หุ้นเด่นวันนี้

KEX โตต่ออย่างไร?..ในวันที่ตลาดแข่งขันเดือด!

KEX โตต่ออย่างไร?..ในวันที่ตลาดแข่งขันเดือด!

ราคาหุ้น KEX เช้านี้ปิดลบ 1.25% สวนทางโบรกฯ มองดีลร่วมทุน BTG เป็นปัจจัยหนุน ขณะที่ ผลการดำเนินงานครึ่งปีหลังจ่อฟื้นแรง หลังธุรกิจเข้าไฮซีซั่นดันยอดขนส่งเพิ่ม – คู่แข่งถูกโควิดเล่นงานหนัก แต่กำไรปี 64 – 67 ยังโตไม่หวือหวา เหตุตลาดแข่งขันเดือด ลุ้นธุรกิจใหม่ช่วยเพิ่มอัพไซด์
 

*** เช้านี้เคลื่อนไหวผันผวน แม้มีปัจจัยหนุนร่วมทุน BTG
 

ราคาหุ้น บริษัท เคอรี่ เอ็กซ์เพรส (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ KEX ช่วงเช้าวันนี้ (11 ต.ค.64) ดีดขึ้นไปทำจุดสูงสุดที่ราคา 40.50 บาท ในแดนบวก ก่อนพลิกปิดซื้อขายในแดนลบ ด้วยราคา 39.50 บาทลดลง 0.5 บาท หรือ -1.25% มีปริมาณการซื้อขายเพิ่มขึ้น 237.33% จาก 5 วันทำการก่อนหน้า แม้จะมีประเด็นบวก อย่างการร่วมทุนกับ บริษัท เทาโกร จำกัด (BTG) ที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่มองเป็นปัจจัยหนุนราคาหุ้นก็ตาม

ทั้งนี้ KEX แจ้งผ่านตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ว่า ที่ประชุมบริษัทมีมติอนุมัติการจัดตั้งบริษัทร่วมทุน (JV) กับ BTG ภายใต้ชื่อบริษัท เคอรี่ เบทาโกร จำกัด ด้วยทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท โดย KEX และ BTG มีสัดส่วนการถือหุ้น 60% และ 40% ตามลำดับ และมีแผนเพิ่มทุนจดทะเบียน 50 ล้านบาท ในการดำเนินงานระยะแรก มีวัตถุประสงค์เพื่อให้บริการ Cold delivery platform

ด้าน บทวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เคทีบีเอสที ระบุว่า มีมุมมองเป็นบวก ต่อการร่วมมือกันระหว่าง KEX และ BTG เนื่องจาก BTG มีฐานลูกค้าที่ใหญ่ ซึ่งจะช่วยหนุนให้การดำเนินธุรกิจ Cold delivery platform เติบโตได้ไม่ยาก นอกจากนี้ ยังคาดว่า จะเห็นการ Synergy ระหว่า KEX และ BTG ดังนี้

1.ในระยะแรก BTG จะใช้บริการ Cold Chain ของ KEX ในการขนส่งสินค้าให้กลุ่ม B2B ก่อน จากนั้นจึงค่อยแตกไลน์ไปยังกลุ่มลูกค้า B2C ของ BTG

2.KEX และ BTG จะร่วมมือกันหาลูกค้ารายย่อยกลุ่ม Food อื่นๆ ที่ต้องการใช้บริการ Cold Chain Logistic ซึ่งคาดว่าจะเริ่มให้บริการลูกค้ากลุ่มดังกล่าวได้ในช่วงไตรมาส 2/65 


*** ขนส่งพัสดุแข่งเดือด KEX ต้องหาธุรกิจใหม่เสริมแกร่ง
 

บล.กรุงศรี ประเมินการเติบโต ของอุตสาหกรรมขนส่งพัสดุด่วน ปี 62 – 67 จะเติบโตเฉลี่ย 26% ต่อปี สูงกว่าช่วงปี 57 – 62 ที่เติบโตเฉลี่ย 22% ต่อปี เนื่องจากได้รับความนิยมของธุรกิจ E-Commerce และ การค้าทางแพลตฟอร์มออนไลน์  เป็นตัวกระตุ้นการเติบโต จึงเป็นปัจจัยที่ทำให้มีผู้เล่นรายใหม่เข้าสู่ตลาดมากขึ้น 

ขณะที่ การสร้างความแตกต่างของแต่ละบริษัทในอุตสาหกรรมเป็นไปได้ยาก ดังนั้นการแข่งขันด้านราคาถูก จึงถูกนำมาใช้เป็นกลยุทธ์หลักในการดึงดูดลูกค้าให้ใช้บริการบริษัทของตนเอง จึงทำให้การแข่งขันในอุตสาหกรรมดังกล่าว จะมีความดุเดือดมากขึ้นในช่วง 2 – 3 ปี ต่อจากนี้

ด้าน บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ภายใต้สภาวะการแข่งขันของอุตสาหกรรมที่ดุเดือด ทำให้ KEX ต้องมองหาธุรกิจใหม่เข้ามาช่วยหนุนการเติบโตของกำไรสุทธิในอนาคต ซึ่งการที่ KEX เป็นบริษัทที่มียอดเงินคงเหลืออยู่ในระดับสูง ทำให้มีเงินทุนหมุนเวียนเพียงพอ สำหรับการหาธุรกิจใหม่เข้ามาช่วยหนุน การเติบโตของกำไรสุทธิในระยะถัดไป เช่นตลาด Cold chain หรือตลาด LTL ที่จะเปิดตัวในไตรมาส 4/64 และไตรมาส 1/65 ตามลำดับ
 

*** ครึ่งปีหลังเข้าไฮซีซั่น–คู่แข่งถูกโควิดเล่นงาน ดันงบฟื้นแรง 
 

บล.เคทีบีเอสที ประเมินกำไรสุทธิช่วงครึ่งหลังปี 64 ของ KEX ไว้ที่ 846 ล้านบาท เติบโตขึ้น 27% จากปีก่อน และเติบโตขึ้น 33% จากครึ่งแรกปี 64 โดยมีปัจจัยหนุนจากการเข้าสู่ช่วงไฮซีซั่นของธุรกิจ ประกอบกับ การช้อปปิ้งออนไลน์ ที่ขยายตัวต่อเนื่องตามพฤติกรรมผู้บริโภคหันมาสั่งซื้อสินค้าออนไลน์มากขึ้น

สอดคล้องกับ บล.ทิสโก้ ที่ประเมินว่า ปริมาณการขนส่งพัสดุในช่วงไตรมาส 3/64 จะเติบโตขึ้น ทั้งเทียบปีก่อน และไตรมาสก่อน ต่อเนื่องถึงไตรมาส 4/64 จากการที่คู่แข่งไม่สามารถขนส่งพัสดุได้ เนื่องจากได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดโควิด-19 โดยเฉพาะในช่วงเดือน ก.ค. – ส.ค.ที่ผ่านมา ขณะที่ KEX ไม่มีการปิดศูนย์กระจายสินค้าเหมือนกับคู่แข่งรายอื่นๆ 


*** แต่กูรูคาด กำไรปีนี้ยังโตไม่หวือหวา ติง P/E สูงไปนิด
 

บล.เคทีบีเอสที ประเมินกำไรสุทธิปี 64 ของ KEX ไว้ที่ 1.4 พันล้านบาท เติบโตขึ้น 5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักจากรายได้รวมที่ขยายตัวเพียง 3% จากปีก่อนเท่านั้น หลังปรับกลยุทธ์เจาะกลุ่มตลาดพัสดุที่มีมูลค่าเล็กลง ประกอบกับ ปรับราคาบริการลง เพื่อขยายฐานลูกค้าเพิ่มขึ้น  

ขณะที่ บล.กรุงศรี ประเมินกำไรสุทธิปี 64 – 67 ของ KEX จะเติบโตเฉลี่ย 9% ต่อปีเท่านั้น แม้ความนิยม E-Commerce จะเพิ่มขึ้นก็ตาม แต่การแข่งขันในอุตสาหกรรมที่ดุเดือด กดดันให้กำไรสุทธิเติบโตได้จำกัด ขณะที่ มองว่าการเติบโตในช่วงดังกล่าวของ KEX ส่วนใหญ่จะได้รับอานิสงส์จากการประหยัดต้นทุน ไม่ใช้รายได้ที่เพิ่มขึ้น

นอกจากนี้ ราคาหุ้น KEX ยังเทรด P/E ปี 64 และ 65 ที่ระดับ 48 เท่า และ 44 เท่า ตามลำดับ ซึ่งถือว่าเป็นระดับ P/E ที่ค่อนข้างสูงเมื่อเปรียบเทียบกับแนวโมการเติบโตของกำไรสุทธิในช่วงปี 64 – 67 ที่คาดเติบโตเฉลี่ย 9% ต่อปี เท่านั้น
 

*** โบรกฯส่วนใหญ่ยังแนะนำ"ซื้อ" เหตุชอบความเป็นเจ้าตลาด
 

จากการสำรวจความคิดเห็นนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ยังคงแนะนำซื้อ เนื่องจากมองว่ากำไรสุทธิปี 64 - 65 ของ KEX ยังมีอัพไซด์จากการร่วมมือกับ BTG และการมองหาธุรกิจใหม่เสริมในอนาคต ประกอบกับ มองว่า KEX เป็นเจ้าตลาดในอุตสาหกรรมขนส่งพัสดุ สะท้อนจากการเป็นผู้ประกอบการเพียง 2 เจ้า รวมกับไปรษณีย์ไทย ที่มีกำไรสุทธิ จึงทำให้ยังมีความน่าสนใจในการเข้าลงทุนอยู่

บล.  คำแนะนำ ราคาเหมาะสม (บ.)
เคทีบีฯ ซื้อ     45.00
เมย์แบงก์ฯ ซื้อ     45.00
ทิสโก้ ซื้อ     45.00
กรุงศรี  ถือ     43.00  
ราคาเฉลี่ย 44.50


แม้โบรกเกอร์ จะมองว่าการร่วมทุนของ KEX กับ BTG เป็นปัจจัยบวกต่อราคาหุ้น KEX แต่ราคาหุ้นเช้านี้ ที่เคลื่อนไหวผันผวนก่อนปิดลบ 1.25% แสดงให้เห็นว่า แม้จะมีปัจจัยหนุนจากธุรกิจใหม่ แต่ภาพของอุตสาหกรรมหลัก ที่มีการแข่งขันอย่างดุเดือด ยังเป็นปัจจัยกดดัน และไม่สามารถสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนได้ว่า กำไรสุทธิของ KEX ในระยะถัดไปจะสามารถเติบโตได้โดดเด่น ... 







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh




LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด