หุ้นเด่นวันนี้

SCB รับแรงกระแทก PACE ผิดนัดชำระหนี้ ราคานี้น่าสนใจหรือยัง

SCB รับแรงกระแทก PACE ผิดนัดชำระหนี้ ราคานี้น่าสนใจหรือยัง

SCB กลับมาดิ่งหนัก หลังเจอทีเด็ดลูกหนี้อย่าง PACE แจ้งผิดนัดชำระหนี้วงเงิน 2.64 พันลบ. เป็นสาเหตุที่ทำให้ตั้งสำรองสูงกว่าปกติในไตรมาส 3/62 จนถูกนักวิเคราะห์หลายค่ายหั่นประมาณการลง แม้จะมีกำไรจากการขาย SCBLife เข้ามาช่วย แต่ในด้านกำไรปกติก็ยังถือว่าทรงตัว จับตาราคาร่วงต่ำกว่า BV อีกครั้ง เป็นระดับที่น่าสนใจหรือไม่

 

ราคาหุ้น ธนาคารไทยพาณิชย์ หรือ SCB ดิ่งหนักต่ออีก ลงไปทำจุดต่ำสุดเช้านี้ที่ 113 บาท ทำนิวโลว์รอบเกือบ 4 ปีอีกครั้ง ก่อนปิดตลาดรอบเช้าที่ 113.50 บาท ลดลง 3 บาท หรือ 2.58% ปริมาณหุ้นที่ซื้อขายเพิ่มขึ้น 116.75% เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ย 5 วันทำการก่อนหน้า

 

***งบไตรมาส 3/62 กำไรโตกว่า 40% จากกำไรพิเศษ ขณะที่ราคาหุ้นลงมาเทรดต่ำกว่า BV อีกครั้ง

 

ล่าสุด SCB ประกาศผลการดำเนินงานไตรมาส 3/62 มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 14,798.35 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 40.82% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ 10,508 ล้านบาท โดยมีกำไรพิเศษจากการขายหุ้นในบริษัทไทยพาณิชย์ประกันชีวิตเข้ามา 11,644 ล้านบาท โดยบริษัทนำไปตั้งสำรองเพิ่มเติม คิดเป็นกำไรพิเศษหลังตั้งสำรองอยู่ที่ 4.3 พันล้านบาท

 

กำไรไตรมาส 3/62 ที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้มูลค่าหุ้นทางบัญชี (Book Value) ของ SCB เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 116.12  บาท จาก 115 บาทในไตรมาสก่อนหน้า ขณะที่ราคาหุ้นล่าสุดที่ 113.50 บาท ถือว่าร่วงลงมาซื้อขายต่ำกว่า BV อีกครั้ง 

 

***สาเหตุหลักกดหุ้นร่วง หลัง PACE แจ้งผิดนัดชำระหนี้ 2.64 พันลบ. เป็นการเฉลยการตั้งสำรองสูงเกินปกติของ SCB ในไตรมาส Q3/62  

 

เช้านี้ บมจ.เพซ ดีเวลลอปเมนท์ คอร์ปอเรชั่น หรือ PACE สร้างความกังวลให้กับผู้ถือหุ้น SCB โดยการแจ้งตลาดหลักทรัพย์ว่าผิดนัดชำระหนี้ให้กับ SCB เป็นจำนวนเงิน 2,645.12 ล้านบาท

 

โดยเป็นการผิดนัดชำระหนี้ตามสัญญาสินเชื่อหมุนเวียนซึ่งมีตั๋วสัญญาใช้เงินประกอบ (P/N) ฉบับ 2 ต.ค.60 มีวงเงินสินเชื่อ 1,200 ล้านบาท และสัญญาสินเชื่อหมุนเวียนซึ่งมีตั๋วสัญญาใช้เงินประกอบ (P/N) มีวงเงินสินเชื่อ 1,800 ล้านบาท และ 13,500,000 เหรียญสหรัฐ (คิดเป็น 448.65 ล้านบาท) ฉบับลงวันที่ 12 ต.ค.60

 

ทั้งนี้ PACE แจงอยู่ระหว่างเจรจากับ SCB ในการทำแผนปรับโครงสร้างทางการเงินของบริษัท เนื่องจากบริษัทเชื่อว่าในขณะนี้บริษัทยังมีมูลค่าทรัพย์สินสูงกว่าภาระหนี้สินที่มีดอกเบี้ย กล่าวคือ มูลค่าทรัพย์สิน สิ้นสุด ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2562 มีมูลค่ารวมกันประมาณ 2 หมื่นล้านบาท ในขณะที่หนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยมีอยู่ที่ 1.4 หมื่นล้านบาท 

 

SCB ระบในงบการเงินไตรมาส 3/62 ว่าได้ตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญเพิ่มขึ้นจากระดับปกติ รองรับกับเหตุการณ์ที่อาจมีผลกระทบต่อการดำเนินงานในอนาคตท่ามกลางสภาพเศรษฐกิจที่มีความไม่แน่นอนสูง โดย ณ สิ้นเดือน ก.ย. 62 มีตัวเลขตั้งสำรองอยู่ที่ 111,008 ล้านบาท เพิ่มจาก มิ.ย. 62 ที่ 105,358 ล้านบาท

 

***ด้านนักวิเคราะห์กังวลต่อคุณภาพสินทรัพย์ SCB ในอนาคต หลัง NPL ทะลุ 3%

 

บล.ทิสโก้ ระบุ ในไตรมาส 3/62 SCB มี NPL ไม่รวมการตัดจำหน่ายเพิ่มขึ้นถึง 1.8 หมื่นล้านบาท เนื่องมาจากหนี้เสียที่เพิ่มขึ้น เช่น สินเชื่อของ PACE ในขณะที่ทาง SCB มีการตัดจำหน่าย 9.6 พันล้านบาท จากเดิม 4.3 พันล้านบาทในไตรมาสก่อน ด้านอัตราส่วนของ NPL เพิ่มขึ้น 23bps จากไตรมาสก่อนหน้าเป็น 3.68% 

 

บล.เคจีไอ ระบุว่า ตัวเลข NPL ของ SCB อยู่ที่ 7.7 หมื่นล้านบาท (+10% QoQ และ +9% YTD) โดย NPL ของสินเชื่อ SME ลดลงเล็กน้อยและของสินเชื่อจดจำนองทรงตัวต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่สาม แต่ NPL ของสินเชื่อธุรกิจเพิ่มขึ้นทำให้สัดส่วน NPL เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเป็น 3.2% (จาก 2.1% ในไตรมาส 2/62) การเพิ่มขึ้นของหนี้เสียในไตรมาสนี้จึงดูน่ากังวลกับคุณภาพสินทรัพย์ของธนาคารเพราะแม้การตัดหนี้สูญจำนวนมากถึง 8-9 พันล้านบาทในไตรมาสนี้ และตั้งสำรองพิเศษก้อนใหญ่ แต่หนี้เสียยังคงเพิ่มขึ้นและ NPL coverage ยังลดลงยังมีนัยสำคัญ

 

*** ประเด็นนี้ทำให้กำไรไตรมาส 3/62 ของ SCB ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาด แม้รายได้ดอกเบี้ยจะฟื้นตัวได้ดี จึงถูกหลายค่ายหั่นประมาณการปี 62 - 63 ลง 

 

บล.เอเชีย เวลท์ ระบุว่า SCB รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 3/62 ที่ 1.4 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 40.8%YoY และ 34.8%QoQ แต่ต่ำกว่าที่ประมาณการ 28% เป็นผลจากการตั้งสำรองที่สูงขึ้นอย่างมีนัยยะที่ 1.5 หมื่นล้านบาท เทียบกับปกติที่อยู่ราว 5 - 6 พันล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 197.5% YoY และ 158.5% QoQ ทำให้ ณ สิ้นไตรมาส 3/62 อัตราส่วน NPL ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมากอยู่ที่ 3.01% เทียบกับไตรมาส 3/61 และไตรมาส 2/62 ที่ 2.80% และ 2.77% ตามลำดับ


    
ส่วนกำไรจากการดำเนินงาน (Operating Income) หากไม่รวมรายการพิเศษจากการขาย SCBLIFE ยังคงทรงตัวที่ 3.5 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.6% YoY แต่ลดลง 0.2% QoQ แม้รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยลดลง 5.3% YoY และ 6.9% QoQ จากกำไรธุรกรรมการค้าลดลง แต่รายได้ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น 7.4% YoY และ 2.6% QoQ จาก NIM ที่ปรับตัวดีขึ้นอยู่ที่ 3.68% จากไตรมาส 2/62 ที่ 3.45% จากการรุกสินเชื่อให้ผลตอบแทนสูง (High Yield Loan) แต่จากภาพรวมเศรษฐกิจปี 2563 ดูไม่สดใส ซึ่งส่งผลต่อการเติบโตของสินเชื่อในอนาคต รวมถึงปัจจัยลบจากอัตราดอกเบี้ยเข้าสู่แนวโน้มขาลง

 

จึงยังแนะนำ ซื้อ แต่ปรับลดราคาเป้าหมายลงมาที่ 153 บาท จากเดิม 159 บาท ตามการปรับลด PBV ที่ 1.25 เท่าเหลือ 1.20 เท่า  ความคาดหวังของเราที่มีต่อหุ้น SCB คือการปรับตัวสู่การเป็น Technology Firm ที่สามารถแข่งขันได้ดีขึ้นในธุรกิจธนาคาร และการทำให้ ROE ผ่านพันจุดต่ำสุดและปรับตัวสูงขึ้นในอนาคต

 

บล.ฟิลลิป ระบุ กำไรสุทธิไตรมาส 3/62 แม้จะเพิ่มขึ้นถึง 40.8% YoY แต่ถือว่าทำได้ต่ำกว่าที่คาดมากเพราะการตั้งสำรองจำนวนมาก จึงลดประมาณการกำไรปั 62 ลงเหลือ 4.4 หมื่นล้านบาท จากเดิม 5.3 หมื่นล้านบาท และปี 63 เหลือ 4.29 หมื่นล้านบาท จากเดิม 4.33 หมื่นล้านบาท


    
แนะนำ ซื้อ แต่ปรับราคาเป้าหมายลงเหลือ 130 บาท

 

บล.หยวนต้า ระบุ ปรับลดประมาณการกำไรสุทธิในปี 62 ลง 12.7% YoY คาดทั้งปี 62 จะมีกำไรสุทธิ 45,840 ล้านบาท โต 14.4% YoY สะท้อนการตั้งสำรองที่เพิ่มขึ้นมากกว่าคาด ตาม NPL ที่ขยับขึ้นในช่วง เศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัว

 

โดยในช่วงไตรมาส 4/62 คาดกำไรสุทธิอ่อนตัวลง QoQ เนื่องจากไม่มีรายการพิเศษ ประกอบกับ NIM ที่กลับสู่ภาวะปกติหลังขาย SCBLife เสร็จสิ้นแล้วในช่วงไตรมาส 3/62 รวมทั้งการตั้งสำรองหนี้ที่อาจเพิ่มขึ้นมากกว่าคาด แต่กำไรสุทธิยังโต YoY หนุนด้วยฐานลูกหนี้สินเชื่อในกลุ่ม ไม่มีหลักประกันที่เติบโตได้ดีต่อเนื่อง ช่วยผลักดันให้ NIM ขยับสูงขึ้นต่อ ขณะที่ค่าใช้จ่ายดำเนินงานคาดปรับลงต่อเนื่อง 


    
แนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมายปี 63 ที่ 155 บาท แม้ปรับลดความคาดหวังต่อเงินปันผลพิเศษลงเหลือเพียง 1 บาทต่อหุ้น ทำให้ Div. Yield ในช่วงครึ่งหลังปีนี้ คาดจะอยู่ที่ 3.95% แต่ยังคงชอบพื้นฐานของ SCB จากพัฒนาการในด้านการดำเนินงานที่ดีขึ้นต่อเนื่อง ช่วยเสริมศักยภาพในการแข่งขันระยะยาว อีกทั้งราคาหุ้นปัจจุบันมีอัพไซด์สูง

 

รายได้ดอกเบี้ย และ NIM ที่สูงขึ้นจากการรุกสินเชื่อผลตอบแทนสูงในช่วงที่ผ่านมา ดูเหมือนจะเป็นทางรอดของ SCB แต่ก็ยิ่งทำให้คุณภาพสินทรัพย์มีความไม่แน่นอนมากขึ้น ดังนั้นหากจะตัดสินใจเข้าลงทุนในหุ้น SCB อาจต้องปรับความเข้าใจให้รับความเสี่ยงได้มากขึ้นด้วย!







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh




LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด