KCE ดิ่งหลังแจ้งกำไรปี 61 เหลือ 2 พันลบ. ลดลงต่อเนื่อง 2 ปีซ้อน สารพัดปัจจัยรุมเร้า ทั้งบาทแข็ง-ราคาทองแดงพุ่ง- ปัญหาศก.ในยุโรป จับตาปีนี้พ้นจุดต่ำสุดหรือยัง กูรูคาดเทรนด์ขาลงยังต่อเนื่องถึง Q1/62 แนะรอดูสถานการณ์ ฟากผู้บริหารนัดชี้แจงนักวิเคราะห์ 14 ก.พ. นี้
ราคาหุ้น บมจ.เคซีอี อีเลคโทรนิคส์ (KCE) ถูกเทขายเช้านี้หลังปี 61 หลังทำกำไรน่าผิดหวัง ส่งผลราคาร่วงกว่า 3% สวนตลาดรวมที่สดใสเช้านี้ โดยภาคเช้าปรับลงทำจุดต่ำสุด 30.25 บาท ก่อนจะเด้งขึ้นมาเล็กน้อย ปิดการซื้อขายภาคเช้าที่ 30.75 บาท ลดลง 1 บาท หรือ 3.15%
KCE ทำธุรกิจผลิตและขายแผ่นพิมพ์วงจร (PCB)ซึ่งเป็นส่วนประกอบพื้นฐานของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทุกประเภท บริษัทมีลูกค้า 2 กลุ่ม คือ 1.โรงงานผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ และ 2.โรงงานประกอบเครื่องมือสื่อสารคมนาคม ,เครื่องมือการแพทย์ และเครื่องคอมพิวเตอร์
KCE จัดว่าเป็นหุ้นที่มีประวัติการทำกำไรที่ดี สร้างนิวไฮทุกปีช่วงปี 57-59 ที่ 2.10 พันล้านบาท, 2.24 พันล้านบาท และ 3.03 พันล้านบาทตามลำดับ สอดคล้องกับราคาหุ้นที่สร้าง All Time Highไว้ที่ 65.00 บาท (ราคาหลังแตกพาร์) ในเดือน ธ.ค.59 ซึ่งเป็นปีที่กำไรทำสถิติสูงสุดตลอดกาลเช่นกัน
จากนั้นกำไรเริ่มมีทิศทางชะลอตัวเป็นครั้งแรกในปี 60 ที่กำไรสุทธิลดลงเหลือ 2.54 พันล้านบาท เป็นผลมาจากต้นทุนทองแดงเพิ่มขึ้น ประกอบกับเงินบาทแข็งค่า ต่อเนื่องมาถึงงวดปี 61 ที่กำไรลดเหลือ 2.01 พันลบ. ลดลงราว 21% ซึ่งนับว่าเป็นการลดลงต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 นับจากปี 59 และหากดูเฉพาะ Q4/61รายได้อยู่ที่ 3.2 พันลบ. ลดลง 5.4% YoYและ 13.1% QoQ จากค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นและมีกำไรสุทธิ 380 ลบ. ลดลง 36.4% YoYและ 32% QoQ
ราคาหุ้น KCEเช้านี้จึงปรับลงสวนตลาดรวม หลังตลาดผิดหวังงบปี61 เป็นผลมาจากยอดขายสหรัฐฯ และยุโรปหดตัว บวกกับต้นทุนวัตถุดิบทองแดงสูงขึ้น ซ้ำร้ายยังต้องเผชิญกับเงินบาทแข็งค่า ขณะที่โบรกฯ เสียงแตก มีทั้งแนะถือและซื้อ ส่วนเทรนด์ของกำไรบางค่ายมองปีนี้พ้นจุดต่ำสุด บางค่ายมองว่าต้องรอดูสถานการณ์ไปก่อน เป้าหมายต่ำสุด 30 บาท สูงสุดเกือบ 40 บาท
บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส อยู่ระหว่างปรับปรุงประมาณการกำไรปี 62-63 คำแนะนำและราคาพื้นฐานของบริษัท โดยในเบื้องต้นเห็นว่าอัตรากำไรของบริษัทฟื้นตัวได้ช้ากว่าที่เคยคาดการณ์ไว้
ขณะที่ 2 ค่าย ได้แก่ บล.เคจีไอ และ บล.โนมูระพัฒนสิน แนะนำให้นักลงทุนรอดูสถานการณ์ไปก่อน พร้อมคาด Q1 กำไรยังไม่น่าจะฟื้นตัว
บล.เคจีไอ กล่าวว่า กำไรKCE ต่ำกว่าประมาณการของเคจีไอ 6% และมองว่ายังมีความเสี่ยงด้าน downside อยู่ คาดว่านักวิเคราะห์ในตลาดน่าจะปรับลดประมาณการกำไรลงอีก ดังนั้น จึงแนะนำให้นักลงทุนรอดูสถานการณ์ไปก่อน แนะนำ "ถือ" ราคาเป้าหมาย 30.00 บาท อิง PE 15 เท่า
บล.โนมูระ พัฒนสิน กล่าวว่า กำไรสุทธิ Q4/61 ของ KCE ต่ำกว่าคาด 15% เกิดผลกระทบจาก WLTPทำให้มีผลต่อการขายรถในยุโรป ส่งผลให้ลูกค้ายุโรปชะลอการซื้อสินค้า ทำให้ยอดขายและอัตรากำไรขั้นต้นลดลง และ บล.โนมูระฯ คาดว่าจะยังมีผลต่อใน Q1/62 จึงรอดูสถานการณ์ไปก่อน และรอฟังข้อมูลในการประชุมนักวิเคราะห์ 14 ก.พ.นี้ แนะนำ NEUTRAL เป้าหมาย 31.30 บาท
ด้านทิสโก้ และ เคทีบี แนะนำซื้อ เชื่อผลประกอบการต่ำสุดไปแล้วในปี61 และคาด Q1 กำไรจะเริ่มฟื้นตัวเป็นไตรมาสแรก
บล.ทิสโก้ พร้อมระบุกำไร KCE งวด Q4/61 ต่ำกว่าที่คาดแต่จะฟื้นตัวขึ้นในงวดปี62 นี้ และเชื่อว่าผลประกอบการต่ำสุดไปแล้วในปี61 จากราคาทองแดงและผลกระทบจากการใช้ระบบทดสอบแบบใหม่ที่เรียกว่า WLTPของอุตสาหกรรมรถยนต์ แต่การฟื้นตัวจะล่าช้าจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน และค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น รวมถึงยอดจดทะเบียนรถยนต์ที่อ่อนแอ ยังคงแนะนำซื้อ มูลค่าที่เหมาะสม 37 บาท
บล.เคทีบี ให้ราคาเป้าหมายปี62 ที่ 39.50 บาท (อิง Forward core PER เฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปีย้อนหลังที่ 20.4 เท่า) และยังคงคำแนะนำ ซื้อ โดยมองว่าผลประกอบการใน Q1/62 จะเริ่มฟื้นตัวขึ้นเป็นไตรมาสแรก หลังคำสั่งในเดือน ม.ค.62 เกือบกลับมาที่ระดับปกติแล้ว
KCE จะเปิดให้นักวิเคราะห์เข้ารับฟังและสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมในวันที่ 14 ก.พ.นี้ ต้องมาติดตามว่า ผู้บริหารจะมีมุมมองต่อธุรกิจในปีนี้อย่างไร กำไรปีนี้มีโอกาสฟื้นมากน้อยแค่ไหน แต่.ความเสี่ยงที่คู่กับธุรกิจ KCE แน่ๆ ที่นักลงทุนต้องติดตาม คือ ราคาทองแดง ค่าเงินบาท และสงครามการค้า ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยที่อยู่นอกเหนือการควบคุม