่วนกำลังการผลิตพลังงานทดแทนให้ถึงเป้าหมาย 25% ที่ตั้งเป้าไว้ภายในปี 68 และยังเป็นการต่อยอดกำไรในระยะยาวอีกด้วย 
 

*** โบรกฯชี้เงินลงทุน มีอัตราดอกเบี้ยต่ำ
 

บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ระบุว่า RATCH จะมีการกู้เงิน 605 ล้านดอลลาร์ (เต็มจำนวนโครงการ) เพื่อใช้ทำธุรกรรมครั้งนี้ ซึ่งแม้เงินกู้จะอยู่ในสกุลเงินดอลลาร์ แต่ยังมีปัจจัยบวก คือ อัตราดอกเบี้ยค่อนข้างต่ำราว 2 – 3% ต่อปี เนื่องจากการกู้เงินเพื่อมาลงทุนโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน สอดคล้องกับนโยบายด้าน ESG ของธนาคารต่างประเทศ ที่ต้องการสนับสนุนการลงทุนพลังงานสะอาด
 

*** ส่องกำไร Q3/65 คาดทำได้ราว 2.2 พันลบ. 
 

บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ประเมินกำไรปกติไตรมาส 3/65 ของ RATCH ไว้ราว 2.2 พันล้านบาท เติบโตโดดเด่นจากปีก่อน แต่ยังทรงตัวจากไตรมาสก่อน  เนื่องจากไม่มีการปิดซ่อมโรงไฟฟ้าที่เป็นแหล่งรายได้หลักในช่วงดังกล่าว อีกทั้ง ยังได้รับอานิสงส์จากการปรับขึ้นค่า Ft เดือน ก.ย. – ธ.ค.นี้ อีกด้วย 

นอกจากนี้ RATCH จะรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากโรงไฟฟ้า NRER แบบเต็มไตรมาสเป็นครั้งแรก และ รับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากโรงไฟฟ้าถ่านหิน Paiton 7/8 และ Paiton 3 กำลังการผลิตรวม 931 เมกะวัตต์ ในอินโดนีเซีย หลังธุรกรรมเสร็จสิ้นช่วงปลายไตรมาส 3/65 หนุนให้กำไรสุทธิปี 65 อยู่ที่ 8.2 พันล้านบาท เติบโตขึ้น 6% จากปีก่อน 

ขณะที่ บล.ดาโอ (ประเทศไทย) มองว่า ผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งหลังปี 65 ของ RATCH มีแนวโน้มโดดเด่นกว่าช่วงครึ่งปีแรก มีปัจจัยหลัก จากการรับรู้กำไรของโรงการ Paiton กำลังการผลิตรวม 931 เมกะวัตต์ ส่งผลให้กำไรสุทธิปี 65 จะทำได้ 8.6 พันล้านบาท เติบโตขึ้น 12% จากปีก่อน 

โดยสรุป นักวิเคราะห์ 3 ราย ประเมินกำไรสุทธิปี 65 ของ RATCH ไว้ดังนี้ 

บล.  กำไรสุทธิปี 65 (ลบ.) %chg YoY
โนมูระฯ   9,521             23
ดาโอฯ  8,670             12
หยวนต้า  8,266             6


*** โบรกฯชี้ Valuation ยังน่าสนใจสะสม
 

บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) มองว่า มูลค่า (Valuation) ณ ปัจจุบันของ RATCH ยังมีความน่าสนใจเข้าสะสม สะท้อนจากราคาหุ้นปัจจุบัน ที่เทรด P/E ปี 65 – 66 เพียง 10.6 เท่า และ 7.2 เท่า ตามลำดับ ซึ่งเป็นระดับที่ต่ำกว่าหุ้นในกลุ่มเดียวกัน นอกจากนี้ RATCH มักจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล ภายใน 2 สัปดาห์ หลังประกาศงบไตรมาส 2

สถิติการจ่ายปันผลดังกล่าวของ RATCH อ้างอิงข้อมูล 5 ปีย้อนหลัง ทำให้เบื้องต้นคาดว่า RATCH จะจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล ที่อัตรา 1.15 บาท/หุ้น คิดเป็นอัตราผลตอบแทน (Dividend Yield) ราว 2.9% ซึ่งทำให้ราคาหุ้นของ RATCH มีดาวน์ไซด์จำกัดในระยะนี้ด้วย 

ส่วน บล.เอเซีย พลัส ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ราคาหุ้น RATCH ในช่วงที่ผ่านมา มีการปรับฐาน และได้สะท้อน Dilution ของการเพิ่มทุนไประดับหนึ่งแล้ว จึงมองว่า เป็นจังหวะที่เหมาะสม ที่นักลงทุนจะหาจังหวะทยอยเข้าสะสมหุ้น เพื่อรับเงินปันผลที่คิดเป็น Dividend Yield ราว 5% ต่อปี 
 

*** ส่วนใหญ่ยังแนะนำ"ซื้อ"
 

จากการสำรวจความคิดเห็นนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ยังคงแนะนำ"ซื้อ" เนื่องจากมองว่า ผลการดำเนินงานของ RATCH กำลังเข้าสู่ช่วงการเติบโต จากการเตรียมรับรู้รายได้โครงการใหม่อย่าง Paiton ในช่วงครึ่งปีหลัง อีกทั้งปี 66 จะได้แรงหนุนจากโครงการ NEJV อีกด้วย
 

บล. คำแนะนำ ราคาเหมาะสม (บ.)
ฟินันเซียฯ ซื้อ     60.00
หยวนต้า ซื้อ     57.00
ดาโอฯ   ซื้อ     50.00
ยูโอบีฯ  ซื้อ     50.00
เอเชีย พลัส  ซื้อ     50.00
ราคาเฉลี่ย   53.40

หากอ้างอิงข้อมูลของนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ ดูเหมือนว่าโบรกเกอร์ จะมีมุมมองบวกต่อประเด็นการเข้าซื้อ NEJV อยู่พอสมควร เพราะนอกจากจะเป็นโครงการที่สามารถบันทึกกำไรได้ทันทีแล้ว ยังเป็นโอกาสในการขยายกำลังการผลิตในส่วนพลังงานทดแทน ที่เกาะไปกับกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลก ได้อย่างรวดเร็วอีกด้วย ... 







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh




LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด