หุ้นเด่นวันนี้

LPN เด้งแรงรับปันผลแจ่ม..แต่เป็นจังหวะ"ซื้อ" หรือ "ขาย"

LPN เด้งแรงรับปันผลแจ่ม..แต่เป็นจังหวะ

LPN บวกต่อไม่สนภาวะตลาด ขานรับข่าวดีจ่ายปันผลสูงถึง 40 สตางค์/หุ้น ดันราคาทำนิวไฮในรอบ 4 เดือน โบรกเกอร์ชี้แค่ปัจจัยบวกระยะสั้น ขณะที่พื้นฐานปีนี้มีโอกาสเห็นผลงานต่ำสุดในรอบ 3 ปี หลังงานในมือรอโอนต่ำ แถมมีโอกาสลดราคาขาย เพื่อระบายสต็อกโคงการ อาจกดดันมาร์จิ้น แนะทยอยขายทำกำไร หรือเปลี่ยนตัวเล่น เพราะอัพไซด์แทบไม่เหลือแล้ว


ราคาหุ้นบริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ LPN เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาขยับขึ้นมาปิดที่ 5.40 บาท ซึ่งเป็นนิวไฮในรอบกว่า 4 เดือนนับตั้งแต่เดือนตุลาคมที่เคยขึ้นไปทำนิวไฮที่ 5.70 บาท ขณะที่ปริมาณการซื้อขายหนาแน่ผิดปกติ +301.17% เมื่อเปรียบเทียบกับปริมาณการซื้อขายเฉลี่ย 5 วันที่ผ่านมา


จากข้อมูลพบว่า ราคาหุ้น LPN นั้นค่อยๆ แรลลี่มาตั้งวันที่ 11 กุมภาพันธ์ และเพียงแค่ 3 ทำการราคาหุ้นขึ้นมากว่า 8% แม้ไม่บอกว่าเพราะอะไร แต่เชื่อว่านักลงทุนก็คงพอเดาได้อยู่แล้ว


*** ราคาหุ้นพุ่งรับข่าวเซอร์ไพร์ส ปันผล 40 สตางค์


บล.โนมูระ พัฒนสิน ระบุว่า มุมมองเชิงบวกเล็กน้อย โดยถึงแม้กำไรสุทธิไตรมาส 4/62 ที่ 614 ลบ. (+16% y-y, +431% q-q) และกำไรสุทธิปี 62 ที่ 1.25 พันลบ (-8%y-y) ใกล้เคียงเราและตลาดคาด แต่การจ่าย interim dividend (รอบครึ่งหลังของปี 62) สูงถึง 0.40 บาท/หุ้น คิดเป็น dividend yield 8% (ขึ้น XD 26 กพ. 2020) มากกว่าคาด เป็นการสร้างเซอร์ไพร์สเชิงบวกต่อราคาหุ้น


*** งานในมือรอโอนต่ำสุดในรอบ 3 ปี ฉุดกำไรดิ่งต่อเนื่อง


บล.เคทีบี (ประเทศไทย) ประเมินกำไรสุทธิปี 63 น่าจะยังลดลงต่อ โดยยังประเมินกำไรสุทธิปีนี้ที่ 1 พันล้านบาท -20% YoY เนื่องจาก LPN มี backlog ที่จะโอนปีนี้เพียง 3.6 พันล้านบาท ต่ำสุดในรอบ 3 ปี ขณะที่ปี 63 จะมีโครงการใหม่ที่จะก่อสร้างแล้วเสร็จเริ่มโอนมูลค่ารวม 7 พันล้านบาท ลดลงจากปีก่อนที่ 8.1 พันล้านบาท ทั้งนี้ ประเมินรายไดปี 63 ที่ 9.4 พันล้านบาท -5% YoY นอกจากนั้น จากการที่ LPN ยังต้องเน้นเพิ่มรายได้จากสินค้าคงเหลือในสต็อก ซึ่งอาจต้องใช้กลยุทธ์ลดราคา และจะทำให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงเป็น 31% จากปีก่อนที่ 32.2%


*** มีโอกาสลดราคาขาย เพื่อระบายสต็อกโครงการเดิม กดดันมาร์จิ้น


ขณะที่ บล.เอเชีย พลัส ระบุว่า แผนธุรกิจปีนี้มีความท้าทายโดยที่จะบรรลุ Presale 1 หมื่นล้านบาท (เพิ่ม 49% YoY) ต้องขึ้นอยู่กับการเปิดโครงการไหมว่า จะได้ตามแผนหรือไม่ รวมถึงขึ้นอยู่กับอัตราการขายเป็นสำคัญ เช่นเดียวกับเป้าโอนฯ 1 หมื่นล้านบาท เนื่องจาก Backlog ที่พร้อมโอนฯ ปีนี้มีเพียง 3.6 พันล้านบาท หรือ 36% ของเป้าหมายบริษัททั้งปี ที่เหลืออีกราว 6 พันล้านบาท ต้องมาจากขายโอนฯ แนวรายใหม่ที่เปิดปีนี้ รวมถึงระบายสต๊อกคอนโดฯ พร้อมโอนฯ ที่มีอยู่ 9.2 พันล้านบาท ซึ่งวิธีที่จะเร่งขายโอนฯ ได้เร็วสุดคงต้องนำไปสู่การลดราคา


ทั้งนี้ ด้วยภาวะตลาดอสังหาฯ ที่มีหลายปัจจัยกดดัน ทำให้ฝ่ายวิจัยคงประมาณการปีนี้อย่างอนุรักษ์นิยม ประเมินยอดขาย Presale และโอนฯ ระดับ 8 พันล้านบาท, Gross Margin ขายฯ อยู่ที่ 30.5% (จาก 31.7% ปีก่อน) จากสัดส่วนแนวราบที่เพิ่มขึ้นและมาร์จิ้นต่ำกว่าคอนโดฯ ขณะที่มาร์จิ้นคอนโดฯ บางส่วนอาจถูกกดดันจากการลดราคาขายเพื่อระบายสต๊อก


*** ราคาหุ้นตอบรับปันผลเกินคาด แนะทยอยลดพอร์ต หรือเปลี่ยนตัวเล่น


บล.เคทีบี (ประเทศไทย) ระบุว่า ราคาหุ้น LPN มีการปรับตัวลงและ underperform SET -16% ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา จากกำไรสุทธิ 9 เดือนของปี 62  ที่ลดลงมาก -24% YoY แต่ราคาหุ้นกลับมาเพิ่มขึ้นและ outperform SET +15% ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา จากกำไรสุทธิไตรมาส 4/62 ที่กลับมาเติบโตได้ดี และยังประกาศจ่ายเงินปันผลในช่วงที่เหลือของปีนี้ที่สูงเกินคาดที่ 0.40 บาท/หุ้น คิดเป็น dividend yield สูงถึง 7.6% โดยจะขึ้น XD วันที่ 26 ก.พ. คาดว่าราคาหุ้นจะยัง outperform SET ในระยะสั้นจากปันผลที่สูง อย่างไรก็ตาม เรามองเป็นจังหวะในการขาย เนื่องจากแนวโน้มกำไรปี 2020E ที่จะยังปรับตัวลดลง


ด้าน บล.เอเชีย พลัส มองว่า ราคาหุ้น LPN นั้นปรับตัวขึ้นมาปรับปันผลครึ่งหลังของปี 62 ดีเกินคาด จนทำให้ Upside แทบไม่เหลือ จากราคาเหมาะสมปี 63 ที่ 5.5 บาท (PER 8 เท่า) จึงแนะนำเปลี่ยนตัวเล่นไปยัง LH, PSH และ AP ที่มีการกระจายตัวของพอร์ตสินค้าได้ดีกว่า รวมถึงมี Backlog และราคายังมี Upside มากกว่า


เช่นเดียวกับ บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส ที่ระบุว่า ราคาหุ้นขณะนี้ซื้อขายด้วย P/E ปี 63 ที่ 8 เท่า สูงกว่ากลุ่มที่ 7 เท่า หากราคาหุ้นปรับขึ้นเพราะปันผลสูง เป็นจังหวะทยอยลดพอร์ต ราคาปัจจุบันเต็มมูลค่า (Fully Valued) ราคาพื้นฐานเป็น 3.90 บาท ด้วย P/E ปี 63 ที่ 6 เท่า เพิ่มเล็กน้อย


ขณะที่ บล.หยวนต้า ระบุว่า ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นมากว่า 19.8% YTD สะท้อนปัจจัยบวกจากเงินปันผลไปมากแล้ว เชิงกลยุทธ์มองเป็นจังหวะที่ดีในการ “ขายทำกำไร” และชะลอการลงทุนจนกว่าจะมีปัจจัยบวกใหม่


ผลตอบแทนเงินปันผลที่สูงเกือบ 8% น่าจะเป็นเพียงน้ำหยดเล็กกลางทะเลทรายที่พอช่วยให้นักลงทุนชุ่มชื่นหัวใจแค่ช่วงสั้นๆ เพราะหากพิจารณาจากปัจจัยพื้นฐานของ LPN ในปีนี้ ดูแล้วน่าจะท้าทายความสามารถของผู้บริหารเป็นอย่างมาก ในการทำยอดพรีเซลและยอดโอนให้ได้อย่างละ 1 หมื่นล้านบาท เพราะตัว LPN เองก็มี Backlog รอโอนในมือแค่ 36% ของเป้าหมายทั้งปีที่ตั้งไว้ แถมภาวะเศรษฐกิจปีนี้ยังไม่เอื้ออำนวยต่อธุรกิจอสังหาฯ การจะพลิกสถานการณ์ของ LPN ในปีนี้อาจจะยากยิ่งกว่าเข็นครกขึ้นภูเขาเสียด้วยซ้ำ เมื่อเป็นเช่นนี้คงไม่ต้องสรุปแล้วหละว่า นักลงทุนอย่างเราควรไปต่อหรือพอแค่นี้







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh




LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด