TMB พุ่งแรง ทำนิวไฮรอบ 2 เดือน หลังมีข่าวลือรมว.คลังอนุมัติควบรวมกับ KTB โดยจะได้ข้อสรุปใน 1 - 2 เดือนนี้ นักวิเคราะห์ชี้ต้นทุนคลังสูงอาจเป็นปัญหา แต่หากควบรวมได้จริงจะเป็นบวกอย่างมาก ซึ่งอาจต้องใช้เวลาปรับโครงสร้างอีกราว 1 ปี และที่สำคัญยังเป็นเพียงข่าวลือเท่านั้น!
ราคาหุ้น ธนาคารทหารไทย หรือ TMB บวกทำจุดสูงสุดรอบเช้าวันนี้ที่ 2.50 บาท ทุบสถิตินิวไฮรอบ 2 เดือน ก่อนปิดตลาดรอบเช้าไปที่ 2.42 บาท เพิ่มขึ้น 0.14 บาท หรือ 6.14% ปริมาณหุ้นที่ซื้อขายเพิ่มขึ้น 613.44% เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ย 5 วันทำการก่อนหน้า
TMB ดำเนินธุรกิจธนาคารพาณิชย์เต็มรูปแบบแก่ลูกค้า 3 กลุ่มหลัก คือ กลุ่มลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่ ลูกค้าเอสเอ็มอี และลูกค้ารายย่อย โดยมีกระทรวงการคลังเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ 25.92% และมีกลุ่ม ไอเอ็นจี สถาบันการเงินของประเทศเนเธอร์แลนด์ เป็นพันธมิตรทางธุรกิจด้วยสัดส่วนถือหุ้น 25% และมีผู้ถือหุ้นรายย่อย 65,218 ราย สัดส่วนถือหุ้น 49.03%
ราคาหุ้น TMB ในช่วงปี 59 - 61 มีความผันผวนอย่างมาก โดยลงไปทำจุดต่ำสุดถึง 1.83 บาท เมื่อเดือนต.ค. 59 ก่อนที่จะขึ้นมาทำจุดสูงสุดที่ 3.14 บาท ในเดือนม.ค. 61 และลงมาซื้อขายที่ราว 2 บาทต้นๆ อีกครั้งในช่วงที่ผ่านมา
สาเหตุที่ราคาหุ้นผันผวนเป็นไปตามกำไรสุทธิปี 58 - 60 ที่ 9,333.07 ล้านบาท 8,226.26 ล้านบาท 8,686.66 ล้านบาท ตามลำดับ ขณะที่ช่วงครึ่งปีแรกทำกำไรสุทธิ 4,306 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อน 2.7% จากการตั้งสำรองหนี้ที่เพิ่มขึ้น
ประเด็นสำคัญที่ทำให้ราคาหุ้น TMB ปรับขึ้นแรงวันนี้ มาจากข่าวลือว่า รมว.คลังมีมติอนุมัติให้ KTB ควบรวมกิจการกับ TMB ซึ่งจะได้ข้อสรุปภายใน 1 - 2 เดือนข้างหน้า และราคาหุ้น TMB ในการทำธุรกรรมครั้งนี้จะต้องไม่ต่ำกว่าต้นทุนของก.คลังที่ 3.86 บาทอีกด้วย แต่ระวังข่าวลือควบรวมนี้ไม่ใช่ครั้งแรก
เช้านี้มีข่าวลือในหน้าหนังสือพิมพ์ อ้างแหล่งข่าวที่ระบุ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังมีมติอนุมัติให้ ธนาคารกรุงไทย(KTB)ควบรวมกับธนาคารทหารไทย(TMB) ซึ่งจะได้ข้อสรุปภายใน 1 - 2 เดือนข้างหน้านี้ ซึ่งหากควบรวมแล้วจะเป็นธนาคารที่ใหญ่สุดในประเทศไทยหรือมีสินทรัพย์ประมาณ 3.65 ล้านล้านบาท เพื่อให้สามารถแข่งขันกับธนาคารในภูมิภาคได้ โดยการควบรวมจะใช้วิธีแลกหุ้น(Share Swap) แต่มูลค่าหุ้น TMB ในการทำธุรกรรมครั้งนี้จะต้องไม่ต่ำกว่าต้นทุนกระทรวงการคลังที่ 3.86 บาท/หุ้น นอกจากนี้ข่าวลือยังระบุเพิ่มเติมว่ากลุ่ม ทุนธนชาต หรือ TCAP มีความสนใจควบรวมกับ TMB ด้วย
อย่างไรก็ตามข่าวลือการควบรวมดังกล่าว ถูกนำมาเผยแพร่หลายครั้งแล้วและยังไม่มีความชัดเจนใดๆเกิดขึ้นในระยะที่ผ่านมา
ฝั่งนักวิเคราะห์เตือนดีลดังกล่าวยังไม่มีความชัดเจน แม้ข่าวลือครั้งนี้จะมีการระบุกรอบเวลาเอาไว้ด้วย แต่หากควบรวมสำเร็จจะเป็นผลดีอย่างมาก เนื่องจากธนาคารทั้งสองแห่งมีสัดส่วนสินเชื่อที่แตกต่างกันสามารถลดค่าใช้จ่ายที่ซ้ำซ้อนของธุรกิจลงได้ แต่อาจต้องใช้เวลาในการปรับโครงสร้างธุรกิจนานเกือบปี
บล.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ระบุว่า ดีลดังกล่าวยังเป็นเพียงกระแสข่าวออกมาเท่านั้น ซึ่งการควบรวมต้องขึ้นอยู่กับอัตราการแลกหุ้น (BV-KTB = 20.66 บ., BV-TMB = 2.09 บ.) ทำให้ปัญหาจะอยู่ที่ต้นทุนหุ้น TMB ของคลังที่ค่อนข้างสูงถึง 3.86 บ. อย่างไรก็ดีหากควบรวมได้จริงมองเป็นบวก เพราะเป็นการควบรวมธนาคารที่มีปัญหาหนี้เสียมากเหมือนในอดีต และจะทำให้กลายเป็นธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่สุดในไทยมีสินทรัพย์ราว 3.7 ล้านล้านบาท
สำหรับกระบวนการในการควบรวมอาจต้องใช้เวลาในการปรับโครงสร้าง ปรับวัฒนธรรมองค์กรนานเกือบปี และที่สำคัญคือดีลดังกล่าวยังมีความไม่แน่นอนเพราะเป็นเพียงกระแสข่าวลือเท่านั้น แต่ข่าวดังกล่าวจะทำให้มีแรงเก็งกำไรเข้ามาในหุ้นทั้งสอง และราคาเป้าหมายของหุ้น TMB ตามปัจจัยพื้นฐานของธนาคารยังมี upside อยู่ 13%
แนะนำ "ซื้อเก็งกำไรได้" ที่ราคาเป้าหมาย 2.57 บาท
บล.เคทีบี เผย มีมุมมองเป็นกลางต่อประเด็นข่าวดังกล่าว เพราะยังไม่มีความชัดเจน แต่หากการควบรวมเกิดขึ้นจริง จะเกิดผลดีในระยะยาวจากการเกิดผลประโยชน์ร่วมกันในการขยายพอร์ตสินเชื่อได้ดี เพราะทั้งสองธนาคารมีกลุ่มลูกค้าที่ค่อนข้างแตกต่างกัน และสามารถลดค่าใช้จ่ายที่ซ้ำซ้อนลงได้ ทั้งนี้ข่าวดังกล่าวเคยออกมาแล้วช่วงกลางเดือน เม.ย. 61 โดย TMB มีการปรับตัวขึ้นก่อนมีข่าว 10% ส่วน KTB ปรับขึ้น 5% แต่หลังจากนั้นราคาหุ้นปรับลงมา เพราะนักลงทุนคาดว่าไม่น่าจะเกิดขึ้นได้จริง
อย่างไรก็ดีเบื้องต้นวันนี้คาดราคาหุ้นของ KTB และ TMB จะตอบรับเชิงบวกต่อประเด็นข่าวดังกล่าว เพราะข่าวรอบนี้มีการระบุช่วงระยะเวลาที่ชัดเจน โดยจะได้ข้อสรุปภายใน 1-2 เดือน ซึ่งเชื่อว่า ราคาหุ้นของ TMB จะปรับตัวเพิ่มขึ้นเยอะกว่าเพราะต้นทุนกระทรวงการคลังอยู่สูงถึง 3.86 บาท ซึ่งกระทรวงคลังห้ามขายขาดทุน
แต่ในแง่ของพื้นฐานยังแนะนำ "ถือ" TMB ราคาเป้าหมายที่ 2.40 บาท
บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส เผย การควบรวมธนาคารเพื่อให้เกิด Synergies และเพิ่มความสามารถในการแข่งขันเป็นเรื่องดี เพราะ KTB มีจุดแข็งเรื่องฐานเงินฝากที่แข็งแกร่งจากพนักงานราชการและรัฐวิสาหกิจ การปล่อยสินเชื่อโครงการรัฐ ขณะที่ TMB มีการพัฒนาด้านธุรกิจรีเทลดีขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา และพัฒนา Digital Platform ได้ดี
อย่างไรก็ตามดีลนี้น่าจะต้องใช้เวลาอีกพอควร และยังไม่มีการกำหนดว่าการแลกหุ้นจะอิงกับวิธีใด ณ ราคาปัจจุบันของ KTB และ TMB ซื้อขายที่ P/BV เท่ากับ 0.98 เท่า และ 1.09 เท่า ตามลำดับ ซึ่งดูเหมือนว่าราคาหุ้น KTB ถูกกว่า TMB แต่อาจสรุปไม่ได้ชัดเจนเพราะเมื่อมีการตรวจสอบบัญชีทรัพย์สิน/หนี้สิน (Due Diligence) เชิงลึกแล้ว ตัวเลขอาจจะเปลี่ยนไปจากนี้ก็ได้
แนะนำ "ระยะสั้นมีการเก็งกำไรตามข่าวกันไปก่อน" โดยการวิเคราะห์ทางเทคนิคให้แนวต้าน TMB อยู่ที่ 2.4-2.5 บาท Stop loss ถ้าหลุด 2.2 บาท
บล.กรุงศรี เผย ด้านพื้นฐานราคาหุ้น TMB ได้ปรับตัวลงสะท้อนผลประกอบการที่อ่อนแอในครึ่งปีแรกไปแล้ว ขณะที่ภาพรวมผลประกอบการในระยะยาวยังแข็งแกร่ง มูลค่าหุ้นในขณะนี้ไม่แพงจนเกินไป P/BV ลดลงสู่ระดับ -1SD ถือว่าถูกมากและนับเป็นจุดกลับตัวในหลายครั้งที่ผ่านมา นอกจากนี้ยังมีข่าวควบรวมกิจการระหว่าง KTB และ TMB หนุนบรรยกาศเป็นบวก
แนะนำ "ซื้อ" ที่ราคาเป้าหมาย 2.6 บาท
ข่าวลือการควบรวมระหว่าง KTB และ TMB วันนี้ไม่ใช่ครั้งแรก การเข้าเก็งกำไรจึงต้องใช้ความระมัดระวังอย่างสูง โดยเฉพาะล่าสุดมีข่าวรัฐมนตรีคลังออกมาปฏิเสธแล้วว่ายังไม่มีนโยบายควบรวมทั้ง 2 ธนาคาร คงต้องจับตาว่าราคาหุ้นจะตอบสนองอย่างไร