หุ้นเด่นวันนี้

CKP กับบิ๊กสตอรี่ ที่อาจทำให้ราคานี้ยังไม่แพง!

CKP กับบิ๊กสตอรี่ ที่อาจทำให้ราคานี้ยังไม่แพง!

CKP วิ่งแรงแซงหุ้นโรงไฟฟ้าตัวอื่น ทั้งที่งบไตรมาส 3/62 คาดหดตัวแรงจากเดียวกันปีก่อน แต่หากมองข้ามไปได้จะพบบิ๊กสตอรี่ เตรียม COD โรงไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรีสิ้นเดือนนี้ ดันกำไรไตรมาส 4/62 เพิ่มขึ้นอย่างมีนัย และทั้งปีกำไรทำนิวไฮ จากนั้นจะเพิ่มกำไรอีกเท่า 2-3 เท่าตัวราว 1.4-1.6 พันล้านบาทต่อปี
 

หุ้น บมจ. ซีเค พาวเวอร์  หรือ CKP ล่าสุดปิดที่ 6 บาท เพิ่มขึ้น 0.15 บาท หรือ 2.56% ปริมาณหุ้นที่ซื้อขายเพิ่มขึ้นกว่า 259% เทียบค่าเฉลี่ย 5 วันทำการก่อนหน้า 
 

ทั้งนี้ CKP เพิ่งร่วงแตะ 5.55 บาทไปเมื่อวันที่ 8 ต.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบราว 5 เดือน ก่อนจะดีดขึ้นแตะ 6 บาทได้อีกครั้ง
 

CKP เป็นบริษัทในกลุ่ม ช.การช่าง (CK) ณ วันปิดสมุดทะเบียนล่าสุด 2 พ.ค. 62 มี CK ถือหุ้นใหญ่ 27.22% รองลงมาคือ TTW ถือหุ้น 25.31% และ BEM ถือหุ้น 17.83% และมีรายย่อยถือหุ้น 11,360 ราย 
 

CKP ดำเนินธุรกิจหลักโดยการถือหุ้นในบริษัทอื่น (Holding Company) ที่ประกอบธุรกิจที่ผลิตและจำหน่ายไฟฟ้า โดยมีบริษัท ไฟฟ้าน้ำงึม 2 จำกัด ซึ่งประกอบธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังน้ำเป็นบริษัทแกน
 

สำรวจปัจจัยบวกสำหรับ CKP คือการเตรียม COD โรงไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรี  (XPCL) ในสิ้นเดือน ต.ค. นี้ ถือเป็นการปลดล็อคความกังวลว่าโครงการดังกล่าวจะล่าช้า
 

นายธนวัฒน์ ตรีวิศวเวทย์ กรรมการผู้จัดการ CKP เปิดเผยว่า ขณะนี้ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ได้ออกหนังสือรับรองความพร้อมในการขายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ (Commercial Operation Date : COD) สำหรับเครื่องกำเนิดไฟฟ้าจำนวน 7 เครื่อง กำลังการผลิตรวม 1,220 เมกะวัตต์ของโรงไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรี เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
 

ภายหลังที่บริษัทฯ ได้ทยอยเดินเครื่องทดสอบระบบการจ่ายไฟฟ้าเข้าสู่ระบบของ กฟผ.เป็นไปอย่างราบรื่น มีความเสถียรและมั่นคง โดยในช่วงทดสอบระบบไฟฟ้าดังกล่าว เป็นการขายไฟฟ้าราคาถูกก่อนการขายไฟเชิงพาณิชย์ และบริษัทฯ มั่นใจพร้อมส่งไฟฟ้าสะอาดสู่ประเทศไทยภายในเดือนตุลาคมนี้อย่างแน่นอน
 

ทั้งนี้ โรงไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรี เป็นโรงไฟฟ้าพลังน้ำแบบฝายน้ำล้นแห่งแรกบนแม่น้ำโขงตอนล่าง ตั้งอยู่ในแขวงไซยะบุรี สปป.ลาว เริ่มการก่อสร้างตั้งแต่ปี 2555 มีกำลังการผลิตติดตั้งรวมทั้งสิ้น 1,285 เมกะวัตต์ โดยอยู่ในสัญญาการซื้อขายไฟให้แก่ กฟผ. ทั้งหมด 1,220 เมกะวัตต์ ผลิตไฟฟ้าได้ 7,370 ล้านหน่วยต่อปี จากเครื่องกำเนิดไฟฟ้า ขนาดเครื่องละ 175 เมกะวัตต์ จำนวน 7 เครื่อง โดยส่งเข้าสู่ประเทศไทยด้วยสายส่งขนาด 500 กิโลโวลต์ จากสปป.ลาว เข้าทาง อ.ท่าลี่ จ.เลย และส่งให้รัฐวิสาหกิจไฟฟ้าลาว (EdL) จำนวน 1 เครื่อง ขนาด 60 เมกะวัตต์ ด้วยขนาดสายส่ง 115 กิโลโวลต์ ภายในสปป.ลาว
 

นักวิเคราะห์มองข้ามงบไตรมาส 3/62 ชี้ควรจับตาการ COD โรงไฟฟ้าไซยะบุรี ที่จะเพิ่มกำไรอย่างมีนัยตั้งแต่ไตรมาส 4/62 เป็นต้นไป โดยจะเพิ่มกำไรให้ CKP ราว 1.4-1.6 พันล้านบาทต่อปีจากฐานกำไรล่าสุดที่ราว 600 ล้านบาท
 

บล.เอเชีย เวลท์ ระบุ CKP ได้รับหนังสือรับรองความพร้อมในการขายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ (Commercial Operation Date: COD) สำหรับเครื่องกำเนิดไฟฟ้าจำนวน 7 เครื่อง กำลังการผลิตรวม 1,220 เมกะวัตต์ (MW) จากกำลังการผลิตติดตั้งรวมทั้งสิ้น 1,285 เมกะวัตต์ ของโรงไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรี (XPCL) ส่วนที่เหลือขายให้ สปป.ลาว มีกำหนด COD อย่างเป็นทางการตั้งแต่ 29 ต.ค.62
 

CKP เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่สุดใน XPCL ด้วยสัดส่วน 37.5% เราคาดว่าจะ Contribute กำไรมายัง CKP ราว 1.4-1.6 พันล้านบาทต่อปี ถือว่าเป็นฐานกำไรที่สูงกว่ากำไรตามปกติเดิมของ CKP ที่ราว 600 ล้านบาทต่อปีราว 2-3 เท่าตัว
 

โดยปกติ CKP จะมีกำไรหลักจากการผลิตไฟฟ้าจากเขื่อนน้ำงึม 2 สปป.ลาว (NN2) โรงไฟฟ้า Thermal บางปะอินโคเจน 1 และ 2 (BIC1, BIC2) รวมทั้งไฟฟ้าอื่น ๆ เราคาดกำไรสุทธิไตรมาส 3/62 เพียง 110 ล้านบาท และไตรมาส 4/62 ที่ราว 350 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยยะจาก XPCL ราว 200 ล้านบาท
 

แนะนำ`ซื้อ` ราคาเป้าหมาย 7.60 บาท
 

บล.เคทีบี(ประเทศไทย) ประเมินกำไรปกติ 3Q19E ที่ 53 ล้านบาท (-87% YoY, -49% QoQ) จากภัยแล้งซึ่งทำให้โครงการหลัก NN2 แจ้งผลิตไฟฟ้าได้น้อยลง -74% YoY, -47% QoQ และส่งผลให้คาดมี downside จากประมาณการกำไรปกติทั้งปี 2019E ราว 55% หลัง 3Q19E ซึ่งควรเป็น high season กลับเป็นไตรมาสที่แย่ที่สุดของปี 
 

อย่างไรก็ตามตลาดควรหันมาให้น้ำหนักกับประเด็นบวกที่เกิดขึ้น ล่าสุด กฟผ. อนุมัติการ COD ของโครงการไซยะบุรี ปลดล็อคความกังวลของตลาดเรื่อง COD ล่าช้าหากน้ำไม่พอทดสอบระบบ ซึ่งการอนุมัติครั้งนี้จะทำให้โครงการสามารถ COD ได้ตามกรอบเวลาเดิม 4Q19E และหนุนผลประกอบการปี 2020E เติบโตโดดเด่นหลัง CKP จะมีกำลังการผลิตเพิ่มอีกกว่า 111% YoY
 

ราคาเป้าหมายที่ 6.50 บาท อิงวิธี DCF (WACC 5.7%, no terminal growth) ความเสี่ยงสำคัญคือสภาพอากาศซึ่งส่งผลต่อปริมาณน้ำที่ใช้ในการผลิตกระแสไฟฟ้าในโครงการหลัก (Hydro power plant)
 

ล่าสุด CKP เทรดที่ P/E สูงกว่า 65 เท่าเป็นอันดับ 2 รองจาก GULF ที่ 73 เท่า ซึ่งอาจดูแพงหากเทียบกับงบไตรมาส 3/62 ที่คาดว่าจะอ่อนตัว แต่หากมองข้ามช็อตไปยังอนาคตที่กำไรต่อปีจะเพิ่มขึ้นจากฐาน 600 ล้านบาทเป็น 1,400 ล้านบาท ราคาปิดล่าสุดจะมี P/E ปีหน้าราว 35 เท่าเท่านั้น 







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh




LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด