หุ้นเด่นวันนี้

SSP จับอนาคตหลังเข้าคำนวณ sSET- FTSE SET Small Cap วันนี้

SSP จับอนาคตหลังเข้าคำนวณ sSET- FTSE SET Small Cap วันนี้

            หุ้น บริษัท เสริมสร้าง พาวเวอร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SSP มีแรงซื้อเข้ามาอย่างโดดเด่นในช่วง 3 วันทำการที่ผ่านมา ส่งผลให้ราคาปรับตัวขึ้นแรงแตะ 8.60 บาท นิวไฮรอบ 9 เดือน ก่อนปิดการซื้อขายล่าสุด (28 มิ.ย.) ที่ 8.55 บาท พร้อมด้วยปริมาณหุ้นที่ซื้อขายเพิ่มขึ้นกว่า 1,705% เทียบค่าเฉลี่ย 5 วันทำการก่อนหน้า จากที่ซื้อขายวันละ 1.41 ล้านหุ้น เพิ่มเป็น 24.17 ล้านหุ้น 

            SSP ประกอบธุรกิจโดยการถือหุ้นในบริษัทอื่น (Holding Company) ที่ประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน และธุรกิจที่เกี่ยวข้องอื่นๆ ทั้งในและต่างประเทศ ทั้งนี้มีบริษัท เสริมสร้าง พลังงาน จำกัด เป็นบริษัทแกน ดำเนินโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ตั้งอยู่ที่ จ.ลพบุรี มีปริมาณพลังงานไฟฟ้าเสนอขายตามสัญญา 40 เมกะวัตต์
            SSP เพิ่งเข้าซื้อขายในตลาด mai เมื่อวันที่ 27 ก.ย. 60 ก่อนย้ายเข้ามาเทรดใน SET ในวันที่ 27 มี.ค. 62 ที่ผ่านมา 
            ผลการดำเนินงาน SSP มีกำไรสุทธิ 339 ล้านบาท ในปี 60 ก่อนเพิ่มขึ้นแตะ 482 ล้านบาทในปี 61 ส่วนไตรมาส 1/62 มีกำไรสุทธิ 124 ล้านบาท 
            นอกจากนี้ล่าสุด SSP ถูกนำเข้าคำนวณ sSET  และ FTSE SET Small Cap ในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2562 (1 ก.ค. -31 ธ.ค. 62) โดยผู้บริหารมั่นใจแนวโน้มผลการดำเนินงานช่วง 3-5 ปีข้างหน้า ผลงานโตก้าวกระโดด กำลังการผลิตไฟฟ้าพุ่งแตะ 400 เมกะวัตต์
            นายวรุตม์ ธรรมาวรานุคุปต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร SSP ระบุว่า การที่หุ้นถูกนำเข้าไปคำนวณในดัชนี sSET Index และ ดัชนี FTSE SET Small Cap ในรอบครึ่งหลังของปีนี้ ถือเป็นเรื่องที่ดี เพราะดัชนีทั้งสองมีส่วนสำคัญในการให้น้ำหนักการลงทุนของนักลงทุนประเภทสถาบัน กองทุน ทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งในส่วนของ SSP ก็มีโอกาสที่จะได้รับความสนใจจากนักลงทุนเหล่านั้นเช่นกัน ซึ่งจะทำให้หุ้นมีสภาพคล่องในการซื้อขายมากขึ้น
            กำลังการผลิตโรงไฟฟ้าของ SSP ทั้งในและต่างประเทศ ของ SSP ในปัจจุบันอยู่ที่ 140 เมกะวัตต์ หลังจาก COD โครงการที่เวียดนาม และคาดว่าภายในสิ้นปี 2562 นี้กำลังการผลิตติดตั้งจะเพิ่มเป็น 157 เมกะวัตต์(ซึ่งเพิ่มจากโครงการที่มองโกเลีย)ตามที่ตั้งเป้าหมายเอาไว้ ซึ่งจะผลักดันรายได้รวมเติบโต 30-40% และกำไรสร้างสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่อง โดยแผนการดำเนินงานในช่วง 3-5 ปีข้างหน้า วางเป้าหมายกำลังการผลิตไฟฟ้าแตะ 400 เมกะวัตต์ และในขณะนี้มีหลายโครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนา
            ด้านนักวิเคราะห์หลักทรัพย์มีมุมมองบวกต่อ SSP โดยระบุว่ากำไรจะอยู่ในแนวโน้มขาขึ้นเต็มตัว พร้อมปรับราคาเป้าหมายขึ้น
            บล.เอเชีย เวลท์ ระบุ จากการเข้าพบผู้บริหาร เรามีมุมมองเป็นบวกต่อ SSP คาดกำไรไตรมาส 2/62 ประมาณ 160 ล้านบาท (+5%YoY, +29%QoQ) โดยมีปัจจัยสนับสนุนจาก (1) เป็นช่วงฤดูร้อนทั้งในไทยและญี่ปุ่น โดยเฉพาะญี่ปุ่น ช่วงมีแดดตั้งแต่ ตี 4 ถึง 6 โมงเย็น การผลิตกระแสไฟฟ้าจาก Solar Farm Plants ที่ญี่ปุ่นอยู่ในระดับดีทำให้ผลิตไฟฟ้าได้มากขึ้น YoY และ QoQ  และ (2) เริ่มรับรู้รายได้ไฟฟ้าขนาด 50 MW ที่เวียดนาม เข้ามาตั้งแต่เดือน มิ.ย.62
            นอกจากนี้เราคาดว่าโครงการ Khunshight Kundi ในมองโกเลีย ขนาด 16.4 MW ใกล้ได้รับใบอนุญาตขายไฟฟ้าแสงอาทิตย์อย่างเป็นทางการจากรัฐบาลมองโกเลียประมาณวันพฤหัสที่ 27 มิ.ย.นี้ หลังจากที่ Solar Power Plant ดังกล่าวพร้อมจ่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์แล้ว แต่การ COD ล่าช้าออกไป เนื่องจากขั้นตอนอนุญาต COD มีถึง 3 ขั้นตอน ซึ่ง SSP ผ่านคุณสมบัติ Technical  Commissioning มาเมื่อต้นปีนี้ และได้ State Commissioning ตั้งแต่ต้นเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา หากได้รับใบอนุญาตแล้วก็เริ่ม COD และรับรู้รายได้ค่าไฟฟ้าได้ในช่วงไตรมาส 3/62 
            บริษัทตั้งเป้าหมายกำลังการผลิตราว 400 MW ภายใน 5 ปี เทียบกับสิ้นไตรมาส 2/62 มีอยู่ 140 MW และไตรมาส 3/62 จะมี 157 MW (เพิ่มจากมองโกเลีย) โดยสิ้นปี 2563 คาดว่าจะมีกำลังการผลิต 192 MW เราปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 2562 และ 2563 ขึ้น 3% และ 5% เป็น 653 ล้านบาทและ 1,137 ล้านบาท ตามลำดับ คงแนะนำซื้อและปรับราคาเป้าหมายเพิ่มขึ้นจาก 10.7 บาท เป็น 11.00 บาท 
            บล.เคทีบี  คงประมาณการกำไรปกติปี 2019 ที่ 692 ล้านบาท +39% YoY โดยกำไร 1Q19 คิดเป็น 18% ของประมาณการกำไรทั้งปี ทั้งนี้ช่วงที่เหลือจะได้รับแรงหนุนจากการทยอย COD โรงไฟฟ้า Khonsight Kundi 11MW ในมองโกเลีย และโรงไฟฟ้า Binh Nguyen 40MW ในเวียดนาม (อัพเดทความคืบหน้าของโครงการหลัง Analyst meeting ในวันที่ 16/5/19) และส่งผลให้กำลังการผลิตสะสม ณ สิ้นปี 2019 อยู่ที่ 121MW (+73% YoY) กำไรอยู่ในช่วงขาขึ้นเต็มตัว
            คงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 12.00 บาท อิงวิธี DCF (Average WACC 5.0%, no terminal growth) ปัจจุบันยังเทรดไม่แพงด้วย PER เพียง 10X เมื่อเทียบค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรมที่ 20X เป็นหุ้น Laggard ที่น่าสนใจ นอกจากนี้ด้วยการที่บริษัทเพิ่งมี Active investment ในปี 2018 (แต่มี secured PPA projects จนถึงปี 2020) กอปรกับมี Accumulated capacity ยังไม่มาก ทำให้กำไรยังอยุ่ในช่วงเริ่มต้นวัฏจักรขาขึ้น ในขณะที่ Potential projects ในอุตสาหกรรมพลังงานทางเลือกในปัจจุบันไม่ใช่โครงการขนาดใหญ่ ส่งผลให้การได้ Project ใหม่ๆเพิ่มเติมในอนาคตจะสร้าง Earnings impact อย่างมีนัยสำคัญให้กับบริษัท

            อนาคต SSP ดูสดใสขึ้นโดยเฉพาะหลังจากถูกนำเข้าไปคำนวณในดัชนี sSET Index และ ดัชนี FTSE SET Small Cap ซึ่งจะเริ่มมีผลในวันนี้ อย่างไรก็ตามการที่ราคาปรับขึ้นแรงต่อเนื่องมาหลายวัน อาจต้องระมัดระวังแรงขายทำกำไรที่อาจเกิดขึ้นได้ นอกจากนี้ยังต้องติดตามโครงการ Khunshight Kundi ในมองโกเลีย ว่าจะล่าช้าออกไปอีกหรือไม่ เพราะบริษัทยังไม่แจ้งความคืบหน้าล่าสุดต่อตลาดหลักทรัพย์







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh




LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด