หุ้นเด่นวันนี้

PLANB ลงลึกถึง "เซเว่น" จะหนุนกำไรแค่ไหน?

PLANB ลงลึกถึง

    PLANB เทรดสนั่น หลังพลิกมิติวงการสื่อโฆษณา ดอดเซ็นเจ้าพ่อสะดวกซื้อ "7-Eleven" ตั้งป้ายโฆษณาในร้านไม่ต่ำกว่า 3,000 สาขา ส่องดีลดูดีแต่จะบวกกับหุ้นแค่ไหน กูรูฉายภาพจะหนุนกำไรสุทธิปี 63 ทันที 63 - 79 ลบ. จาก 2,000 สาขาแรก และปี 64 อีก 101 - 126 ลบ. ดันอัพไซด์เพิ่มขึ้นทันที

 

บมจ.แพลน บี มีเดีย หรือ PLANB กลับมาซื้อขายกันคึกคักอีกครั้งในวันนี้ ดันราคาหุ้นทำจุดสูงสุดรอบเช้าที่ 9.20 บาท ซึ่งเป็นระดับสูงสุดตั้งแต่เข้าซื้อขาย ก่อนปิดภาคเช้าที่ 8.85 บาท ไม่เปลี่ยนแปลงจากวันก่อนหน้า ปริมาณหุ้นที่ซื้อขายเพิ่มขึ้น 227.94% เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ย 5 วันทำการก่อนหน้า 

 

PLANB ประกอบธุรกิจให้บริการ และผลิตสื่อโฆษณาภายนอกที่อยู่อาศัย แบ่งออกเป็น 7 ธุรกิจหลักดังนี้ 1.สื่อโฆษณาบนระบบขนส่งมวลชน 2.สื่อโฆษณาภาพนิ่งกลางแจ้ง 3.สื่อโฆษณาดิจิตอลกลางแจ้ง 4.สื่อโฆษณาภายในห้างสรรพสินค้า 5.สื่อโฆษณาภายในซุปเปอร์มาร์เก็ต 6.สื่อโฆษณาภายในสนามบิน และ 7. สื่อโฆษณาออนไลน์ และธุรกิจสปอร์ตมาร์เก็ตติ้ง (Sports Marketing)

 

สำหรับ PLANB ต้องบอกว่าเป็นธุรกิจที่มีศักยภาพมาก เพราะนอกจากราคาหุ้นที่ขึ้นไปทำนิวไฮตลอดกาลแล้ว กำไรสุทธิเองก็ทำสถิติสูงสุดต่อเนื่องเช่นกัน โดยในปี 59 - 61 มีกำไรสุทธิที่ 351 ล้านบาท 460 ล้านบาท และ 642 ล้านบาท ขณะที่ครึ่งแรกปี 62 มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 334 ล้านบาท โต 14.63% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ตามการขยายพื้นที่สื่อต่อเนื่อง

 

ที่ผ่านมา PLANB มีปัญหาเรื่องอัพไซด์จากราคาหุ้นที่สูงมาตลอด แต่วันนี้มีประเด็นบวกเพิ่ม! เพราะดอดเจรจาเจ้าพ่อสะดวกซื้ออย่าง 7-Eleven ตั้งป้ายโฆษณาในร้านถึง 3,000 สาขาในปี 64

 

นายปรินทร์ โลจนะโกสินทร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร PLANB เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้ลงนามกับ บมจ.ซีพีออลล์ หรือ CPALL ผู้ให้บริการร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven เพื่อขยายสื่อโฆษณาภายในร้านทั้งหมด 3,000 สาขาทั่วประเทศภายในปี 64 ใช้เม็ดเงินลงทุน 2,000 ล้านบาท ซึ่งเบื้องต้นจะติดตั้งสื่อโฆษณาก่อนทั้งหมด 2,000 สาขาในปี 63

 

ทั้งนี้จะติดตั้งสื่อโฆษณาในรูปแบบจอดิจิทัล 3 ตำแหน่ง ได้แก่ 1.เหนือตู้แช่เครื่องดื่ม 2.เหนือตู้แช่สินค้าอาหารพร้อมรับประทานและนม 3. เหนือชั้นวางสินค้าประเภทต่างๆ เช่น อาหาร เครื่องดิ่ม ขนมขบเคี้ยว ของใช้ส่วนตัว โดยจะเลือกจากสาขาที่มีจำนวนผู้ใช้บริการต่อวันและมูลค่าการซื้อสินค้าเฉลี่ยต่อบิลที่มีกำลังซื้อสูง

 

หลังประกาศความร่วมมือทางธุรกิจกับค้าปลีกยักษ์ใหญ่อย่าง 7-Eleven นักวิเคราะห์ตบเท้าอัพราคาเป้าหมายหุ้น PLANB ในปีหน้าทันที โดยคาดว่าดีลดังกล่าวจะหนุนกำไรสุทธิปี 63 ราว 63 - 79 ลบ. และปี 64 อีก 101 - 126 ลบ. 

 

บล.เคทีบี เผย การติดตั้งสื่อใน 7-Eleven 3,000 สาขา อายุสัมปทาน 10 ปี มี Media capacity รวมที่ 1,200 ล้านบาท แต่สำหรับเฟสแรก 2,000 สาขา จะใช้งบลงทุนอยู่ที่ 1,500 ล้านบาท ทยอยเปิดไตรมาสละ 500 สาขา คาดว่าจะหนุน Media capacity เพิ่มขึ้น 750 ล้านบาท ในปี 63

 

อิงจากการทยอยติดตั้งไตรมาสละ 500 สาขา ในปี 63 จะมีรายได้ส่วนนี้อยู่ที่ 525 ล้านบาท และอัตรากำไรสุทธิที่ 15% คาดช่วยเพิ่มกำไรสุทธิอยู่ที่ 63 ล้านบาท สำหรับปี 64 จะขยายส่วนที่เหลืออีก 1,000 สาขา ทำให้มี Media capacity เต็มปีที่ 1,200 ล้านบาท คาดรายได้ 840 ล้านบาท เพิ่มกำไรสุทธิที่ 101 ล้านบาท

 

ยังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 62 ไว้ที่ 817 ล้านบาท โต 27%  แต่ปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 63 - 64 ขี้น 6.4% และ 8.4% ตามลำดับเพื่อสะท้อนผลบวกจากรายได้ที่เพิ่มจาก 7-Eleven สำหรับปี 63 คาดกำไรสุทธิอยู่ที่ 1,061 ล้านบาท โต 29.8% จากรายได้ขยายตัวอยู่ที่ 6,158 ล้านบาท โต 26%

 

แนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมายปี 63 ที่ 10.50 บาท (เดิม 9.60 บาท) อิง DCF (WACC 9.0%, TG 3.6%) เทียบเท่า PER 38.4 เท่า

 

บล.หยวนต้า ระบุว่า สัญญาการบริหารสื่อป้ายโฆษณาใน 7-Eleven ทั้งหมด 3,000 สาขา จะเริ่มทยอยติดตั้งในไตรมาส 1/63 เป็นต้นไป จำนวนไตรมาสละ 500 สาขา จนครบ 2,000 สาขาในปี 63 และจะขยายอีก 1,000 สาขา ในปี 64 - 65

 

ดังนั้นภายใต้สมมติฐานอัตราการจองโฆษณาที่ 70% PLANB จะรับรู้รายได้ในปี 63 - 64 ที่ 525 ล้านบาท และ 840 ล้านบาท ตามลำดับ คิดเป็นการรับรู้กำไรที่ 79 ล้านบาท และ 126 ล้านบาท ตามลำดับ โดยได้ปรับเพิ่มประมาณการกำไรในปี 63 – 64 เพิ่มขึ้น 12.2% และ 16.1% เป็น 1,026 ล้านบาท (โต 33%) และ 1,171 ล้านบาท (โต 14%) ตามลำดับจากการรับรู้รายได้จากโฆษณาใน 7-Eleven และรายได้จากการได้ลขิสทิธิ์การฉายงานโอลมิปิคในประมาณการ โดยปรับสมมติฐาน รายได้เพิ่มขึ้น 14.3% และ 17.7% ตามลำดับ

 

แนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมายปี 63 ที่ 10.30 บาท (จากเดิม 8.65 บาท) อิงวิธีDCF ที่ WACC 7.2%

 

ถ้าก้าวข้ามประเด็น "เซเว่น" ไปยังมีอะไรรออยู่อีก ผู้บริหารชี้ใน 3 - 5 ปีข้างหน้ารายได้จะโตอีกปีละ 20% จากการซื้อกิจการเพิ่ม และขยายสื่อสนามบิน นอกจากนั้นยังมีประเด็นถูกนำเข้าคำนวณดัชนี FTSE Small Cap ที่จะบังคับใช้ในวันพรุ่งนี้ 

 

นายวัชรพงศ์ ลีโทชวลิต หัวหน้าฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์ PLANB ระบุว่า บริษัทวางแผนในระยะ 3 - 5 ปีข้างหน้ารายได้จะเติบโตอีกเฉลี่ย 20% จากปีนี้ 4.8 - 5 พันล้านบาท สนับสนุนโดย สื่อโฆษณานอกบ้าน Engagement Marketing และช่องทางรายได้ใหม่ๆ ซึ่งการเข้าซื้อกิจการอื่นๆเพิ่มก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยการเติบโตที่สำคัญ

 

ส่วนในด้านสื่อภายในสนามบิน บริษัทได้เข้าซื้อกิจการแล้วทั้งหมด 6 ราย แต่ยังมีโอกาสขยายต่อเนื่อง เนื่องจากยังมีสื่อในสุวรรณภูมิอีกมากกว่า 10 สัมปทาน

 

ด้านบล.เอเซียพลัส ระบุการปรับน้ำหนักดัชนี FTSE จะมีผลบังคับใช้ในวันพรุ่งนี้ (20 ก.ย. 2562) คาดส่งผลบวกกับหุ้นไทยเฉพาะบริษัทที่ถูกคัดเข้าคำนวณหรือเพิ่มน้ำหนัก ซึ่ง PLANB ได้ถูกนำเข้าไปคำนวณในดัชนี FTSE Small Cap ในรอบนี้ ถือเป็นโอกาสเก็งกำไรสำหรับนักลงทุนระยะสั้น ส่วนนักลงทุนระยะยาวแนะทยอยสะสมรับการเติบโตของธุรกิจ

 

หุ้น PLANB มีดีลใหญ่เข้ามาหนุนราคาหุ้นให้พุ่งทำ All Time High ได้อีกครั้ง สอดคล้องกับการอัพราคาเหมาะสมของนักวิเคราะห์ จากนี้คงต้องจับตาว่ากำไรที่จะเกิดขึ้นจากความร่วมมือในครั้งนี้ จะเป็นไปตามที่คาดหวังกันไว้หรือไม่

 

คำแนะนำและราคาเป้าหมาย PLANB
  คำแนะนำ     ราคาเป้าหมาย     ราคาเป้าหมายเดิม
บล.โนมูระ พัฒนสิน ถือ 9.1 ไม่ปรับเพิ่ม
บล.เคทีซีมิโก้ ซื้อ 9.5 8.8
บล.ทิสโก้ ซื้อ 10.2 9.7
บล.หยวนต้า ซื้อ 10.3 8.65
บล.เอเซีย พลัส ทยอยสะสม 10.4 ไม่ปรับเพิ่ม
บล.เคทีบี ซื้อ 10.5 9.6
บล.เคจีไอ ซื้อ 10.6 9






ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh




LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด