หุ้นเด่นวันนี้

IVL เด้งแรง!แค่เก็งกำไร...หรือธุรกิจเริ่มฟื้นตัว?

IVL เด้งแรง!แค่เก็งกำไร...หรือธุรกิจเริ่มฟื้นตัว?

IVL บวก 5% ท่ามกลางแรงซื้อขายที่หนาแน่นผิดปกติ คาดมีลุ้นไตรมาสแรกพลิกเป็นกำไร ตามปริมาณขายที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น แถมมีลุ้นผลงานดีต่อเนื่องจนไตรมาส 2/63 ซึ่งจะเข้าสู่ช่วงไฮซีซั่น แต่นักวิเคราะห์มอง แนวโน้มสเปรดปิโตรเคมีผลิตภัณฑ์ของ IVL ทั้งปีน่าจะยังลดลง แม้ปัจจุบันจะเริ่มฟื้นตัว แต่ก็ยังอยู่ในระดับที่ต่ำสุดในรอบ 15 ปี ส่งผลให้ทั้งปีกำไรลดลง 22.7% แต่แนะนำหาจังหวะซื้อ หลังราคาปัจจุบันเทรดกันถูกสุดในรอบเกือบ 10 ปี


ราคาหุ้น บมจ.อินโดรามาเวนเจอร์ส หรือ IVL วานนี้ ปรับตัวขึ้นแรง โดยระหว่างวันขึ้นไปแตะระดับสูงสุดที่ 28.90 บาท ก่อนจะลงมาปิดที่ระดับ 22.40 บาท ท่ามกลางมูลค่าการซื้อขายที่หนาแน่นผิดปกติ +195.54% เมื่อเทียบกับช่วง 5 วันทำการก่อนหน้า 


ในเมื่อราคาน้ำมันดิบยังคงผันผวน แต่ปัจจัยอะไรผลักดันให้ราคาหุ้น IVL ช่วงนี้ค่อยๆไต่ระดับขึ้นมา


*** ลุ้นไตรมาสแรกพลิกเป็นกำไร


บล.เอเชีย พลัส คาดว่า ไตรมาส 1/63 จะพลิกเป็นกำไรได้แต่ยังคงไม่มาก ดีขึ้นจากงวดไตรมาส 4/62 รับผลบวกจากสเปรดที่ฟื้นตัว นอกจากนี้ คาดว่าปริมาณขายจะปรับตัวเพิ่มขึ้นจากไตรมาส 4/62 จากการเข้ามาเก็บสต๊อก รวมถึงเริ่มรับรู้ Huntsman เข้ามาเป็นไตรมาสแรก แต่อย่างไรก็ดาม หากพิจารณาผลการดำเนินงานสุทธิคาดจะยังคงเผชิญกับผลขาดทุน เพราะคาดจะมีการบันทึกขาดทุนสินค้าคงเหลือในระดับสูงตามราคาน้ำมันที่ปรับตัวลงแรง


*** สเปรด PET และ PTA เริ่มฟื้นตัว จับตาผลงานไตรมาส 2/63 ไฮซีซั่น


บล.เอเชีย พลัส ระบุว่า แนวโน้ม Spread ผลิตภัณฑ์หลักของ IVL ได้แก่ PET และ PTA (คิดเป็นสัดส่วนรวมราว 60-65% ของกำลังการผลิตทั้งหมดของ IVL) ในปัจจุบันถือว่าได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากเดือน ธ.ค.62 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบหลายปี รับผลบวกจากากรเก็บสต๊อกเตรียมไว้สำหรับช่วงฤดูกาลฤดูร้อนที่จะมาถึงในช่วงไตรมาส 2 ของทุกปี แต่อย่างไรก็ดี สเปรดที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นในช่วง 3 เดือนแรกของปี 63 ยังอยู่ในระดับต่ำกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 15 ปี สะท้อนถึงสถานกาณณ์ความต้องการใช้ในภาพรวมที่อ่อนตัวตามสภาพเศรษฐกิจที่ชะลอตัวจากปัญหาสงครามทางการค้าที่ยืดเยื้อมากกว่า 1 ปี การแพร่ระบาดของโควิด ขณะที่ Supply จากโรงงานใหม่ๆ ออกมาจำนวนมาก จึงเป็นปัจจัยกดดันให้สเปรดในปีนี้แม้จะฟื้นตัวแต่ก็ยังอยู่ระดับต่ำ 


เช่นเดียวกับ  บล.ธนชาต ในมองว่า IVL ถือเป็นบริษัท downstream และเคมิคอล ที่น่าจะได้รับผลกระทบน้อยที่สุดจากการระบาดของไวรัสโคโรนา ผลิตภัณฑ์หลักของบริษัทฯ คือ PET ซึ่งส่วนใหญ่ใช้สาหรับน้ำดื่มบรรจุขวด และน้ำอัดลมและคาดว่าความต้องการจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตามฤดูกาล โดยมองไปถึงช่วงไตรมาส 2/63 - 3/63


*** คาดกำไรปีนี้ลดลง 22.7%  หลัง EBITDA/ton เหลือ 83 เหรียญต่อตัน


การแพร่ระบาดของโควิด -19 น่าจะส่งผลให้ความต้องการใช้ผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีอยู่ในภาวะชะลอตัว และกดดันให้สเปรดลดลงได้อีก ฝ่ายวิเคราะห์จึงคาดว่ากำไรปกติของ IVL ในปีนี้จะลดลง 22.7% จากปีก่อนมาอยู่ที่ 9.2 พันล้านบาท แม้ปริมาณการขายโดยรวมจะเพิ่มขึ้นจากการรับรู้โครงการที่ซื้อกิจการเข้ามาเต็มปีก๋ตาม และเริ่มรับรู้โครงการใหญ่ Huntsman แต่ทั้งนี้ คาดจะถูกดดันจากเสริปที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้ค่าเฉลี่ย EBITDA/ton ในปีนี้ลดลงเหลือ 83 จาก 93 เหรียญต่อตันเมื่อปี 62 แต่ฝ่ายวิเคราะห์ยังมีมุมมองต่อปี 64 เป็นบวกมากขึ้น โดยคาดว่าแนวโน้มกำไรจะเพิ่มขึ้น 38.5% มาอยู่ที่ 1.3 หมื่นล้านบาท


*** หาจังหวะซื้อ ลุ้นสเปรดฟื้น-ราคาปัจจุบันเทรดถูกสุดตั้งแต่เข้าตลาด


บล.ธนชาติ ระบุว่า IVL ซื้อขายที่  Valuation ที่ต่ำสุดนับตั้งแต่เข้าจดทะเบียนในปี 2553 โดยซื้อขายที่ 0.8 เท่า P/BV เทียบกับค่าเฉลี่ย 3 ปีที่ 1.9 เท่า และค่าเฉลี่ย 10 ปีที่ 2.0 เท่า สำหรับ P/E ซื้อขายที่เพียง 8 เท่า Forward PE เทียบกับระดับเฉลี่ย 3 ปี และ 10 ปีที่ 18 เท่า และ 25 เท่า ตามลำดับ จึงแนะนำซื้อ ปรับลดราคาเป้าหมายลงเหลือ 34 บาท


เช่นเดียวกับ บล.เอเชีย พลัส ที่แนะนำให้หาจังหวะเข้าลงทุน โดยมองว่า ราคาหุ้นผ่านการปรับฐานไปแล้วระดับหนึ่งจนเห็น Downside ที่จำกัดมากขึ้น จึงเป็นโอกาสทยอยซื้อสะสมลงทุน แต่อาจต้องใช้ความระมัดระวัง เพราะตลาดในภาพใหญ่ค่อนข้างผันผวน โดยประเมินราคาพื้นฐานไว้ที่ 32 บาท (เดิม 37 บาท)


แต่อย่างไรก็ดี บล.ทรีนีตี้ กลับเปลี่ยนคำแนะนำจาก ซื้อ เป็น ถือ โดยปรับราคาเป้าหมายใหม่เป็น 28 บาท จาก 37 บาท โดยวิธี PBV ที่ 1.17 เท่า (ค่าต่ำสุดในรอบ 9 ปี) เนื่องจากแนวโน้มปีนี้ของเศรษฐกิจทั้งในสหรัฐ อินเดีย และยุโรป รวมถึงไทย เริ่มเข้าสู่ภาวะถดถอย รวมถึงธุรกิจปิโตรเคมียังคงอยู่ในระดับที่ยังไม่ฟื้นตัวแบบเต็มที่ จึงยังกดดันราคาหุ้น IVL ให้ลดลงจากต้นปีไปมาก


ดูแล้ว IVL อาจจะน่าสนใจเพียงช่วงสั้นเท่านั้น จากปัจจัยบวกแนวโน้มไตรมาส 2 ที่เข้าสู่ช่วงไฮซีซั่น น่าจะช่วยหนุนผลงาน แต่หากมองในช่วง 6-12 เดือน อาจยังไม่เห็นแนวโน้มการฟื้นตัวที่ชัดเจนนัก เว้นแต่สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสและภาวะเศรษฐกิจเปลี่ยนไป ดังนั้น นักลงทุนคงต้องหาจังหวะเข้าให้ดีหากคิดจะลงทุน







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh




LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด