หุ้นเด่นวันนี้

SPRC ฟื้นตัว 4 วันติด โบรกฯ กังวลผลงานปีนี้ยังอ่อนแอ

SPRC ฟื้นตัว 4 วันติด โบรกฯ กังวลผลงานปีนี้ยังอ่อนแอ

            SPRC ฟื้นตัว 4 วันติด รับค่าการกลั่นพุ่งจากไตรมาสแรก แต่ระวัง! นักวิเคราะห์มองยังไม่ถึงเวลาลงทุน เหตุผลประกอบการปีนี้ยังอ่อนแอ จากการลงทุนใหญ่เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพธุรกิจ

            ราคาหุ้น บริษัท สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ SPRC ปรับตัวขึ้น 4 วันติดต่อกัน ล่าสุดกลับมาปิดที่ 10.10 บาท หรือเพิ่มขึ้นราว 8% ในช่วง 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา การปรับตัวขึ้นมารอบนี้ทำให้ราคาหุ้นสามารถขึ้นมาแตะจุดสูงสุดในรอบ 6 สัปดาห์
            SPRC ประกอบธุรกิจโรงกลั่นน้ำมันผลิตผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม ได้แก่ ก๊าซปิโตรเลียมเหลว น้ำมันเบนซินไร้สารตะกั่วเกรดพิเศษและเกรดธรรมดา น้ำมันดีเซลหมุนเร็ว น้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยาน และน้ำมันเตา รวมทั้งผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีซึ่งใช้เป็นผลิตภัณฑ์ตั้งต้นในอุตสาหกรรมปิโตรเคมี ได้แก่ โพรพิลีนเกรดโพลิเมอร์ ก๊าซปิโตรเลียมเหลว แนฟทาเกรดปิโตรเคมี ก๊าซผสม C4 และรีฟอร์เมท
            ไตรมาส 1/62 พลิกมีกำไรจากสต๊อกน้ำมัน
            SPRC รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 1/62 ที่ 1.69 พันล้านบาท พลิกจากขาดทุนสุทธิ 3.88 พันล้านบาท ในไตรมาส 4/62 แต่ลดลง 34.3% จากปีก่อน หากไม่รวมรายการพิเศษ ได้แก่ กำไรสต๊อก 2.25 พันล้านบาท และกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 328 ล้านบาท SPRC มีผลขาดทุนจากการดำเนินงาน 372 ล้านบาท ลดลง 124% จากปีก่อน ต่ำกว่าคาดการณ์เฉลี่ยของตลาดที่คาดมีกำไร 529 ล้านบาท
            ผลประกอบการหลักพลิกเป็นขาดทุน เนื่องจากค่าการกลั่นตลาดที่ลดลง 57.2% เป็น 3.1 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ต่ำกว่าต้นทุนผลิตต่อหน่วยที่คาดสูงกว่า 4 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ในไตรมาสนี้ เมื่อรวมผลกำไรสต๊อก 4.8 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ค่าการกลั่นทางบัญชีเท่ากับ 7.9 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
            คาดแรงหนุนจากค่าการกลั่นหนุนราคาหุ้นในช่วงนี้ และลุ้นผลจาก IMO 2020 เป็นอัพไซด์ในอนาคต
            บล.เคทีบี (ประเทศไทย) ระบุว่า เชื่อว่าราคาหุ้นจะฟื้นตัวตามราคาน้ำมันดิบที่ปรับขึ้นและค่าการกลั่นที่ฟื้นตัวต่อเนื่องในช่วง 1 อาทิตที่ผ่านมาอยู่ที่ระดับ 4-5 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล อีกทั้งราคาหุ้นที่ลงมาลึกสะท้อนการร่วงลงของค่าการกลั่นและราคาน้ำมันดิบก่อนหน้านี้ไปหมดแล้ว
            สำหรับแนวโน้มไตรมาส 2/62 จะฟื้นตัวจากไตรมาสแรก ได้อานิสงส์จากค่าการกลั่นของน้ำมันเบนซินที่ปรับตัวดีขึ้น ล่าสุด Crack Spread ของน้ำมันเบนซินอยู่ที่ 8-9 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากไตรมาสแรกที่ 3.7 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนครึ่งปีหลังเรายังเชื่อว่าค่าการกลั่นจะปรับตัวดีขึ้นกว่าครึ่งปีแรก ได้จาก IMO 2020 ทำให้ทั้งปี 62 คาดกำไรปกติที่ 2,437 ล้านบาท ราคาหุ้นยังซื้อขาย EV/EBITDA ที่ 4.5 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตที่ 5.5 เท่า เราจึงแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมายเชิงพื้นฐาน 13.30 บาท
            แต่ระวัง! การเข้าลงทุนอาจจะยังเร็วไป นักวิเคราะห์ประเมินกำไรไตรมาส 2/62 อาจพลิกเป็นขาดทุน และผลงานทั้งปีอาจจะหดตัวต่อเนื่อง เพราะการลงทุนขยายปรับปรุงธุรกิจ
            บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส ระบุว่า SPRC มีส่วนต่างราคาเบนซินสูงสุดในโรงกลั่นใหญ่ 6 แห่งของไทย โดยอยู่ที่ราว 23% ขณะที่เฉลี่ยของกลุ่มเท่ากับ 15% ซึ่งเราเชื่อว่าส่วนต่างราคานี้จะสูงสุดในไตรมาส 2/62 แล้วอ่อนลงในช่วงครึ่งปีหลังเพราะสหรัฐและจีนจะส่งออกเข้ามาในตลาดเพิ่ม
            อย่างไรก็ตาม คาดว่าผลประกอบการของ SPRC ในไตรมาส 2/62 จะเป็นขาดทุนสุทธิ แม้ว่าในไตรมาส 2 ปีนี้อาจจะมีกำไรจากสต๊อกและมีกำไรจากการดำเนินงานปกติ 768 ล้านบาท ลดลง 73% จากปีก่อน แต่จะเป็นขาดทุนสุทธิ 59 ล้านบาท จากค่าใช้จ่ายซ่อมบำรุงและค่าใช้จ่ายขยายกำลังการผลิตคอขวด 25-26 ล้านดอลลาร์ บันทึกเข้ามา
            ทั้งนี้ บริษัทมีค่าใช้จ่ายและลงทุนขนาดใหญ่ในปี 62 มูลค่าราว 256 ล้านดอลลาร์ เพื่อซ่อมบำรุงครั้งใหญ่และขยายกำลังการผลิตคอขวดโดยทยอยลงในไตรมาส 2/62 – 4/62 ส่งผลให้ผลประกอบการจะอ่อนแอ และจ่ายปันผลได้น้อยมาก โดยคาดไว้ที่ 0.02 บาทต่อหุ้น ณ ราคาปัจจุบัน คิดเป็นอัตราผลตอบแทนเงินปันผลเพียง 0.2%
            ในแง่บวก บริษัทจะได้ประโยชน์จาก IMO 2020 ซึ่งจะเริ่มใช้ 1 ม.ค. 63 โดยเรือเดินสมุทรต้องใช้น้ำมันที่มีซัลเฟอร์ต่ำ (0.5%) แทนปัจจุบันที่ใช้ซัลเฟอร์สูง 3.5% ซึ่งทำให้ความต้องการใช้น้ำมันซัลเฟอร์ต่ำเพิ่มขึ้น ส่งผลดีต่อ SPRC โดยคาดว่ากำไรปี 63 จะเพิ่มขึ้นเป็น 1.1 พันล้านบาท พร้อมกับไม่มีค่าใช้จ่ายการลงทุนขนาดใหญ่ และประสิทธิภาพดีขึ้นจากการซ่อมบำรุงขนาดใหญ่ทำให้ต้นทุนลดลงราว 0.1-0.2 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล แนะนำถือ ให้ราคาพื้นฐาน 9.80 บาท อิงกับ P/BV ปีนี้ที่ 1.1 เท่า
            ด้าน บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ระบุว่า แนวโน้มไตรมาส 2/62 เราคาดผลประกอบการปกติจะทำได้เพียงทรงตัวจากไตรมาสแรก โดยคาดว่าส่วนต่างราคาน้ำมันเบนซินที่เพิ่มขึ้นตามฤดูกาลทำให้ค่าการกลั่นสิงคโปร์ปรับตัวขึ้นเป็น 3.9 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ในช่วงไตรมาส 2 นี้ โดยเพิ่มขึ้น 21% จากไตรมาสแรก แต่ลดลง 36% จากปีก่อน อย่างไรก็ดี ถูกหักล้างไปด้วยค่าใช้จ่ายการดำเนินงานที่สูงขึ้นจากโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ใช้เงินลงทุน 25 ล้านดอลลาร์ ในไตรมาสนี้ จากไตรมาสแรกที่ 12 ล้านดอลลาร์
            ขณะที่แนวโน้มครึ่งปีหลัง หุ้นยังมีประเด็นลบที่รออยู่ คือ 1.ค่าใช้จ่ายการดำเนินงานจากการหยุดซ่อมบำรุง และโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตรวม 90 ล้านดอลลาร์ หรือราว 2.9 พันล้านบาท และการปิดซ่อมบำรุงใหญ่ในไตรมาส 4/62 เราคงประมาณการกำไรสุทธิปี 62 ที่ 1.7 พันล้านบาท ลดลง 26% จากปีก่อน ทางพื้นฐานเราคงราคาเหมาะสม ณ สิ้นปี 62 ที่ 11.70 บาท แนะนำซื้อเก็งกำไร บนมูลค่าหุ้นที่ไม่แพง ปัจจุบันซื้อขายที่ P/BV 1.1 เท่า แต่เชิงกลยุทธ์มองว่า ด้วยผลประกอบการอ่อน ทำให้อัตราเงินปันผลตอบแทนที่เพียง 2.4% ยังไม่น่าสนใจลงทุนในตอนนี้

            SPRC ร่วงลงมาเกือบ 50% ในช่วงเวลาปีครึ่งที่ผ่านมา แม้ในเชิงพื้นฐานราคาหุ้นอาจจะลงมาอยู่ในกรอบที่ถือว่าไม่แพงแล้ว แต่แรงกดดันสำคัญที่ยังไม่หมดไปคือ ผลประกอบการที่มีโอกาสจะอ่อนตัวลงต่อ ดังนั้นการเข้าซื้อในช่วงนี้จึงต้องใช้ความระมัดระวังด้วย 







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh




LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด