ในช่วงเวลาที่ตลาดหุ้นไทยเต็มไปด้วยเรื่องร้าย หุ้นที่ผลประกอบการไตรมาสแรกออกมาเติบโตเฉียด 1000% อย่าง GGC จึงโดดเด่นและน่าอภิรมย์อย่างมาก ส่วนราคาหุ้นก็ขยับขึ้นไปตอบรับในทันทีเช่นกัน แต่น่าเสียดายที่ผลประกอบการไตรมาสต่อๆไป อาจไม่เติบโตสูงเหมือนไตรมาสแรกอีกแล้ว และระดับราคาในตอนนี้ถือว่าสายเกินไปสำหรับนักลงทุนที่คิดจะเริ่มเก็บหุ้นแล้วด้วย
*** ราคาหุ้นนิวไฮรอบ 2 เดือน งบ Q1/63 ดีผิดคาด
ราคาหุ้น บริษัท โกลบอลกรีนเคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GGC เช้าวันนี้ปรับตัวขึ้นแรง ไปทำจุดสูงสุดอยู่ที่ 8.80 บาท ทำนิวไฮรอบเกือบ 2 เดือน ก่อนย่อตัวมาปิดตลาดรอบเช้าไปที่ 8.45 บาท เพิ่มขึ้น 0.20 บาท หรือ +2.42% ปริมาณหุ้นที่ซื้อขายเพิ่มขึ้นสูงถึง 469.48% เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ย 5 วันทำการก่อนหน้านี้
ส่วนสาเหตุที่ราคาหุ้นปรับขึ้นแรงเช่นนี้ คงหนีไม่พ้นการประกาศผลประกอบการไตรมาสที่ 1/63 ที่มีกำไรสุทธิ 238.65 ล้านบาท ดูไม่มาก แต่โตจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีฐานต่ำไปถึง 986% ตามยอดขายของเมทิลเอสเทอร์(ME)ที่เติบโต +28% YoY แม้ยอดขายแฟตตี้แอลกอฮอล์(FA)จะลดลง -16% ก็ตาม นอกจากนี้ยังได้ผลบวกจากส่วนแบ่งกำไรบริษัทร่วมค้าที่ 62 ล้านบาท รวมถึงแรงหนุนจากค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลง 8.5% จากช่วงเดียวกันปีก่อน
ทั้งนี้ กำไรสุทธิยังถือว่าดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้อีกด้วย โดยบริษัทหลักทรัพย์(บล.)หยวนต้า เปิดเผยว่า กำไรสุทธิทำได้ดีกว่าที่คาดไป 15% เพราะส่วนแบ่งจากกำไรเงินลงทุนสูงกว่าที่คาด และราคาน้ำมันปาล์มที่ปรับตัวขึ้นเป็น 33.9 บาท/กิโลกรัม (+48% QoQ และ +112% YoY) ทำให้มีกำไรสินค้าคงคลัง ดังนั้นหากหักเหลือกำไรปกติจะทำได้ 129 ล้านบาท +32% YoY
*** ไตรมาสต่อๆไปผลงานอ่อนตัวลง จึงโดนหั่นประมาณการทั้งปี
แม้ฐานของผลประกอบการ GGC ในปีก่อนจะต่ำมาก โดยเฉพาะไตรมาส 2-3/62 ที่ขาดทุนสุทธิ ทำให้ภาพการเติบโตสูง YoY ยังอาจได้เห็น แต่การเติบโตจะลดลง QoQ เพราะไตรมาสแรกอาจดีที่สุดไปแล้ว บล.หยวนต้า ระบุว่า แนวโน้มผลประกอบการในไตรมาส 2/63 จะลดลง QoQ อันเนื่องมาจากปริมาณขายไบโอดีเซลจะลดลง QoQ เพราะผลกระทบจากมาตรการปิดเมือง(Lockdown)ในไทยจะชัดเจนขึ้น
ส่วนราคาน้ำมันปาล์มที่หนุนผลงานไตรมาส 1/63 นั้น ตั้งแต่ต้นไตรมาสสองถึงปัจจุบัน ราคาลดลงแล้ว -32% QoQ มาที่ 23 บาท/กิโลกรัม ทั้งจากความต้องการที่ชะลอตัวลงชัดเจน การเข้าสู่ฤดูผลผลิต ทำให้ไตรมาส 2/63 อาจมีขาดทุนสินค้าคงคลังได้อีกด้วย
ด้วยแนวโน้มที่เป็นลบ ทำให้ต้องปรับประมาณการกำไรสุทธิในปี 63 ลง 32% มาอยู่ที่ 582 ล้านบาท เติบโต 519% จากฐานต่ำในปีก่อน โดยการปรับยอดขาย ME และ FA ลง 8 - 17% ปรับ EBITDA margin ของ ME ขึ้นเป็น 6.7% แต่ลด FA ลงเป็น -2.2% จากราคาน้ำมันปาล์มดิบเฉลี่ยลดลง
*** เทียบ P/BV ในอดีต อาจสายเกินไปที่จะซื้อลงทุนในตอนนี้
ทั้งนี้ หากอ้างอิงจาก บล.หยวนต้า ให้ราคาเหมาะสม ณ สิ้นปี 63 ของ GGC ไว้ที่ 9.20 บาท คิดเป็น P/BV 0.93 เท่า ดังนั้นถือว่าราคาหุ้นในปัจจุบันมีอัพไซด์อยู่ไม่มากนัก
นอกจากนี้จากการสำรวจของผู้สื่้อข่าว ด้วยฟังก์ชั่น P/E & P/BV Zone Analysis ในโปรแกรม efin Stock Pick Up พบว่าค่าเฉลี่ย 3 ปีย้อนหลัง GGC มักจะซื้อขายอยู่ที่ P/BV 1 เท่า ดังนั้นราคาหุ้นในปัจจุบันที่ซื้อขายอยู่บน P/BV ราวๆ 0.88 เท่า ถือว่าใกล้เคียงกับช่วงที่ผลประกอบการอยู่ในระดับปกติแล้ว แม้ปัจจุบันจะอยู่ในช่วงวิกฤตโควิด-19 ก็ตาม
แม้ผลประกอบการเติบโตก้าวกระโดดจากฐานที่ต่ำของ GGC จะเป็นที่รับรู้กันมานานตั้งแต่ปีก่อน แต่ด้วยสถานการณ์ที่ยากจะหาหุ้นกำไรโตได้ จึงทำให้ GGC ได้รับความสนใจขึ้นมาทันที แต่สิ่งที่นักลงทุนต้องเตือนตัวเองไว้ก็คือ ผลประกอบการไตรมาสต่อๆไปอาจไม่ได้ดีอย่างนี้แล้ว