หุ้นเด่นวันนี้

OSP สตอรี่เริ่มมา ...แถมอัพไซด์ยังเปิดกว้าง!

OSP สตอรี่เริ่มมา ...แถมอัพไซด์ยังเปิดกว้าง!

เช้านี้ ราคาหุ้น OSP เคลื่อนไวในกรอบแคบ ขณะที่ นักวิเคราะห์มองผลงาน Q2/64 ยังเดินหน้าโต หลังยอดขาย CLMV ฟื้น ส่วนความคืบหน้าออกเครื่องดื่มกัญชง คาดสินค้าวางจำหน่าย Q4/64 มองเป็นอัพไซด์ต่อกำไรปีนี้ ที่คาดโต 11-12%
 

*** ราคาหุ้นเช้านี้เคลื่อนไหวกรอบแคบ 
 

ราคาหุ้น บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) หรือ OSP ช่วงเช้าวันนี้ (17 พ.ค.64) เคลื่อนไหวในกรอบแคบ โดยราคาหุ้นดีดขึ้นไปทำจุดสูงสุดที่ราคา 35.75 บาท ก่อนปิดซื้อขายช่วงเช้าด้วยราคา 35 บาท เท่ากับราคาเปิดช่วงเช้า มีปริมาณการซื้อขายเพิ่มขึ้น 63.09% จาก 5 วันทำการก่อนหน้า สวนทาง SET Index ที่ปิดลบ 6.89 จุด หรือ -0.44%
 

*** Q2/64 โตต่อเนื่อง - ยอดขาย CLMV ฟื้น
 

บทวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) กรุงศรี ประเมินว่า กำไรสุทธิไตรมาส 2/64 ของ OSP จะเติบโตขึ้นทั้งเมื่อเทียบปีก่อน และไตรมาสก่อน โดยมีสาเหตุหลักจากการเปิดดำเนินการโรงเตาหลอมแก้วอีกครั้ง หลังปิดซ่อมบำรุงในช่วงไตรมาส 1/64 ซึ่งจะช่วยเพิ่มกำไรขั้นต้นให้ OSP ได้ราว 2% ประกอบกับ ฐานกำไรสุทธิไตรมาส 2/63 อยู่ในระดับต่ำ เนื่องจากได้รับผลกระทบจากมาตรการล็อกดาวน์ ทั้งในประเทศไทย และเมียนมาร์ 

ขณะเดียวกัน ยอดขายสินค้าในเมียนมาร์ เริ่มฟื้นตัวขึ้นหลังจากมีการทำรัฐประหารช่วงต้นปี โดยรายได้จากการขายในตลาด CLMV ยังคงฟื้นตัวต่อเนื่อง มีสาเหตุหลัก จากการจัดจำหน่ายเครื่องดื่มวิตามิน ยันฮี ตั้งแต่ไตรมาส 2/64 เป็นต้นไป และการรักษาโมเมนตัมเชิงบวก จากเครื่องดื่มเสริมอาหาร (functional drinks) ด้วยการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ ภายใต้แบรนด์ C-Vitt

ส่วน บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ยอดขายเครื่องดื่มชูกำลังในเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา ของ OSP ยังอยู่ในเกณฑ์ดี แต่เดือน พ.ค.นี้ เริ่มได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดโควิด-19 บ้าง โดยเฉพาะพื้นที่สีแดง 6 จังหวัด แต่พื้นที่อื่นๆ ยังได้รับผลกระทบเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
 
ทั้งนี้ OSP ได้ปรับกลยุทธ์การขายเพื่อให้สอดคล้องกับการแพร่ระบาดโควิด-19 ในปัจจุบัน ด้วยการออกสินค้าขนาดใหม่ (Big Pack) ซึ่งสามารถเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคตามบ้านได้มากขึ้น รวมทั้งขยายช่องทางขายไปสู่ Traditional trade มากขึ้น ขณะที่ เครื่องดื่ม C-Vitt ยังคงได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้บริโภค

 

*** คาดเครื่องดื่ม"กัญชง"วางจำหน่ายปลายปีนี้
 

บล.เคทีบี เอสที ระบุว่า OSP ได้เซ็นต์สัญญาความร่วมมือ (MOU) กับโรงพยาบาลยันฮี เพื่อพัฒนาเครื่องดื่มสมุนไพร ผสมสารสกัดจากกัญชง กัญชา  ซึ่งทางโรงพยาบาลยันฮี มีความเชี่ยวชาญด้านสมุนไพร และกัญชา เป็นอย่างดี เนื่องจากปัจจุบันมีการใช้กัญชาในการรักษาผู้ป่วย

ทั้งนี้ OSP และโรงพยาบาลยันฮี อยู่ระหว่างรอการอนุมัติจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อ.ย.) ให้สามารถใช้สาร CBD ในเครื่องดื่มได้ โดยคาดว่า อ.ย. จะอนุมัติ ให้ใช้สาร CBD ในเครื่องดื่มภายในไตรมาส 3/64 และเริ่มเห็นเครื่องดื่มผสมสาร CBD วางจำหน่ายในช่วงไตรมาส 4/64

ขณะที่ บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ค่อนข้างมั่นใจว่าสินค้ากัญชง กัญชา ของ OSP ที่ร่วมมือกับโรงพยาบาลยันฮี จะได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้า เนื่องจากโรงพยาบาลยันฮี มีจุดแข็งในการทำงานวิจัย และพัฒนากัญชา กัญชง และความต้องการเชิงลึกของผู้บริโภคเป็นอย่างดี
 

*** ส่องกำไรปี 64 คาดโต 11-12% -  ลุ้นอัพไซด์จาก"กัญชง"
 

บล.เคทีบี เอสที ประเมินกำไรสุทธิปี 64 ของ OSP ไว้ที่ 3.9 พันล้านบาท เติบโตขึ้น 12% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน บนสมมติฐาน รายได้รวมขยายตัว 7% จากปีก่อน หนุนโดยรายได้เครื่องดื่มในประเทศเติบโตขึ้น 8% จากปีก่อน หลังรัฐบาลเร่งฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ทำให้การบริโภคขยายตัว, รายได้ Personal care เติบโต 5% จากปีก่อน และรายได้ต่างประเทศเติบโตขึ้น 4% จากปีก่อน 

สอดคล้องกับ บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) ที่ประเมินกำไรสุทธิปี 64 ของ OSP ไว้ที่ 3.8 พันล้านบาท เติบขึ้น 11% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักจากอัตรากำไรขั้นต้นที่มีแนวโน้มปรับตัวขึ้นตั้งแต่ไตรมาส 2/64 เป็นต้นไป หลังกลับมาเดินเครื่องเตาหลอมแก้ว อีกทั้งยังมีโครงการ Fit Fast Firm ช่วยลดต้นทุน และโรงงานเครื่องดื่มในเมียนมาร์ มีอัตราการใช้กำลังผลิตเพิ่มขึ้น หลังยอดขายเริ่มฟื้นตัวขึ้นในเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ ประมาณการกำไรสุทธิปี 64 ของนักวิเคราะห์ทั้งหมด ยังไม่ได้รวมการวางจำหน่ายเครื่องดื่มกัญชงไว้ด้วย ซึ่งหาก OSP สามารถวางจำหน่ายเครื่องดื่มกัญชงได้ภายในไตรมาส 4/64 ประมาณการกำไรสุทธิปี 64 ของนักวิเคราะห์ จะมีส่วนเพิ่มจากสินค้าดังกล่าวทันที
 

*** โบรกฯ มอง Valuation น่าสนใจ 
 

บล.เอเซีย พลัส ระบุว่า ราคาหุ้น OSP ยังมีความน่านใจ เนื่องจากตั้งแต่ต้นปี (YTD) ราคาหุ้น ปรับตัวลงราว 3.5% Underperform SET Index ที่ปรับตัวขึ้น 7% YTD ซึ่งมองว่าเป็นการตอบรับผลกระทบเชิงลบจากการแพร่ระบาดโควิด-19 และความกังวลกับสถานการณ์ความตึงเครียดในเมียนมาร์ ไปพอสมควรแล้ว 

ขณะที่ แนวโน้มกำไรขั้นต้น จะปรับตัวดีขึ้น หลังเปิดดำเนินการเตาหลอมแก้ว ช่วยหนุนกำไรสุทธิเติบโตโดดเด่นขึ้น ตามกำลังซื้อในประเทศทยอยฟื้นตัว โดยนักลงทุนยังสามารถคาดหวังเงินปันผลปี 64 คิดเป็นอัตราผลตอบแทน (Dividend Yield) ราว 3.3% ได้อีกด้วย

สอดคล้องกับ บล.เคทีบี เอสที ที่มองว่า ราคาหุ้น OSP ยังมีความน่าสนใจ เนื่องจากปัจจุบัน OSP เทรดอยู่ที่ PER 26.3 เท่า ซึ่งเป็นระดับที่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง ตั้งแต่ OSP เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ โดยมองว่าราคาหุ้น ณ ปัจจุบัน ยังไม่สะท้อนผลประกอบการที่มีแนวโน้มขยายตัวเฉลี่ย 12% ในปี 64 - 66 

อีกทั้ง กำไรสุทธิปี 64 ของ OSP ยังมีอัพไซด์ จากโรงงานผลิตและจำหน่ายขวดแก้วในพม่าคาดแล้วเสร็จในช่วงครึ่งปีหลัง และเครื่องดื่มผสมกัญชง ซึ่งจะเห็นความชัดเจนในช่วงครึ่งปีหลังด้วยเช่นกัน

 

*** ส่วนใหญ่แนะนำ"ซื้อ"
 

จากการสำรวจความคิดเห็นนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่แนะนำ"ซื้อ" เนื่องจากมองว่าผลการดำเนินงานปีนี้ของ OSP ยังมีแนวโน้มการเติบโตอยู่ในเกณฑ์ดี จากการปรับกลยุทธ์การขายให้สอดรับกับการแพร่ระบาดโควิด-19 มากขึ้น นอกจากนี้ กำไรสุทธิปีนี้ อาจมีอัพไซด์จากการวางจำหน่ายเครื่องดื่มกัญชง ได้ทันไตรมาส 4/64 อีกด้วย
 

บล. คำแนะนำ ราคาเหมาะสม (บ.)
เมย์แบงก์ฯ ซื้อ     45.00
เคทีบี ซื้อ     41.50
หยวนต้า ซื้อ     41.00
กรุงศรี  ซื้อ     40.00
เอเชีย พลัส ซื้อ     38.00
ราคาเฉลี่ย 41.10

ปัจจุบัน ราคาหุ้น OSP มีอัพไซด์ราว 17% เมื่อเทียบกับราคาเหมาะสมเฉลี่ยของนักวิเคราะห์ ขณะที่ปีนี้ แม้จะมีหลายปัจจัยลบกระทบการเติบโตของ OSP แต่กำไรสุทธิไตรมาส 1/64 ยังสามารถทำนิวไฮในรอบ 11 ไตรมาสได้สำเร็จ 

อย่างไรก็ตาม นักลงทุนคงต้องกลับมาตอบตัวเองให้ได้ว่า ในสถานการณ์ที่มีความไม่แน่นอนของการแพร่ระบาดโควิด-19 ผลการดำเนินงานทั้งปี 64 ของ OSP จะสามารถเติบโตอยู่ในเกณฑ์ดี เหมือนที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้หรือไม่? นั่นจึงเป็นคำตอบสุดท้ายในการตัดสินใจ ว่าควรเข้าลงทุนหรือไม่? 







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh




LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด