เช้านี้ JMT บวกสูงสุด 7.57% รับงบ Q4/65 ทำนิวไฮ แถมมีปันผลให้ยีลด์อีก 1.11% ขณะที่โบรกฯมองกำไร Q1/66 ยังเดินหน้าโตได้ต่อ เหตุขนาดกองหนี้เสียสูงขึ้น – ส่วนแบ่งกำไร JKAMC หนุน แถมมองปี 66 กลับมาซื้อหนี้เสียได้สูงขึ้นหลังหมดมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ ดันกำไรปีนี้ทำนิวไฮต่อ โตแรงราว 26 – 43% แถมอัพไซด์เหลือเพียบ !
*** เช้านี้พุ่งสูงสุด 7.57% รับงบ Q4/65 นิวไฮ
ราคาหุ้น บมจ.เจ เอ็ม ที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส (JMT) ช่วงเช้าวันนี้ (14 ก.พ.66) ดีดขึ้นไปทำจุดสูงสุดที่ราคา 53.25 บาท เพิ่มขึ้น 7.57% จากวันทำการก่อนหน้า ก่อนปิดซื้อขายภาคเช้าด้วยราคา 52.25 บาท เพิ่มขึ้น 3 บาท หรือ 6.06% มีปริมาณการซื้อขายเพิ่มขึ้น 156.90% จาก 5 วันทำการก่อนหน้า
บทวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) ระยุสาเหตุทีทำให้ราคาหุ้น JMT เช้านี้ ปรับตัวขึ้นสูงสุด 7.57% เนื่องจากกำลังได้รับ Sentiment เชิงบวก จากการประกาศงบการเงินไตรมาส 4/65 ที่มีกำไรสุทธิ 490 ล้านบาท เติบโตขึ้น 3% จากปีก่อน และเติบโตขึ้น 8% จากปีก่อน ทำระดับกำไรสุทธิสูงสุดใหม่ (นิวไฮ) รายไตรมาส
*** อีกปัจจัยหนุน คือ มีปันผลอีก 0.59 บ.
นอกจากงบการเงินไตรมาส 4/65 ที่เติบโตโดดเด่นเป็นปัจจัยหนุนราคาหุ้นเช้านี้แล้ว ยังมีการประกาศจ่ายเงินปันผลงวดผลการดำเนินงานครึ่งหลังของปี 65 เป็นปัจจัยหนุนเพิ่มเติมด้วย โดย JMT จ่ายเงินปันผลงวดครึ่งหลังปี 65 ในอัตรา 0.59 บาท/หุ้น หรือคิดเป็นอัตราผลตอบแทนเงินปันผล (Dividend Yield) ระดับ 1.11%
ทั้งนี้ หุ้น JMT จะขึ้นเครื่องหมายไม่ได้รับสิทธิเงินปันผล (XD) วันที่ 11 เม.ย.นี้ และจ่ายเงินปันผลวันที่ 2 พ.ค.66
*** โบรกฯมองกำไร Q1/66 ยังโต YoY ได้
บล.ดาโอ (ประเทศไทย) ประเมินว่า กำไรสุทธิไตรมาส 1/66 ของ JMT ยังมีแนวโน้มขยายตัวจากปีก่อนได้ต่อเนื่อง มีปัจจัยหนุนจากขนาดกองหนี้เสียที่ซื้อเพิ่มขึ้น และรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจาก JKAMC ที่มีมูลหนี้การเข้าซื้อราว 7 หมื่นล้านบาทเต็มไตรมาส อย่างไรก็ตาม กำไรอาจชะลอตัวลงจากไตรมาสก่อนเล็กน้อย ตามปัจจัยฤดูกาล
*** กูรูชี้ปี 66 จะกลับมาซื้อหนี้เสียได้สูงขึ้น
บล.ทรีนีตี้ ระบุว่า หนึ่งในปัจจัยกดดันผลการดำเนินงานปี 65 ของ JMT คือ การซื้อหนี้เสียเข้ามาได้น้อยกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้อย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม มองว่า ปัญหาดังกล่าวจะถูกคลี่คลายมากขึ้นในช่วงปี 66 หลังเห็นสัญญาณการขายหนี้เสียจากสถาบันการเงินมากขึ้น หลังหมดมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้
ขณะที่ บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า JMT เริ่มกลับมาซื้อหนี้เสียเชิงรุกมากขึ้น สะท้อนจากไตรมาส 4/65 ที่กลับมาซื้อหนี้เสียได้ 2.9 พันล้านบาท เทียบกับทั้งปี 65 ที่ซื้อเข้ามาได้ทั้งหมด 4.5 พันล้านบาท เท่านั้น
*** มองกำไรปี 66 ทำนิวไฮต่อ คาดโต 26 - 43%
บล.ทรีนีตี้ มองว่ากำไรสุทธิปี 66 ของ JMT ยังมีแนวโน้มทำนิวไฮได้อย่างต่อเนื่อง โดยประเมินไว้ที่ 2.5 พันล้านบาท เติบโตขึ้น 43% จากปีก่อน หนุนโดยการจัดเก็บเงินสดที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดโควิด-19 และเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัวในช่วงปีก่อน เริ่มมีทิศทางที่ดีขึ้นชัดเจนในช่วงปี 66
อีกทั้ง จะเห็นการซื้อหนี้เสียของ JMT กลับมาสูงขึ้นกว่าปีก่อนอย่างมีนัยสำคัญ หลังเห็นสัญญาณการขายหนี้จากสถาบันการเงินสูงขึ้น ตามการหมดระยะเวลาช่วยเหลือลูกหนี้ นอกจากนี้ ยังคาดจะเห็นส่วนแบ่งกำไรจาก JKAMC ที่มากขึ้นกว่าปีก่อน จากการรับโอนหนี้จาก KBANK เข้ามาเพิ่มเติม
สอดคล้องกับ บล.ดาโอ (ประเทศไทย) ที่ประเมินกำไรสุทธิปี 66 ของ JMT ไว้ที่ 2.2 พันล้านบาท เติบโตขึ้น 26% จากปีก่อน หนุนโดยการซื้อหนี้เสียที่สูงขึ้นด้วยต้นทุน 5 พันล้านบาท อีกทั้งจะรับรู้กำไรจาก JKAMC ที่มีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นเป็น 434 ล้าบาท จากการรับรู้ส่วนแบ่งเต็มปีครั้งแรก และการซื้อหนี้เสียจาก KBANK เพิ่มขึ้น และเร็วกว่าเป้าหมายในปี 65
ทั้งนี้ JMT ได้เข้าซื้อหนี้เสียจาก KBANK แล้วราว 7 หมื่นล้านบาท สูงกว่าเป้าที่อยู่ในระดับ 5 หมื่นล้านบาท ขณะที่ Cost to income จะทรงตัวอยู่ในระดับ 48% จากค่าใช้จ่ายด้านกฎหมายและการดำเนินคดีที่สูงขึ้น รวมทั้งรับรู้ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นเพื่อรองรับการทำ IPO ของบริษัทบริหารสินทรัพย์ เจ (JAM)
*** จ่อปรับโครงสร้างก่อนดัน JAM เข้าตลาด
บล.ทรีนีตี้ มองว่า JMT อาจมีการปรับโครงสร้างธุรกิจจากการเตรียมนำ JAM เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) โดยคาดว่า JMT จะบริหารพอร์ตหลัก คือ หนี้ไม่มีหลักประกัน ส่วน JAM จะบริหารหนี้ที่มีหลักประกัน ซึ่ง JAM จะได้เงินที่ได้จากการระดมทุนไปซื้อหนี้เพิ่มเติม
*** กูรูชี้หุ้นตอบรับปัจจัยลบไปหมดแล้ว
บล.เอเซีย พลัส ระบุว่า แม้ผลการดำเนินงานของ JMT จะมีแนวโน้มเติบโตโดดเด่นในระยะยาว แต่ราคาหุ้นตั้งแต่ต้นปี (YTD) ปรับตัวลงไปกว่า 28% สะท้อนความกังวลเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อ และเศรษฐกิจชะลอตัวไปมากแล้ว จึงเป็นจังหวะที่เหมาะสมสำหรับการเข้าลงทุนในระยะกลาง – ยาว
สอดคล้องกับ บล.ดาโอ (ประเทศไทย) ที่ระบุว่า ยังคงแนะนำซื้อ JMT แม้ราคาหุ้นในช่วงก่อนหน้าจะปรับตัวลงแรงอย่างมีนัยสำคัญ จากความกังวลต่อการจัดเก็บเงินสดที่อาจได้รับผลกระทบจากภาวะเงินเฟ้อสูง อย่างไรก็ตาม ผลการดำเนินงานของ JMT ยังมีแนวโน้มเติบโตโดดเด่นในระยะยาว
นอกจากนี้ JMT ยังมีโอกาสขยายธุรกิจเพิ่มขึ้น จากเงินเพิ่มทุน KINVESTURE จำนวน 3.5 พันล้านบาท รวมทั้งยังสามารถระดมทุนจากหุ้นกู้เพิ่มได้ด้วย จากการมีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) ต่ำเพียง 0.3 เท่า
*** ส่วนใหญ่ยังคงแนะนำ"ซื้อ"
จากการสำรวจความคิดเห็นนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ยังคงแนะนำ"ซื้อ" เนื่องจากมองว่า ผลการดำเนินงานของ JMT ยังมีแนวโน้มเดินหน้าทำนิวไฮได้ต่อเนื่องอย่างน้อยอีก 2 – 3 ปี จากการเป็นผู้นำของกลุ่มอุตสาหกรรม และการมีพันธมิตรที่ดีอย่าง KBANK อีกทั้ง สภาวะเศรษฐกิจที่ฟื้นตัว จะช่วยหนุนการเก็บเงินสดเพิ่มขึ้นได้ดีอีกด้วย
| บล. | คำแนะนำ | ราคาเหมาะสม (บ.) |
| ทรีนีตี้ | ซื้อ | 80.00 |
| เคจีไอ | Neutral | 72.00 |
| เอเชีย พลัส | ซื้อ | 65.00 |
| ดาโอ | ซื้อ | 64.00 |
| ราคาเฉลี่ย | 70.25 |
แม้เช้านี้ราคาหุ้น JMT จะปรับตัวขึ้นสูงสุด 7% แต่ราคาหุ้นที่ซื้อขาย ณ ปัจจุบัน ยังเหลืออัพไซด์ให้นักลงทุนได้ลุ้นอีกถึง 34% เมื่อเทียบกับราคาเหมาะสมเฉลี่ยของนักวิเคราะห์ อีกทั้ง เมื่ออ้างอิงข้อมูลของโบรกเกอร์ ดูเหมือนว่า ราคาหุ้น JMT จะตอบรับปัจจัยกดดันผลการดำเนินงานไปหมดแล้ว จึงทำให้ราคาหุ้นกลับมาอยู่ในจุดน่าสนใจอีกครั้ง ....