หุ้นเด่นวันนี้

SISB กับสาเหตุหุ้นพุ่ง จับตารอบนี้ไปได้ไกลแค่ไหน

SISB กับสาเหตุหุ้นพุ่ง จับตารอบนี้ไปได้ไกลแค่ไหน

SISB วอลุ่มเข้าดันราคาพุ่ง ลุ้นทะลุไฮเดิม 9.15 บาท หลังเข้าโครงการจัดทำบทวิเคราะห์ของ IAA นักวิเคราะห์คาดกำไรปีนี้โตก้าวกระโดด 120% แตะ 228 ล้านบาท จับตารอบนี้ไปไกลแค่ไหน หลังพบ NVDR ทยอยปล่อยของต่อเนื่อง


หุ้นบริษัท เอสไอเอสบี จำกัด (มหาชน) หรือ SISB มีแรงเก็งกำไรเข้ามาอย่างโดดเด่นอีกครั้ง โดยราคาปรับขึ้นแตะระดับสูงสุดวานนี้ (21 ต.ค.) ที่ 9.15 บาท ซึ่งเป็น All Time High ที่เคยทำไว้เมื่อวันที่ 16 ก.ย. ที่ผ่านมา ก่อนปิดที่ 8.90 บาท เพิ่มขึ้น 0.05 บาท สวนทาง ดัชนีฯ ที่ติดลบ 10.65 จุด ด้วยปริมาณหุ้นที่ซื้อขายเพิ่มขึ้นกว่า 404% จากที่ซื้อขายวันละ 2.68 ล้านหุ้น เพิ่มเป็น 10.85 ล้านหุ้น 


อย่างไรก็ตามพบว่า NVDR ทยอยลดสัดส่วนการถือหุ้น SISB ต่อเนื่อง จากระดับราว 13 ล้านหุ้นเมื่อปลายเดือน ก.ย. เหลือ 9.6 ล้านหุ้นในปัจจุบัน


SISB ประกอบธุรกิจโรงเรียนนานาชาติ ซึ่งใช้หลักสูตรการศึกษาของประเทศสิงคโปร์เป็นหลักสูตรพื้นฐาน โดยได้รับใบอนุญาตจัดตั้งโรงเรียนตามพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน ปัจจุบันมีโรงเรียนนานาชาติภายในกลุ่มบริษัท 5 โรงเรียน บริษัทฯ เพิ่งเข้าเทรดในตลาด mai เมื่อวันที่ 29 พ.ย. 61 ด้วยราคาไอพีโอ 5.20 บาท  ก่อนย้ายเข้ามาซื้อขายใน SET เมื่อวันที่ 23 เม.ย. 62 


ผลการดำเนินงาน SISB ปี 61 มีกำไรสุทธิ 103.52 ล้านบาท ส่วนครึ่งแรกปีนี้มีกำไร 94.50 ล้านบาท 


SISB เพิ่งได้รับคัดเลือกจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เพื่อเข้าคำนวณดัชนี “sSET Index” ในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2562 (1 กรกฎาคม - 31 ธันวาคม 2562) นอกจากนี้ยังเป็นหนึ่งในหุ้นที่อยู่ในโครงการจัดทำบทวิเคราะห์สำหรับผู้ลงทุนของสมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน (IAA) ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก ตลท. และ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์(ก.ล.ต.) 


สำหรับเกณฑ์การคัดเลือกหลักทรัพย์เพื่อจัดทำบทวิเคราะห์ในโครงการนี้ คือ 1.ต้องเป็นหุ้นที่ไม่อยู่ในดัชนี SET100 2.มีมูลค่ามาร์เก็ตแคปมากกว่า 3,000 ล้านบาท 3.ไม่มีบทวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานหรือมีเพียงรายเดียว ส่วนธีมหุ้น จะเน้น บจ.ในดัชนีหุ้นยั่งยืน (SETTHSI), กลุ่มธุรกิจ Well-being และ หุ้นในอุตสาหกรรมที่น่าสนใจ นอกจากนี้ต้องเป็นหุ้นที่ไม่มีประวัติด้านลบ หรือ มีปัญหาในการตรวจสอบบัญชี


ล่าสุดมี บล.ทิสโก้ ออกบทวิเคราะห์เป็นครั้งแรก โดยเริ่มวิเคราะห์หุ้น SISB ด้วยคำแนะนำ "ซื้อ" มูลค่าที่เหมาะสม 10.30 บาท คาดการณ์กำไรปีนี้โตกระโดด 120% หรือ 228 ล้านบาท  


1) คาดผลประกอบการเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง โดยคาดกำไรสุทธิปี 2019F เติบโตก้าวกระโดด 120% และปี2020-21F เพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ 24% (CAGR2y) 2) คาดอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นจากอัตราส่วนนักเรียนที่เพิ่มขึ้นมากกว่าจำนวนครูที่เพิ่มขึ้น 3) ธุรกิจโรงเรียนนานาชาติจัดเป็นธุรกิจเกี่ยวกับการศึกษาและได้รับการยกเว้นภาษี 4) SISB มีจุดแข็งจากหลักสูตรสิงคโปร์เน้นวิชาการและกิจกรรมแห่งแรกในประเทศไทย 5) ขยายพื้นที่สาขาตรงจุดกับกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย 
          

แนวโน้มธุรกิจโรงเรียนนานาชาติในประเทศปี 2017 มีมูลค่า 53,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นปีละ 7.5% ในช่วง 7 ปีที่ผ่านมา จากการให้ความสำคัญทางการศึกษาของผู้ปกครองกับโรงเรียนนานาชาติเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้จำนวนนักเรียนและโรงเรียนนานาชาติในประเทศไทยเพิ่มขึ้นตาม รวมถึง SISB ที่มีรายได้เพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ 25% ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา 


บริษัทวางเป้าหมายนักเรียนในกลุ่มเพิ่มจาก 2,369 คน ณ สิ้นปี 2018 เป็น 4,000 คน ภายใน 3-5 ปี จากการขยายพื้นที่และเพิ่มสาขาในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา และมีแผนจะขยายพื้นที่เพิ่มขึ้นเพื่อรองรับนักเรียนมัธยมเพิ่มซึ่งจะทำให้สามารถรองรับนักเรียนเพิ่มขึ้นอีก 14% หรือรองรับนักเรียนสูงสุดรวมเป็น 4,775 คน 


โดยคาดจะเริ่มดำเนินการได้ปีการศึกษา 2021/22 และบริษัทมีแผนจะเพิ่มหลักสูตร IB ซึ่งเป็นหลักสูตรที่เป็นที่นิยมในชั้น ม.5- ม.6 (Grade 11-12) เพิ่มความสามารถในการสอบเข้ามหาวิทยาลัยชั้นนำ คาดจะเริ่มดำเนินงานได้ในปีการศึกษา 2020/21


เราคาดผลประกอบการของ SISB จะเติบโตต่อเนื่องจากปัจจัยที่สนับสนุนจาก 1) หลักสูตรสิงคโปร์ที่โดดเด่นเน้นทั้งวิชาการและกิจกรรม 2) อัตราค่าเล่าเรียนในระดับปานกลาง 3) การขยายพื้นที่และการปรับปรุงอาคารให้มีความสะดวกทันสมัย 


คาดรายได้ปี 2019F เพิ่มขึ้น 23%YoY (รายได้ 1H19 +19.4%) ปี 2020-21F เพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ 14% (CAGR 2y) จากการคาดจำนวนนักเรียนที่เพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ 200 คน ซึ่งบริษัทมี Utilization rate ปี 2018 ยังต่ำอยู่ที่เพียง 57% เนื่องจากการเพิ่งเริ่มเปิดสาขาใหม่ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ทำให้ยังสามารถรองรับนักเรียนเพิ่มขึ้นได้อีก 


นอกจากนี้ ปัจจุบันนักเรียนส่วนใหญ่อยู่ในระดับต่ำกว่ามัธยม (2,074 คน สิ้นปี 2018) หาก SISB สามารถพัฒนาหลักสูตรและจำนวนครูในระดับมัธยม/IB จะทำให้นักเรียนเลื่อนไปเรียนในระดับมัธยมเพิ่มขึ้น เราคาดอัตราค่าเล่าเรียนปี 2019 อยู่ที่ 450,000 บาท/ปี เพิ่มขึ้น 7% จากปี 2018 อยู่ที่ 420,000 บาท การปรับค่าเล่าเรียน 


เราคาดอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นปี 2019-21F เฉลี่ยอยู่ที่ 44 -46% (1H19 อยู่ที่ 43%) จากต้นทุนส่วนใหญ่เป็นค่าจ้างครูและบริหารจัดการอาคาร ซึ่งเพิ่มขึ้นในอัตราที่น้อยกว่ารายได้ที่เพิ่ม (operating leverage) บริษัทไม่เสียภาษีนิติบุคคลเพราะไม่เข้าข่ายเป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล 


แนะนำ "ซื้อ" จากการเติบโตของกลุ่มธุรกิจคาดผลประกอบการเติบโตต่อเนื่อง จากรายได้ที่เพิ่มขึ้น ธุรกิจเป็นแบบ operating leverage อัตรากำไรขึ้นต่อเนื่อง ในขณะที่ต้นทุนผันแปรต่ำ ต้นทุนส่วนใหญ่เป็นค่าจ้างครูและบริหารจัดการอาคารซึ่งเพิ่มขึ้นในอัตราที่ต่ำกว่ารายได้ที่เพิ่ม 
 

เราประเมินมูลค่าที่เหมาะสมด้วยวิธี DCF ราคาที่เหมาะสม 10.30 บาท ราคาหุ้นปัจจุบันมี PER20F อยู่ที่ 27.5X เทียบเท่า PEG21F ที่ 1.25X โดยคาด eps growth 2020F ที่ 26%, ปี 2021F ที่ 22%, คาดการณ์ ROE ปี 2020F อยู่ที่ 15% และปี 2021F อยู่ที่ 17% บริษัทมีฐานะการเงินแข็งแกร่ง มี D/E 20F ที่ต่ำ0.59X ปัจจัยเสี่ยง: 1) การแข่งขันของโรงเรียนนานาชาติ 2) การขาดแคลนบุคคลากร


ธุรกิจของ SISB นับว่าน่าสนใจ และยังเป็นสถาบันการศึกษาหนึ่งเดียวในตลาดหุ้น แต่ราคาที่ปรับขึ้นมาจนเหลืออัพไซด์จากราคาเหมาะสมไม่มาก ในขณะที่ NVDR ขายออกต่อเนื่อง จึงต้องจับตาว่าการกระชากขึ้นรอบนี้ จะเป็นของจริงหรือไม่







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh




LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด