MINT ดิ่งนิวโลว์รอบ 3 เดือน นักลงทุนกังวลความเสี่ยงด้านการเงิน หลังแจ้ง Tender Offer หุ้น NH Hotel Group ได้ถึง 94.1% จากที่ตลาดคาดไว้เพียง 60 - 70% แม้บริษัทยันไม่มีแผนเพิ่มทุน โบรกฯ คาดอาจดึงพันธมิตรเข้าซื้อหุ้นแทน พร้อมออกหุ้นกู้แบบไม่มีกำหนดชำระคืนอีกครั้ง จับตาดีลนี้หนุนกำไรเพิ่มอีก 7% คุ้มค่าหรือไม่?
ราคาหุ้น บมจ.ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล หรือ MINT เปิดตลาดวันนี้ ทำจุดต่ำสุดช่วงเช้าที่ 34.25 บาท นิวโลว์รอบ 3 เดือน ก่อนมาปิดตลาดช่วงเช้าที่ 36.25 บาท ลดลง 0.25 บาท หรือ 0.68% ปริมาณหุ้นที่ซื้อขายเพิ่มขึ้น 112.96% เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ย 5 วันทำการก่อนหน้า
MINT เป็นผู้ดำเนินธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม ธุรกิจโรงแรมและธุรกิจอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจโรงแรม ซึ่งรวมถึงโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยเพื่อขาย โครงการพักผ่อนแบบปันส่วนเวลา และให้เช่าศูนย์การค้าและอสังหาริมทรัพย์ และธุรกิจบันเทิงและธุรกิจจัดจำหน่าย
MINT มีสัดส่วนรายได้ในปี 60 มาจาก ธุรกิจโรงแรมและธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจโรงแรม 50.84% ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม 37.66% ธุรกิจจำหน่ายและผลิตสินค้า 7.04% และรายได้อื่น 4.46%
ปัจจุบัน MINT มีบริษัท ไมเนอร์ โฮลดิ้ง (ไทย) จำกัดเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับแรกในสัดส่วน 15.76% และ UBS AG SINGAPORE BRANCH เป็นผู้ถือหุ้นอันดับสองในสัดส่วน 12.8% โดยมีจำนวนผู้ถือหุ้นรายย่อย 23,846 ราย คิดเป็นสัดส่วนถือหุ้น 60.47%
ราคาหุ้น MINT เคยขึ้นไปทำจุดสูงสุดตลอดกาลที่ 45 บาท ในเดือนม.ค.61 แม้ผลประกอบการจะค่อนข้างผันผวน โดยมีกำไรสุทธิในปี 58 - 60 อยู่ที่ 7,040.16 ล้านบาท 6,590 ล้านบาท 5,415.40 ล้านบาท ตามลำดับ ส่วนในช่วงครึ่งแรกปี 61 มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 2,924.52 ล้านบาท โต 9.89% จากช่วงเดียวกันปีก่อน เนื่องจากมีกำไรพิเศษจากการลงทุนใน NH Hotel Group และเบนิฮานาที่ต่ำกว่ามูลค่ายุติธรรม อย่างไรก็ดีราคาหุ้นได้ปรับตัวลดลงมาซื้อขายต่ำกว่า 40 บาทในเดือนต.ค.61 ซึ่งเป็นผลจากแรงกดดันภาวะตลาดหุ้น และจำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่ลดลง
ตั้งแต่เดือน พ.ค.61 MINT ได้เข้าซื้อ NH Hotel ซึ่งเป็นเครือโรงแรมอันดับ 6 ของทวีปยุโรปจากผู้ถือหุ้นรายอื่นๆ หลายรายเพื่อขยายธุรกิจโรงแรมในต่างประเทศ โดยมีสัดส่วนถือหุ้นอยู่ที่ 29.8% ในเดือน มิ.ย.61 ก่อนที่จะแจ้งทางการสเปนเพื่อทำ Tender Offer หุ้นที่เหลือทั้งหมด
วันนี้ราคาหุ้น MINT ปรับลงแรงในช่วงเปิดตลาด นักลงทุนกังวลความเสี่ยงด้านการเงิน หลังแจ้งเข้าถือหุ้นใน NH Hotel Group ไปแล้วถึง 94.1% ซึ่งสูงกว่าที่ตลาดคาดไว้ว่าจะเข้าซื้อเพียง 60 - 70% และสูงกว่าผู้บริหารที่ตั้งเป้าซื้อเพียง 51 - 55% อีกด้วย
วันนี้ MINT แจ้ง ได้เข้าถือหุ้นใน NH Hotel Group แล้วทั้งหมด 94.1% สูงกว่าที่ตลาดคาดไว้ว่าจะเข้าซื้อเพียง 60 - 70% และสูงกว่าที่นายดิลลิป ราชากาเรีย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของไมเนอร์ โฮเทลส์ เคยเปิดเผยว่า MINT จะเข้าซื้อหุ้น NH Hotel Group ในสัดส่วน 51 - 55% เท่านั้นอีกด้วย โดยสัดส่วนหุ้นมาจากหุ้นที่ถืออยู่เดิม 46.4% และหุ้นที่ได้จากการทำคำเสนอซื้อ(Takeover Bid)ระหว่างวันที่ 8 ต.ค. - 22 ต.ค. 61 อีก 47.8% ซึ่งเดิมบริษัทเปิดเผยว่าหากเข้าซื้อครบทั้ง 100% จะใช้เงินลงทุนสูงถึง 8.5 หมื่นล้านบาท
โบรกฯ แนะจับตา MINT แก้เกมหลังซื้อหุ้นเกินเป้า คาดขายหุ้นส่วนเกินให้แก่พันธมิตร และออกหุ้นกู้แบบไม่กำหนดอายุเพื่อให้ D/E เข้าเกณฑ์สามารถกู้เงินจากสถาบันการเงินได้ ขณะที่แง่ผลงานคาดไตรมาส 3 - 4/61 กลับมาโตเด่นสุดในกลุ่ม หลังไม่ได้รับผลกระทบจากนักท่องเที่ยวจีน
บล.หยวนต้า แนะจับตาความคืบหน้าแผนแก้เกม เนื่องจากการเข้าซื้อหุ้นเกินเป้าไปถึง 94.1% ซึ่งต้องใช้เงินลงทุนเพิ่มอีก 4.5 หมื่นล้านบาท จากแผนที่จะซื้อ 51-55% เท่านั้น ทำให้อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน(D/E)ขึ้นไปถึง 2.05 เท่า สูงกว่าเงื่อนไขเงินกู้จากสถาบันการเงิน และบริษัทยังยืนยันว่าจะไม่มีการเพิ่มทุนอีกด้วย
ซึ่งเบื้องต้นคาดว่า MINT จะนำหุ้นส่วนเกินจากเป้าหมายไปขายให้แก่พันธมิตรทางธุรกิจแทน ร่วมกับการออกหุ้นกู้ด้อยสิทธิ์แบบไม่มีกำหนดอายุเพิ่มอีก เพื่อให้ D/E ผ่อนคลายลงเป็นไปตามที่สถาบันการเงินกำหนด ซึ่งก่อนหน้านี้ MINT เคยออกหุ้นกู้ประเภทดังกล่าวไปแล้ว 1.5 หมื่นล้านบาท ในเดือนก.ย.61
ด้านผลประกอบการ คาดไตรมาส 3/61 กำไรปกติจะโตจากช่วงเดียวกันปีก่อน เนื่องจากเป็นช่วงไฮซีซั่นของการท่องเที่ยวในยุโรป และกลุ่มโรงแรมทิโวลีที่ปิดปรับปรุงได้กลับมาดำเนินงานแล้วทั้งหมด ทำให้อัตราการเข้าพักและRevPar สูงขึ้น และ MINT ไม่มีสัดส่วนลูกค้ามาจากนักท่องเที่ยวจีนมากจะทำให้ไม่ได้รับผลกระทบของการท่องเที่ยวในไทยขณะนี้ด้วย ขณะที่กำไรปกติในไตรมาส 4/61 จะโตต่อเนื่องทั้งจากไตรมาส 3/61 และช่วงเดียวกันปีก่อนตามไฮซีซั่น
แนะนำ "ซื้อเก็งกำไร" ราคาเหมาะสม 50 บาท ยังไม่รวมผลกระทบจาก NH Hotel เข้ามา และมองว่าราคาหุ้นอาจฟื้นตัวได้เล็กน้อยจนกว่าจะเห็นแนวทางการลดสัดส่วนถือหุ้น NH Hotel ออกมา
บล.ยูโอบีเคย์เฮียน เผย การเข้าซื้อ NH Hotel จะทำให้กำไรของ MINT เพิ่มขึ้นอีก 7% จากกำไรที่คาดไว้ในปี 62 ซึ่งประเด็น D/E ที่สูงขึ้นเชื่อว่าจะหานักลงทุนรายอื่นมาซื้อหุ้นส่วนเกินใน NHH ไปแทนและลดสัดส่วนการถือหุ้น MINT ลง
แนะนำ ซื้อ ราคาเหมาะสม 50 บาท
บล.ฟินันเซีย ไซรัส ระบุ MINT แจ้งผลทำ Tender Offer ออกมาสูงถึง 94.1% มากกว่าที่ตลาดคาดไว้ที่ 60 - 70% ทำให้จะถูกกดดันจากความกังวลเรื่องแหล่งเงินทุน โดยเบื่องต้นอาจมีการปรับประมาณการเพื่อสะท้อนดีลดังกล่าวหลังจากเข้ารับฟังข้อมูลจากผู้บริหารแล้ว
ระยะสั้นแนะนำ "ซื้อเก็งกำไร" ที่ราคาเหมาะสม 46 บาท จากแนวโน้มกำไรในไตรมาส 3/61 ที่จะออกมาโดดเด่นสุดในกลุ่มโรงแรม
บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส เผย MINT จะมีกำไรในไตรมาส 3/61 ดีสุดในหุ้นกลุ่มโรงแรมที่ได้รับผลกระทบจากการท่องเที่ยวไทย ซึ่ง MINT ยังมีผลดีจากโรงแรมในต่างประเทศที่คิดเป็นสัดส่วนรายได้ถึง 50% โดยเฉพาะโปรตุเกสซึ่งเป็นไฮซีซั่นและปิดปรับปรุงโรงแรมเสร็จสิ้นแล้วทั้งหมด อย่างไรก็ดีธุรกิจอาหารยังท้าทายเพราะยอดขายต่อสาขาเดิม(SSSG)ที่ยังติดลบ
แนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 46 บาท ประเมินวิธี DCF (WACC 8% Termincal Growth 2.5%)
ดีลเข้าซื้อหุ้น NH Hotel ที่ได้จำนวนหุ้นออกมาสูงกว่าเป้าหมายเกือบเท่าตัว สร้างความกังวลให้กับนักลงทุน เพราะต้องใช้เงินเพิ่มอีกถึง 4.5 หมื่นล้านบาท เกินเงื่อนไขในการกู้สถาบันการเงิน น่าจะเป็นประเด็นที่กดดันราคาหุ้นไปตลอด จนกว่าจะมีความชัดเจนว่าบริษัทจะแก้เกมหุ้นที่เกินมาอย่างไร รวมถึงกำไรที่เพิ่มขึ้น 7% จากดีลนี้จะคุ้มค่าหรือไม่!