หุ้นเด่นวันนี้

MEGA กำไรจ่อ All Time High …จังหวะนี้ควรซื้อหรือยัง?

MEGA กำไรจ่อ All Time High …จังหวะนี้ควรซื้อหรือยัง?

หุ้น MEGA บวกสวน SET Index  คาดได้อานิสงส์จากการเริ่มกระจายวัคซีนโควิด-19 - ยื่นปลูกกัญชงวันแรก และ งบจ่อทำ All Time High ไปถึงปี 65 แต่การเข้าลงทุนช่วงนี้ เป็นจังหวะที่เหมาะสมหรือยัง? ต้องติดตาม!
 

**** ปิดภาคเช้าบวกสวน SET Index รับอานิสงส์วัคซีนโควิด - ยื่นปลูกกัญชง - งบ Q4/63 โตสวย
 

ราคาหุ้น บริษัท เมก้า ไลฟ์ไซแอ็นซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ MEGA ช่วงเช้าวันนี้ ดีดขึ้นไปทำจุดสูงสุดที่ราคา 41.50 บาท ก่อนปิดซื้อขายภาคเช้าด้วยราคา 40.75 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท หรือ 1.24% มีปริมาณการซื้อขายเพิ่มขึ้น 110.92% จาก 5 วันทำการก่อนหน้า

โดยบทวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ดีบีเอส วิคเคอร์ส ระบุถึงสาเหตุที่ทำให้ราคาหุ้น MEGA ปิดซื้อขายภาคเช้าในแดนบวก สวนทางดัชนีหุ้นไทย (SET Index) ที่ปิดลบ 9.24 จุด หรือ 0.63% เนื่องจากมองว่า MEGA จะได้รับปัจจัยบวกจากการขนส่งวัคซีนโควิด-19 ซึ่งจะมีกระจายการให้บริการจำนวนมาก โดย MEGA เป็นผู้นำด้านการกระจายสินค้าทั้ง FCMG และยา ในประเทศเมียนมาร์, เวียดนาม และกัมพูชา ซึ่งมีคลังสินค้า เอาท์เล็ท และ ร้านค้า จำนวนมาก ตั้งอยู่ในประเทศเหล่านี้ ประกอบกับ ยังมีความเชียวชาญด้านการจัดเก็บสินค้าในอุณหภูมิที่ต่ำกว่าปกติ

นอกจากนี้ ราคาหุ้น MEGA ยังได้รับปัจจัยบวก จากการผ่อนคลายเกณฑ์การใช้กัญชงและกัญชาในอุตสาหกรรมเครื่องสำอาง, อาหาร, เครื่องดื่ม และยา โดยคาดว่า MEGA จะได้รับประโยชน์จากการคิดค้นผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่ดึงข้อดีของกัญชงและกัญชามาใช้ในอนาคต 

ขณะที่ บล.เคทีบี (ประเทศไทย)  ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ราคาหุ้น MEGA กำลังได้รับปัจจัยบวกจากการเปิดยื่นขอปลูกกัญชงเชิงพาณิชย์วันนี้เป็นวันแรก โดยมองว่าเป็นสัญญาณที่ดี คาดมีโอกาสทยอยอนุมัติให้ใช้กัญชงในผลิตภัณฑ์อื่นเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ ราคาหุ้น MEGA ยังมีปัจจัยบวก จากการประกาศงบไตรมาส 4/63 ที่ถูกคาดหมายว่า กำไรสุทธิในช่วงดังกล่าวจะเติบโตโดดเด่น
 

*** กำไร Q4/63 จ่อนิวไฮ
 

บล.โนมูระ พัฒนสิน ประเมินว่า MEGA จะรายงานกำไรสุทธิไตรมาส 4/63 จำนวน 410 ล้านบาท เติบโตขึ้น 6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และยังทำสถิติกำไรสูงสุดใหม่รายไตรมาส (นิวไฮ) ด้วย โดยสาเหตุหลักที่ทำให้กำไรสุทธิในช่วงดังกล่าวของ MEGA ทำนิวไฮ คือ รายได้ของทั้ง 2 ธุรกิจหลัก อย่าง Mega We Care (MWC) และ Maxxcare (MC)  เติบโตได้อย่างโดดเด่น จากความต้องการยา และ อาหารเสริมที่สูงขึ้น หลังการแพร่ระบาดโควิด-19 

ประกอบกับ ธุรกิจขนส่ง โดยเฉพาะในประเทศเมียนมาร์ ยังเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง คาดในช่วงไตรมาส 4/63 เติบโตขึ้น 20% จากไตรมาสก่อน เพราะไม่มีส่วนแบ่งขาดทุนจากการยุติกิจการร่วมค้า MSN JV ในเมียนมาร์ และคาดอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) สูงขึ้น เพราะสัดส่วนรายได้ของธุรกิจ Maxxcare ที่มีอัตรากำไรขั้นต้นต่ำลดลง

สอดคล้องกับ บล.เคทีบี (ประเทศไทย) ที่คาดว่า MEGA จะรายงานกำไรสุทธิไตรมาส 4/63 จำนวน  405 ล้านบาท เติบโตขึ้น 6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักจากรายได้รวมขยายตัว 11% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน หลังความต้องการสินค้าของ Mega We Care และ Maxxcare เพิ่มขึ้น
 

*** จับตากำไรปี 63 - 65 จะทำ All Time High ต่อเนื่อง
 

บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส ระบุว่า จากความต้องการสินค้าของ MEGA ที่ยังอยู่ในระดับสูง ทำให้กำไรสุทธิปี 63 จะอยู่ที่ 1.3 พันล้านบาท เติบโตขึ้น 17% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และยังเป็นระดับกำไรสุทธิสูงสุดตั้งแต่จัดตั้งบริษัทมา (All Time High) ขณะที่แนวโน้มการเติบโตของกำไรสุทธิอีก 2 ปีข้างหน้า (ปี64 – 65) ยังอยู่ในเกณฑ์ดี จากความต้องการสินค้าที่ยังอยู่ในระดับสูง คาดกำไรสุทธิปี 64 – 65 เติบโตเฉลี่ย 9%

ขณะที่ บล.เคทีบี (ประเทศไทย) คาดว่า MEGA จะรายงานกำไรสุทธิปี 64 จำนวน 1.5 พันล้านบาท เติบโตขึ้น 13% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่กำไรสุทธิปี 65 อยู่ที่ 1.7 พันล้านบาท เติบโตขึ้น 12% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยกำไรสุทธิเดินหน้าทำ All Time High ต่อเนื่อง 3 ปีติดต่อกัน (ปี 63 - 65)

สำหรับการเติบโตในปี 64 มีปัจจัยหลัก จากรายได้ Mega We Care เติบโตขึ้น 7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากรายได้ในทวีปเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และแอฟริกา เติบโตต่อเนื่อง และรับรู้รายได้จาก Futamed เพิ่มขึ้นเป็น 2.9ดอลลาร์/mn เติบโตขึ้น 15% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน, รายได้ Maxxcare เติบโตขึ้น 2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จาก principal ที่เพิ่มขึ้น 

เช่นเดียวกับ บล.โนมูระ พัฒนสิน ที่ประเมินกำไรสุทธิปี 64 ของ MEGA ไว้ที่ 1.4 พันล้านบาท เติบโตขึ้น 5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากความต้องการยา และ อาหารเสริมที่สูงขึ้น หลังผู้บริโภคหันมาให้ความสำคัญกับสุขภาพมากขึ้น จากการแพร่ระบาดโควิด-19 ประกอบกับ ธุรกิจขนส่งของ MEGA ยังคงเติบโตต่อเนื่อง
 

*** บางโบรกฯ มองช่วงนี้ยังไม่น่าสนใจลงทุน
 

บล.โนมูระ พัฒนสิน ให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับราคาหุ้น MEGA ไว้อย่างน่าสนใจ ว่า ราคาหุ้น MEGA ปรับตัวขึ้นราว 15% ตั้งแต่ต้นไตรมาส 1/64 ถึงปัจจุบัน (QTD) และเมื่อเทียบกับ SET Index ที่ปรับตัวขึ้นเพียง 3% ในช่วงเวลาเดียวกัน ทำให้มองว่า ราคาหุ้น MEGA ในปัจจุบัน ได้ตอบรับปัจจัยบวกของกำไรสุทธิไตรมาส 4/63 ที่จะทำนิวไฮ และภาพการเติบโตของปี 64 ไปแล้ว จึงปรับคำแนะนำจาก"ซื้อ" ลงเป็น"ถือ"เท่านั้น
 

*** ส่องอัพไซด์เหลือมากน้อยแค่ไหน?
 

จากการสำรวจความคิดเห็นนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ยังแนะนำ"ซื้อ" จากผลประกอบการที่คาดจะเติบโตได้อย่างโดดเด่นไปจนถึงปี 65 แต่ราคาเหมาะสมที่ให้ไว้ เมื่อเทียบกับราคาซื้อขายปัจจุบัน ก็ไม่ได้ห่างกันเท่าไรนัก ทำให้หุ้น MEGA มีอัพไซด์จากราคาเฉลี่ยของนักวิเคราะห์เหลืออยู่ราว 8% เท่านั้น

บล.   คำแนะนำ ราคาเหมาะสม
โนมูระ พัฒนสิน ถือ     39.00
ทิสโก้ ถือ     39.50
ซีจีเอส ซีไอเอ็มบี ซื้อ     47.00
ดีบีเอส วิคเคอร์ส ซื้อ     47.00
เคทีบี  ซื้อ     49.00
ราคาเฉลี่ย 44.30


MEGA นับว่าเป็นหุ้นพื้นฐานดีที่น่าสนใจอีก 1 บริษัท เพราะสามารถฉายภาพการเติบโตของกำไรสุทธิออกมาได้อย่างเป็นรูปธรรม จนนักวิเคราะห์คาดหมายว่ากำไรสุทธิปี 63 - 65 จะเดินหน้าทำ All Time High อย่างต่อเนื่อง แต่การเข้าลงทุนในช่วงนี้อาจไม่ใช่จังหวะที่เหมาะสมนัก เพราะราคาหุ้นที่ซื้อขายปัจจุบันมีอัพไซด์เหลือเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
 







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh




LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด