หุ้นเด่นวันนี้

CKP กำไรพีคไตรมาส 3...แต่อัพไซด์เริ่มจำกัด!

CKP กำไรพีคไตรมาส 3...แต่อัพไซด์เริ่มจำกัด!

CKP ปิดซื้อขายเช้านี้บวก 2.59% คาดรับปัจจัยหนุนเข้าสู่ฤดูฝน ดันกระแสน้ำผลิตไฟฟ้าเพิ่มขึ้น ขณะที่โบรกฯ ประเมินกำไร Q2/64 จ่อเทิร์นอะราวด์ หลังปีนี้พ้นภัยแล้ง ส่วนจุดพีคสุดของปีคาดไว้ที่ Q3/64 กำไรพุ่งกระฉูด 900 – 1,200 ล้านบาท หนุนกำไรทั้งปี 64 โตแรง 358 - 497% ทุบสถิติสูงสุดตลอดกาล
 

*** ปิดเช้าบวก 2.59% หลังเข้าฤดูฝน ดันกระแสน้ำเพิ่มขึ้น
 

ราคาหุ้น บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ CKP ช่วงเช้าวันนี้ (22 ก.ค.64) ดีดขึ้นไปทำจุดสูงสุดที่ราคา 6.05 บาท ก่อนปิดซื้อขายภาคเช้าไปด้วยราคา 5.95 บาท เพิ่มขึ้น 0.15 บาท หรือ 2.59% มีปริมาณการซื้อขายเพิ่มขึ้น 77.33% จาก 5 วันทำการก่อนหน้า

สาเหตุที่ทำให้ราคาหุ้น CKP ปิดซื้อขายเช้านี้ บวก 2.59% เนื่องจากกำลังได้รับ Sentiment เชิงบวก จากการเข้าสู่ฤดูฝน ส่งผลให้โรงไฟฟ้าพลังงานน้ำของ CKP มีกระแสน้ำ สำหรับใช้ผลิตไฟฟ้าเพิ่มมากขึ้นกว่าช่วงเวลาอื่นของปี
 

*** งบ Q2/64 จ่อเทิร์นอะราวด์ รับกระแสน้ำเพิ่มขึ้น 
 

บทวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เคทีบีเอสที ประเมินผลการดำเนินงานไตรมาส 2/64 ของ CKP มีแนวโน้มพลิกรายงานกำไรสุทธิ จำนวน 702 ล้านบาท เทียบกับปีก่อนที่รายงานขาดทุนสุทธิ จำนวน 86 ล้านบาท เนื่องจากประสบปัญหาภัยแล้ง ซึ่งสถานการณ์น้ำในปีนี้ ดีขึ้นกว่าปี 63 อย่างมีนัยสำคัญ 

ปัจจัยดังกล่าว ส่งผลให้โครงการหลักของ CKP อาทิ โรงไฟฟ้าน้ำงึม 2 ผลิตกระแสไฟฟ้าเพิ่มขึ้น 143% จากปีก่อน และ เพิ่มขึ้น 24% จากไตรมาสก่อน, ขณะที่ โครงการโรงไฟฟ้าไซยะบุรี ผลิตกระแสไฟฟ้าเพิ่มขึ้น 52% จากปีก่อน และ เพิ่มขึ้น 73% จากไตรมาสก่อน

สอดคล้องกับ บล.ฟินันเซีย ไซรัส ที่มองว่า ผลการดำเนินงานไตรมาส 2/64 ของ CKP จะพลิกรายงานกำไรสุทธิจำนวน 700 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหนุนจากการผลิตกระแสไฟฟ้าที่สูงขึ้น ของโรงไฟฟ้าหลักทั้ง 2 แห่ง โดยคาดว่าการผลิตกระแสไฟฟ้าในช่วงไตรมาส 2/64 ของโรงไฟฟ้าน้ำงึม 2 จะอยู่ที่ 1.5-1.55 แสน MWh/เดือน สูงขึ้นกว่าเท่าตัวจากปีก่อน หลังปริมาณน้ำที่กักเก็บในอ่างสูงขึ้น

เช่นเดียวกับ โรงไฟฟ้าไซยะบุรี ที่กำลังได้รับปัจจัยหนุนจากกระแสน้ำในอ่างเก็บน้ำเพิ่มขึ้นตามฤดูกาล ซึ่งคาดว่า ในไตรมาสนี้ โรงไฟฟ้าไซยะบุรี จะสามารถทำกำไรได้ราว 500 ล้านบาท ให้กับ CKP หลังกระแสน้ำเพิ่มขึ้น 71% จากปีก่อน และ การผลิตกระแสไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น 54% จากปีก่อน
 

*** จับตาดู Q3/64 คือจุดพีคของปีนี้
 

บล.เคทีบีเอสที ประเมินว่า ผลการดำเนินงานของ CKP ในช่วงไตรมาส 3/64 จะเป็นจุดสูงสุดของปีนี้ โดยคาดว่าในช่วงดังกล่าว CKP จะมีกำไรสุทธิ จำนวน 900 – 1,000 ล้านบาท เติบโตขึ้น 8.3 - 20% จากปีก่อน โดยมีปัจจัยหนุนที่สำคัญ คือ กระแสน้ำที่ใช้ผลิตไฟฟ้ามีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากไตรมาส 2/64 

ด้าน บล.ฟินันเซีย ไซรัส ประเมินกำไรสุทธิไตรมาส 3/64 ของ CKP ไว้สูงสุดที่ 1,000 – 1,200 ล้านบาท เติบโตขึ้น 20 – 44.40% จากปีก่อน โดยสาเหตุหลัก เกิดจากระดับการผลิตไฟฟ้าที่ปรับตัวสูงขึ้นของทั้ง 2 โครงการหลัก หลังเข้าสู่ฤดูฝน ส่งผลให้ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำเพิ่มขึ้น

ส่วน บล.กรุงศรี ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า จากการเข้าสู่ฤดูฝน ส่งผลให้มีปริมาณน้ำเข้าสู่เขื่อนของ CKP สูงขึ้น ทำให้อัตราการผลิตไฟฟ้าของ CKP เพิ่มขึ้นจากปีก่อน ที่บริษัทจำเป็นต้องสำรองน้ำ เพื่อผลิตไฟฟ้าในช่วงฤดูแล้ง โดยปริมาณน้ำที่โรงไฟฟ้าพลังงานน้ำเขื่อนน้ำงึม 2 ในเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา เพิ่มขึ้นถึง 179% จากปีก่อน เป็น 849 ล้านลูกบาศก์เมตร (mcm.)


*** ครึ่งปีหลังลุ้นลงนามโครงการใหม่ ดันมูลค่าหุ้นเพิ่ม 1.7 บาท
 

บล.เคทีบีเอสที ระบุว่า แม้ปัจจุบัน ราคาหุ้น CKP เริ่มมีอัพไซด์จำกัด เมื่อเทียบกับราคาเป้าหมายของเราที่ 6.2 บาท/หุ้น แต่ยังแนะนำ"ซื้อ" เนื่องจากยังมีปัจจัยหนุนเพิ่มมูลค่าหุ้นอีกราว 1.7 บาท/หุ้น จากการเข้าลงทุนโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำหลวงพระบาง ขนาดกำลังการผลิต 1,460MW (CKP ถือหุ้น 42%) 

ขณะที่ บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำหลวงพระบาง ขนาดกำลังการผลิต 1,410 MW คาดจะได้ข้อสรุปและเซ็นสัญญาได้ในช่วงครึ่งปีหลัง โดยมูลค่าโครงการประมาณ 1.35 แสนล้านบาท

ส่วน บล.เอเซีย พลัส ประเมินว่า โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำหลวงพระบาง จะช่วยเพิ่มกำลังการผลิตให้ CKP ตามสัดส่วนการถือหุ้น 42% ราว 613 MW จากกำลังการผลิตของ CKP ที่ปัจจุบัน อยู่ที่ 939 MW ซึ่งถือว่าเป็นส่วนเพิ่ม ที่มีนัยสำคัญ เนื่องจากโครงการดังกล่าว มีขนาดใหญ่กว่าโรงการโรงไฟฟ้าไซยะบุรี ที่มีกำลังผลิต 1,280 MW 

ดังนั้น ส่วนแบ่งกำไรที่ CKP จะได้รับจากโครงการดังกล่าว จะอยู่ระหว่าง 1,200  - 1,500 ล้านบาท (ภายใต้สัดส่วนการถือหุ้น 42%) แต่อย่างไรก็ตาม ยังต้องใช้เวลาอีก 8-10 ปี กว่าที่ โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำหลวงพระบางจะสามารถดำเนินการเชิงพาณิชย์ได้ (COD)
 

*** กำไรปีนี้ทุบสถิติสูงสุด แถมยังมีอัพไซด์ 10-15%
 

บล.เคทีบีเอสที ระบุว่า ยังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 64 ของ CKP ไว้ที่ 1,841ล้านบาท ทำสถิติกำไรสูงสุดตลอดกาล (All Time High) เติบโตขึ้น 358% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยประมาณการดังกล่าว ยังมีอัพไซด์ราว 10-15% หากสถานการณ์น้ำดีต่อเนื่องถึงช่วงไตรมาส 3/64 หนุนให้กำไรสุทธิช่วงดังกล่าว เป็นจุดสูงสุดของปีได้ตามการคาดการณ์ของเราจริง

ขณะที่ บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) ประเมินกำไรสุทธิปี 64 ของ CKP ไว้ที่ 2,160 ล้านบาท (All Time High) เติบโตขึ้น 449% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหนุนจากผลการดำเนินงานไตรมาส 2-3/64 ที่จะโดดเด่นที่สุดของปี ตามกระแสน้ำที่เพิ่มขึ้นในช่วงฤดูฝน

ขณะที่ นักวิเคราะห์อีก 2 ราย ประเมินกำไรสุทธิปี 64 ของ CKP ไว้ที่ 

บล.  กำไรสุทธิปี 64 (ลบ.)  %chg YoY.
กรุงศรี   2,420 497
ฟินันเซียฯ   2,267 460


*** โบรกฯส่วนใหญ่ แนะนำ"ซื้อ"
 

จากการสำรวจความคิดเห็นนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ยังแนะนำ"ซื้อ" เนื่องจากมองว่าผลการดำเนินงานไตรมาส 2-3/64 ของ CKP มีแนวโน้มเติบโตโดดเด่นสุดในปีนี้ หนุนกำไรทั้งปี 64 ทำลายสถิติสูงสุดตลอดกาลของบริษัทได้สำเร็จ ขณะที่ ครึ่งปีหลัง ยังมีการลงนามโครงการใหม่ อย่าง โรงไฟฟ้าพลังงานน้ำหลวงพระบาง เป็นปัจจัยหนุนมูลค่าหุ้นเพิ่มขึ้นอีกด้วย

บล.  คำแนะนำ ราคาเหมาะสม
ฟินันเซียฯ  ซื้อ     6.60
กรุงศรี  ซื้อ     6.50
เมย์แบงก์ฯ ซื้อ     6.50
เคทีบีฯ  ซื้อ     6.20
ราคาเฉลี่ย 6.45

แม้กำไรสุทธิ ไตรมาส 2-3/64 ของ CKP มีแนวโน้มเติบโตได้อย่างโดดเด่น แต่สิ่งที่นักลงทุนควรรู้ คือ ราคาหุ้นที่ซื้อขาย ณ ปัจจุบันของ CKP เหลืออัพไซด์เพียง 8.4% เท่านั้น เมื่อเทียบกับราคาเฉลี่ยของนักวิเคราะห์ สะท้อนจากราคาหุ้น 2 เดือนล่าสุด ปรับตัวขึ้นราว 33.04% ซึ่งน่าจะเป็นการตอบรับปัจจัยบวกเรื่องผลประกอบการไตรมาส 2-3/64 ไปพอสมควรแล้ว…







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh




LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด