หุ้นเด่นวันนี้

STANLY ลุ้นกำไรโตต่อเนื่อง 2 ปีซ้อน จับตาเดือน พ.ค. หุ้นพีค

STANLY ลุ้นกำไรโตต่อเนื่อง 2 ปีซ้อน จับตาเดือน พ.ค. หุ้นพีค

               STANLY ฟื้นตัวราว 10% ลุ้นกำไรรวมปี 61/62 (สิ้นสุด 31 มี.ค.) ยังเติบโตต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน ขณะที่นักวิเคราะห์เผยผลตอบแทนช่วงเดือน พ.ค. เป็นบวกต่อเนื่องตั้งแต่ปี 54 สำหรับปีนี้ยังต้องลุ้นยอดขายจะเติบโตตามเป้าหรือไม่ หลังคาดการณ์ยอดผลิตรถยนต์ทั้งปีแค่ทรงตัว

               หลังก้าวเข้าสู่ปี 62 ราคาหุ้น บริษัท ไทยสแตนเลย์การไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือ STANLY ฟื้นตัวกลับขึ้นไปแตะระดับ 243 บาท ก่อนที่ล่าสุดจะอ่อนตัวลงมาปิดที่ 230 บาท คิดเป็นการฟื้นตัวกลับขึ้นมาได้ราว 10% หลังจากการพักตัวลงมาในช่วงปลายปี 61
               STANLY เป็นผู้ผลิตอุปกรณ์ส่องสว่างยานยนต์ ได้แก่ หลอดไฟ ชุดโคมไฟ และแม่พิมพ์ โดยเริ่มตั้งแต่การออกแบบโดยศูนย์วิจัยและพัฒนาของบริษัท การผลิตด้วยเครื่องจักรที่ทันสมัยและประสิทธิภาพสูง ทำให้ได้ผลิตภัณฑ์ตามมาตรฐานสากล และมาตรฐานของลูกค้า ซึ่งเป็นผู้ผลิตรถยนต์และรถจักรยานยนต์ทั้งในประเทศและต่างประเทศ
               หุ้น STANLY อยู่ในทิศทางขาขึ้นมาตั้งแต่ช่วงปลายปี 59 ต่อเนื่องจนถึงกลางปี 61 ซึ่งราคาหุ้นวิ่งขึ้นจากราว 170 บาท ไปทำจุดสูงสุดที่ 290 บาท หรือเพิ่มขึ้นราว 70% ส่วนหนึ่งถูกผลักดันจากกำไรสุทธิที่เติบโตขึ้นจาก 1.27 พันล้านบาท มาเป็น 1.65 พันล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 30% และยังคงเติบโตได้ต่อเนื่องในงวด 9 เดือน ของปี 61/62 (สิ้นสุด 30 ก.ย.) ทำได้ 1.43 พันล้านบาท เพิ่มขึ้นอีก 30% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
               ทั้งนี้ นักวิเคราะห์ประเมินว่ากำไรสุทธิรวมทั้งปี 61/62 ของ STANLY มีโอกาสจะเติบโตได้ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน ตามการเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศไทย ส่วนปี 62/63 ยังต้องลุ้นการเติบโต หลังคาดการณ์ยอดผลิตรถยนต์แค่ทรงตัวจากปีก่อน
               บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) ระบุว่า สำหรับกำไรสุทธิ 9 เดือนแรก คิดเป็น 78% ของประมาณการทั้งปี เราคงประมาณการกำไรปี 61/62 สิ้นสุดเดือน มี.ค. 62 แบบอนุรักษ์นิยม เท่ากับ 1,836 ล้านบาท เติบโต 10.7% เราคงแนะนำ ซื้อ ประเมินราคาเป้าหมาย 300 บาท อิง P/E 9.3 เท่า จากผลประกอบการในช่วง 12 เดือนข้างหน้า
               สำหรับในปี 62/63 แม้สภาอุตสาหกรรม ประเมินยอดผลิตรถยนต์จะทรงตัวที่ 2.15 ล้านคัน แต่แนวโน้มยอดขายของ STANLY จะเติบโตได้ จากโคมไฟมีขนาดที่ใหญ่ขึ้น และมีหลายชิ้นมากขึ้น พร้อมกับมีระบบอิเลคทรอนิคส์เข้ามาเกี่ยวข้องมากขึ้น จึงมีราคาที่สูงขึ้น และ STANLY ยังได้รับคำสั่งซื้อรถโมเดลใหม่ที่มากกว่าคาดทำให้มีการเพิ่มกะทำงาน สำหรับประเด็นกฎหมายคุ้มครองแรงงานฉบับใหม่ ที่ให้จ่ายเงินชดเชยกรณีการเลิกจ้างและเกษียณอายุจากเดิม 300 วัน เป็น 400 วัน  STANLY จะต้องตั้งสำรองไม่มากนักประมาณ 80-90 ล้านบาท 
               ด้าน บล.บัวหลวง ระบุว่า คาดว่ายอดขายของปี 61/62 จะอยู่ที่ 1.46 หมื่นล้านบาท เติบโต 10.3% ตามการเติบโตของอุตสาหกรรมการผลิตรถยนต์/รถกระบะที่ 2.17 ล้านคัน เพิ่มขึ้น 9% อย่างไรก็ตาม ปี 62/63 เราประเมินว่าปริมาณการผลิตรถยนต์/รถกระบะของไทยจะอยู่ที่ 2.15 ล้านคัน ลดลง 0.8% แม้จะมีแนวโน้มขาลงของอุตสาหกรรม แต่เราเชื่อว่าบริษัทจะสามารถทำยอดขายเติบโตในได้ 6.8% หนุนโดยยอดสั่งซื้อจำนวนมากจากโมเดลรถยนต์ทั่วโลก
               โดยรวมจึงคาดกำไรสุทธิถูกปรับลดลง 2.6% มาอยู่ที่ 1.85 พันล้านบาท สำหรับปี 61/62 และปรับลดลง 11.6% มาอยู่ที่ 1.93 พันล้านบาท สำหรับปี 62/63 นอกจากนี้เรายังได้ปรับเป้าหมายการลงทุนของเราเป็นสิ้นเดือน มี.ค. ปี 63 ด้วยราคาเป้าหมายที่ 256 บาท อ้างอิงค่าเฉลี่ย P/E ในระยะยาวที่ 10.2 เท่า
               เราได้ปรับลดการประมาณการยอดขาย ในปีบัญชี 62 - 63 แต่ยังคงคาดการณ์การเติบโตของยอดขายอยู่ในระดับที่ดี หนุนโดยยอดสั่งซื้อจำนวนมาก และการขยายกำลังการผลิตและการลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนา เรายังคงคำแนะนำ "ซื้อ" ด้วยราคาเป้าหมายใหม่ที่ 256 บาท อิงจากค่าเฉลี่ย P/E ในระยะยาวที่ 10.2 เท่า
               จับตา! ทิศทางราคาหุ้นเดือน พ.ค. นักวิเคราะห์เผยสถิติเป็นบวกทุกปีตั้งแต่ปี 54 ขณะที่ผู้ถือหุ้นใหญ่ลุยเก็บหุ้นเพิ่มอีก 1.22%
               บล.ทรีนีตี้ ระบุว่า STANLY เป็นหุ้นอีกตัวที่น่าสนใจในเชิงกลยุทธ์ ถึงแม้ว่าเราจะยังไม่มีบทวิเคราะห์เชิงพื้นฐาน เนื่องจากการวิเคราะห์เชิงปริมาณของเราพบว่า STANLY เป็นหุ้นในกลุ่มยานยนต์ที่มีความมั่นใจสูงสุดกว่า 83% ว่าจะให้ผลตอบแทนในเดือนพฤษภาคมเป็นบวก โดยมีผลตอบแทนเฉลี่ยตั้งแต่ปี 54 อยู่ที่ 4% และยังไม่เคยให้ผลตอบแทนติดลบในเดือนดังกล่าว 
               นอกจากนั้น หากดูจากประมาณการ Consensus ล่าสุด จะพบว่าที่ราคาปัจจุบัน มีอัตราเงินปันผลที่คาดหวังราว 3.5% โดยบริษัทมักขึ้นเครื่องหมาย XD ในช่วงเดือน ก.ค. ของทุกปี จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการลงทุนเพื่อรับเงินปันผลด้วยเช่นกัน ทั้งนี้ บริษัทมีราคาเป้าหมายจาก Bloomberg consensus อยู่ที่ 297 บาท
               ด้าน "ทนง ลี้อิสสระนุกูล" ผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 5 ของ STANLY ได้เข้าซื้อหุ้นเพิ่มอีก 1.22% เมื่อ 18 มี.ค. ที่ผ่านมา รวมถือหุ้นเพิ่มขึ้นเป็นสัดส่วนทั้งหมด 5.41% โดยมีราคาสูงสุดที่ซื้ออยู่ที่ 243 บาท

               ด้วยสถิติเดือน พ.ค. ของหุ้น STANLY ในช่วง 8 ปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นบวกทั้งหมด ทำให้หุ้นกลับมาคึกคักมากขึ้นในช่วงนี้ ซึ่งโดยปกติแล้ว STANLY จะรายงานผลประกอบการทั้งปีในช่วงกลางเดือน พ.ค. หากผลงานยังเติบโตได้ตามคาด ก็น่าจะเป็นปัจจัยหนุนราคาหุ้นไปต่อได้ อย่างไรก็ตาม ด้วยคาดการณ์ยอดผลิตรถยนต์ที่แค่ทรงตัวในปีนี้ อาจกดดันราคาหุ้นในช่วงหลังจากนี้ได้เช่นกัน 







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh




LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด