หุ้นเด่นวันนี้

HANA เด้ง!รับบาทกลับทิศ-ออเดอร์ฟื้น แต่ยังมีอะไรถ่วงราคาหุ้น?

HANA เด้ง!รับบาทกลับทิศ-ออเดอร์ฟื้น แต่ยังมีอะไรถ่วงราคาหุ้น?

HANA เริ่มกลับมาฟื้น หลังธปท.ส่งสัญญาณค่าเงินบาทมีแนวโน้มเปลี่ยนทิศทางเป็นอ่อนลง แนวโน้มธุรกิจกลับมาเป็นบวก จากคำสั่งซื้อที่มากขึ้น ทั้ง ในส่วนลูกค้าเดิมและสินค้าใหม่ แต่ยังต้องจับตาอุตสาหกรรมยานยนต์ชะลอตัว และลูกค้าหลายรายได้รับผลกระทบจากสงครามการค้า อาจตัดสินใจย้ายฐานผลิต!


ราคาหุ้น บมจ.ฮานา ไมโครอิเล็คโทรนิคส หรือ HANA เปิดตลาดพุ่งกระฉูดไปแตะจุดสูงสุดรอบเช้าที่ 32 บาท ก่อนมาปิดตลาดรอบเช้าที่ 32 บาท ลดลง 1.50 บาท หรือ 4.92% ปริมาณหุ้นที่ซื้อขายเพิ่มขึ้น 145.47% เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ย 5 วันทำการก่อนหน้า


HANA เป็นหนึ่งในหุ้นกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็คทรอนิกส์ที่ได้รับผลกระทบจากสงครามการค้า และภาวะเงินบาทแข็งค่า ทำให้ผลประกอบการตั้งแต่ปี 60 ปรับลดลงมาต่อเนื่อง จนราคาหุ้นลงไปทำจุดต่ำสุดรอบ 6 ปี ที่ 23.40 บาท ไปเมื่อ 21 พ.ค. 62

 

ปี กำไรสุทธิ(ลบ.) เปลี่ยนแปลง(YoY)
59 2,105 +1.88%
60 2,887 +37.14%
61 2,375 -17.73%
9M62 1,246 -27.9%


ทั้งนี้ HANA เริ่มกลับมามีทิศทางเป็นบวกตั้งแต่ต้นเดือนพ.ย.ที่ผ่านมา หลังจากเงินบาทเริ่มอ่อนค่า จากราว 30.17 บาท/ดอลลาร์ ในวันที่ 1 พ.ย.62 ไปแตะ 30.43 บาท/ดอลลาร์ไปเมื่อ 7 พ.ย.62 และมาอยู่ที่ 30.35 บาท/ดอลลาร์ในปัจุบัน


*** ล่าสุด ธปท. ส่งสัญญาณเงินบาทมีทิศทางอ่อนค่าลง หลังจากนักลงทุนในตลาดโลกเปลี่ยนมุมมองค่าเงินตลาดเกิดใหม่ ซึ่งเงินบาทที่อ่อนค่าจะเป็นปัจจัยบวกกับ HANA อย่างมาก


ล่าสุด นายเมธี สุภาพงษ์ รองผู้ว่าการ ด้านเสถียรภาพการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ระบุว่า แนวโน้มค่าเงินของภูมิภาค รวมถึงค่าเงินบาทมีแนวโน้มที่จะอ่อนค่าลง หลังจากที่นักลงทุนในตลาดโลกเปลี่ยนมุมมองทิศทางค่าเงินของตลาดเกิดใหม่ ซึ่งไม่ได้เป็นผลจากการแทรกแซงของธปท.


โดยอัตราผลตอบแทนของตราสารหนี้ (yield curve) ของไทยยังต่ำกว่าสหรัฐ และเกือบจะต่ำที่สุดในเอเชีย รวมถึงอาเซียนด้วย ทำให้ขาดแรงดึงดูดที่จะเข้ามาเก็งกำไรค่าเงินน้อยลง


บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส ระบุ จากแนวโน้มเงินบาทอ่อนค่า ทำให้หุ้นกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็คทรอนิกส์เริ่มมีสัญญาณดีขึ้น แม้ว่ายอดขายเซมิคอนดัคเตอร์รายเดือนจะยังหดตัว แต่ก็มีอัตราที่น้อยลงนับตั้งแต่ก.ค.62 เป็นต้นมา ขณะที่ค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 3 เดือนของต.ค.62 เริ่มพลิกเป็นบวก หลังจากติดลบมา 11 เดือนต่อเนื่อง 


ทั้งนี้ ชิ้นส่วนอิเลคทรอนิกส์ในกลุ่มคอนซูเมอร์ฟื้นตัวได้ดีกว่ากลุ่มยานยนต์ เห็นได้จากยอดขายชิปที่ใช้กับสมาร์ทโฟนพลิกเป็นบวกได้ในไตรมาส 3/62 หลังจากหดตัวมา 7 ไตรมาสติดต่อกัน และมองไปข้างหน้าจะมีเทคโนโลยี 5G เข้ามาช่วยหนุนอุปสงค์ในหมวดนี้ด้วย ส่วนชิ้นส่วนฯที่ใช้กับยานยนต์ยังคงหดตัว แต่คาดว่าจะลดลงเหลือเป็นเลขหลักเดียวในปี 63


*** นักวิเคราะห์ชี้เริ่มเห็นการฟื้นตัวของชิ้นส่วนในกลุ่มคอนซูเมอร์ชัดเจน 


บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส ระบุว่า เริ่มเห็นการฟื้นตัวของชิ้นส่วนอิเลคทรอนิกส์กลุ่มคอนซูเมอร์ของ HANA ล่าสุดบริษัทได้สัญญาผลิตเซ็นเซอร์ 3D Facial Recognition ของสมาร์ทโฟนระบบแอนดรอยด์ โดยบริษัทจะลงทุนผลิตสินค้าใหม่นี้ที่โรงงานลำพูนในไตรมาส 4/62 และเริ่มผลิตภายในครึ่งแรกปี 63 ส่วนโรงงานในกัมพูชาก็จะคุ้มทุนได้ในครึ่งหลังปี 63


แนะนำ ถือ HANA ราคาเหมาะสม 32 บาท


บล.ฟินันเซีย ไซรัส ระบุ การฟื้นตัวของ HANA เริ่มชัดเจนขึ้น ทั้งจากลูกค้าหลายรายมีวัตถุดิบเหลือใช้ในระดับต่ำมาเป็นเวลานาน ทำให้เริ่มกลับมามีคำสั่งซื้อมากขึ้นและต่อเนื่อง ยอดขายคอมพิวเตอร์ทั่วโลกกลับมาโตมากสุดในรอบ 7 ปี หลังลูกค้าองค์กรเริ่มอัพเกรดระบบปฏิบัติการมาเป็น Windows 10 ขณะที่ยอดขายสมาร์ทโฟนทั่วโลกกลับมาโต 1% YoY เป็นครั้งแรกในรอบ 2 ปี


 ซึ่งล่าสุดบริษัทได้รับคำสั่งซื้อสินค้าใหม่ Mobile Sensor for 3D Facial Recognition(เซ็นเซอร์จดจำใบหน้าสำหรับโทรศัพท์มือถือ) ซึ่งจะเริ่มรับรู้รายได้ตั้งแต่ปลายไตรมาส 4/62 ไปถึงไตรมาส 1/63 เป็นต้นไป คาดการณ์รายได้สกุลดอลลาร์ในปี 62 จะอยู่ที่ราว 653 ล้านดอลลาร์ (-5% Y-Y) แต่คาดจะกลับเติบโตได้ราว 5% Y-Y ในปี 63 


ในส่วนรถยนต์บริษัทเพิ่งได้รับคำสั่งซื้อสินค้ากลุ่ม Power Module สำหรับ EV Car จากลูกค้าเกาหลีใต้ 2 ราย โดยผลิตจากโรงงานในจีน ขณะที่โรงงานในกัมพูชาแม้อัตรากำไรจะไม่สูงมาก แต่ด้วยอัตรากำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้นคาดว่าจะถึงจุดคุ้มทุนได้อย่างเร็วกลางปี 63 เป็นต้นไป


ทั้งนี้คาดกำไรปกติปี 63 จะกลับมาเติบโตจากฐานที่ต่ำราว 35% Y-Y เป็น 1,907 ล้านบาท แต่ยังคงต่ำกว่ากำไรในช่วงก่อน Trade War และคาดจ่ายปันผลงวด ครึ่งหลังปีนี้ที่หุ้นละ 0.65 บาท (เท่ากับที่จ่ายในครึ่งปีแรก) คิดเป็น Yield ครึ่งปีที่ 2.1%


แนะนำ ซื้อเก็งกำไร ราคาเหมาะสมปี 63 ที่ 34 บาท (อิง PE เดิม 34 เท่า)


*** ทิศทางโดยรวมเป็นบวก แต่ก็ยังมีปัจจัยเสี่ยงต่อประมาณการที่ยังต้องจับตาอยู่เช่นกัน


บล.ฟินันเซีย ไซรัส ระบุต่อว่า อย่างไรก็ดียังมีปัจจัยเสี่ยงต่อประมาณการที่ต้องจับตา คือ แนวโน้มอุตสาหกรรมรถยนต์ทั่วโลกยังไม่สดใส ลดลงต่อเนื่องในปี 63 


นอกจากนี้ลูกค้าหลายรายยังได้รับผลกระทบจากสงครามการค้า ซึ่งความไม่แน่นอนของสถานการณ์ ที่อาจยืดเยื้อไปอีกระยะหนึ่งทำให้ลูกค้าเริ่มส่งสัญญาณย้ายฐานการผลิตจากจีนมายังลำพูน คาดจะเริ่มมีการโยกย้ายในช่วงปลายปี 62 และอาจมีรายอื่นเพิ่มเติมในช่วงปี 63 ต่อเนื่อง ทำให้บริษัทต้องรับรู้ค่าใช้จ่ายจากการลดขนาดกำลังการผลิต ย้ายเครื่องจักร เพิ่มสายการผลิตโรงงานในไทยอีก


ราคาหุ้น HANA ที่ปรับตัวขึ้นมา มีสาเหตุหลักๆมากจากตลาดมองว่าค่าเงินบาทจะไม่แข็งค่าไปกว่านี้อีกแล้ว ประกอบกับแนวโน้มคำสั่งซื้อกลุ่มคอนซูเมอร์ที่เริ่มกลับมาฟื้นตัวขึ้นอีกครั้ง แต่รายได้จากอุตสาหกรรมยานยนต์ที่ยังหดตัวต่อเนื่อง และลูกค้าหลายรายที่ยังไม่ลงทุนเพิ่ม เพราะยังไม่เชื่อมั่นกับทิศทางสงครามการค้าก็เป็นสิ่งที่ต้องติดตาม 







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh




LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด